ฝุ่นควันและกลิ่นอายความร้อนระอุยังไม่ทันจางหายดีจากรอยแยกของพื้นดินที่เพิ่งปริแตก เซเลสเทียก็คว้าแขนเสื้อของคิริแล้วกระชากถอยหลังด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป เสียงคำรามต่ำทุ้งดังสะท้อนก้องมาจากใต้พิภพ ราวกับมีมหาสัตว์อสูรโบราณกำลังพลิកตัวตื่นจากการหลับใหล
"อย่ามองลงไปค่ะ!"
เสียงเตือนของอาจารย์สาวลึกลับเฉียบขาดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น คิริไม่จำเป็นต้องรอให้ย้ำเตือนซ้ำสอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนักปรุงยาผู้รักความสงบทำงานทันที เขาดีดตัวหลบฉากไปด้านข้าง อาศัยแรงเหวี่ยงจากการทิ้งตัวลงหมอบต่ำเพื่อหลบคลื่นกระแทกสีแดงฉานที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดิจิทัลพาร์ติเคิลสีแดงระยิบระยับแตกกระจายราวกับละอองฝนเพลิง กลายเป็นทัศนียภาพอันงดงามแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายถึงชีวิต
ทว่า แทนที่จะเป็นบอสลับหรือมอนสเตอร์คลั่งตามที่ระบบมักจะเขียนบทไว้ แสงสีแดงนั้นกลับม้วนตัวเข้าหากันกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสลายกลายเป็นจดหมายผนึกตราครั่งสีทองลอยเคว้งคว้างตกลงมาบนฝ่ามือของเซเลสเทียที่แบรอไว้โดยสัญชาตญาณ
คิริค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตากวาดมองรอบกายเพื่อสำรวจความเสียหาย ขณะที่ลมหายใจยังคงหอบถี่เล็กน้อย "ให้ตายสิคะ... นี่คือวิธีส่งไปรษณีย์ของพวกเบื้องบนเหรอคะเนี่ย เล่นเอาหัวใจแทบวาย"
เซเลสเทียไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาสีไพลินคู่สวยจ้องมองตราประทับบนจดหมายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นิ้วเรียวยาวแกะผนึกออกอย่างระมัดระวัง แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ไหลรินออกมาจากกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหน้าต่างข้อความโปร่งใสลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ข้อความตัวอักษรสีเงินยวดยวงปรากฏขึ้นทีละบรรทัดด้วยความเร็วสูง
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจต่อเนื่อง 'เสียงสะท้อนจากอดีต' ได้รับการอัปเดต]
[เงื่อนไขพิเศษ: ตรวจพบไอเทมจิตวิญญาณ 'ดาบเพลิงศิลา' ในครอบครองของเป้าหมาย]
[คำแนะนำจากระบบ: มุ่งหน้าสู่ 'มหานครการค้าลู미น่า' (Lumina) เพื่อทำการหลอมและตีบวกขั้นสูง ณ โรงตีเหล็กแห่งปราชญ์ ก่อนที่ผนึกบทที่สามจะเสื่อมสลาย]
คิริชะโงกหน้าเข้าไปอ่านข้อความเหล่านั้นพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "มหานครการค้าลูมิน่าอย่างนั้นเหรอคะ? เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องตลาดประมูลและภาษีมหาโหดนั่นน่ะนะ"
"ถูกต้องค่ะ" เซเลสเทียพับจดหมายเก็บลงในAmuletส่วนตัว สีหน้าของเธอกลับคืนสู่ความเรียบเฉยราวน้ำแข็งอีกครั้ง แต่ประกายความกังวลในแววตานั้นยังคงหลงเหลืออยู่ "ดาบเพลิงศิลาที่เธอใช้เป็นสื่อกลางในการปลุกดันเจี้ยนเมื่อครู่ บัดนี้พลังงานภายในแกนกลางกำลังไม่เสถียร หากปล่อยไว้ไม่ยอมนำไปตีบวกและปรับแต่งโครงสร้างเวทมนตร์ภายในสามวัน มันจะระเบิดและทำลายสเตตัสทั้งหมดของเธอจนกลายเป็นศูนย์ค่ะ"
คิริกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน แม้เขาจะเป็นคนขี้เกียจและชอบทางลัด แต่การสูญเสียหยาดเหงื่อแรงกายที่สะสมมานานไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนา "ไม่มีทางเลือกสินะคะ... งั้นก็คงต้องรีบเดินทางไปลูมิน่ากันเดี๋ยวนี้เลย"
การเดินทางข้ามเขตแดนในเกม VRMMO 'World of Alchemia' มักจะมีระบบขนส่งสาธารณะคอยอำนวยความสะดวก แต่สำหรับผู้เล่นที่มีคดีติดตัวและ NPC ระดับตำนานผู้กุมความลับโลกอย่างเซเลสเทีย การเลือกใช้บริการวาร์ปเกทสาธารณะย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ทั้งสองจึงเลือกใช้วิธีการเดินทางด้วยเท้าผ่านเส้นทางลับเลียบชายป่า เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของกองกำลังลาดตระเวนแห่งอาณาจักร
ตลอดการเดินทาง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของโลกแฟนตาซี ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมท้องฟ้าจนเกิดเป็นเงาร่มครึ้ม แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาตกกระทบพื้นหญ้าเป็นดวงๆ สลับกับเสียงร้องของนกเวทมนตร์หลาก1สีสัน คิริเดินฮัมเพลงเบาๆ พลางหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวเรืองแสงขึ้นมาเขย่าเล่น
"คุณคิริคะ" เสียงเรียบเรื่อยของเซเลสเทียดังขึ้นท่ามกลางความเงียบขณะที่พวกเขากำลังพักเหนيใต้ร่มไม้ใหญ่ "คุณกำลังคิดจะผสมสารเคมีประหลาดอะไรอีกแล้วใช่ไหมคะ สีของน้ำในขวดนั้นดูน่าสงสัยเกินกว่าจะเป็นโพชั่นฟื้นฟูทั่วไปค่ะ"
คิริยิ้มเจ้าเลหิตพลางยกขวดขึ้นส่องกับแสงแดด "แหม... อาจารย์ก็รู้ว่าฉันเกลียดการต่อสู้ระยะประชิดแค่ไหน นี่คือ 'น้ำยาพรางกลิ่นอสูรและลดค่าตัวตนระดับเก้า' ต่างหากล่ะคะ ถ้าเราเข้าเขตเมืองหลวงที่มีผู้เล่นพลุกพล่านและพวกกองตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวด การใช้ไอเทมนี้จะช่วยให้เรากลมกลืนไปกับฝูงชนได้อย่างแนบเนียน โดยไม่ต้องเสียเวลาตอบคำถามน่ารำคาญค่ะ"
เซเลสเทียถอนหายใจเบาๆ กับความเจ้าเล่ห์แกมโกงของลูกศิษย์จำยอมผู้นี้ แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะลึกๆ แล้วเธอก็รู้ดีว่าวิธีการของคิริมนักมักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอโดยไม่ต้องเปลืองแรง
หลังจากใช้เวลาเดินเท้าอยู่ราวสองชั่วโมง ในที่สุดเบื้องหลังม่านหมอกจางๆ ของทุ่งหญ้ากว้าง ก็ปรากฏภาพของกำแพงเมืองสีขาวบริสุทธิ์ขนาดมหึมาที่ทอดยาวสุดสายตา หอคอยสูงระฟ้าหลายแห่งตั้งตระหง่านสลับซับซ้อน สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างเวทมนตร์และเครื่องจักรกลไอน้ำลอยควันโขมงออกมาจากปล่องไฟบ้านเรือน มหานครการค้าลูมิน่า ปรากฏอยู่เบื้องสายตาแล้ว
ประตูเมืองหลักหนาแน่นไปด้วยผู้เล่นและ NPC พ่อค้าแม่ขายที่กำลังต่อแถวรอการตรวจสอบสินค้าอย่างเข้มงวด เสียงประกาศจากระบบรักษาความปลอดภัยดังวนลูปซ้ำๆ เพื่อเตือนเรื่องกฎระเบียบการค้าและการพกพาอาวุธต้องห้าม
"เอาล่ะค่ะ" คิริหยดน้ำยาพรางกลิ่นลงบนเสื้อผ้าของตนเองและเซเลสเทียเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่าลอยฟุ้งขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะจางหายไป พร้อมกับร่างของทั้งสองที่ดูเหมือนจะโปร่งแสงลงเล็กน้อยจนกลืนไปกับบรรยากาศรอบข้าง "ตามฉันมานะคะอาจารย์ พยายามก้มหน้าต่ำเข้าไว้ และอย่าไปสบตากับพวกทหารยามหน้าประตูเด็ดขาดค่ะ"
ทั้งสองเดินปะปนไปกับกลุ่มพ่อค้าเร่ที่กำลังเข็นรถเข็นสินค้าผ่านจุดตรวจ คิริใช้ไหวพริบและรอยยิ้มที่เป็นมิตรตีเนียนทักทายทหารยามด้วยการอ้างว่าเป็นตัวแทนจัด1หาวัตถุดิบปรุงยาจากสมาคมการค้าอิสระ ด้วยผลของน้ำยาพรางกลิ่นและภาษากายที่มั่นเกินร้อย ทำให้พวกเขาผ่านด่านตรวจเข้ามาในตัวเมืองได้อย่างง่ายดายอย่างไร้รอยขีดข่วน
ทันทีที่ก้าวพ้นซุ้มประตูเมืองเข้ามา โลกอันคึกคักและมีชีวิตชีวาก็โถมเข้าใส่ประสาทสัมผัส ถนนปูด้วยหินแกรนิตสะอาดสะอ้านทอดยาวไปสู่จัตุรัสกลางเมือง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า แผงลอย และอาคารพาณิชย์สูงตระหง่าน เสียงตะโกนเสนอขายสินค้า เสียงดนตรีเปิดหมวก และเสียงฝีเท้าของผู้คนนับร้อยผสมผสานกันจนกลายเป็นเสียงอึกทึกครึกโครมที่เป็นเอกลักษณ์ของลูมิน่า
"1ตลาดที่นี่คึกคักสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ..." คิริกวาดสายตามองร้านขายวัตถุดิบเวทมนตร์ที่ตั้งเรียงรายละลานตา "เป้าหมายของเราคือ 'โรงตีเหล็กแห่งปราชญ์' ที่ตั้งอยู่ ณ ย่านการค้าชั้นในสุดโน่นค่ะ แต่ก่อนอื่น... ฉันว่าเราแวะร้านขายวัตถุดิบหายากแถวนี้สักหน่อยดีกว่า ดูเหมือนฉันจะเห็นสมุนไพรที่ตามหามานานวางขายอยู่ตรงแผงลอยโน้นด้วยค่ะ"
เซเลสเทียพยักหน้ารับอย่างจำยอม เธอก้าวเดินตามหลังคิริไปติดๆ ขณะที่สายตาก็กวาดมองไปรอบตัวเพื่อระแวกภัย ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบๆ เพื่อลัดไปยังย่านการค้าชั้นใน เสียงประกาศจากระบบกลางของเมืองก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับหน้าต่างประกาศสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าของเมืองลูมิน่าทั้งหมด
[ประกาศฉุกเฉินจากระบบมหานครลูมิน่า: ตรวจพบการปลอมแปลงลายเซ็นดิจิทัลและสัญญาณความผันผวนของไอเทมระดับ SSS ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ]
[คำสั่งสูงสุด: ปิดล้อมย่านการค้าทั้งหมดทันที! ห้ามผู้ใดเข้า-ออกจนกว่าจะทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น!]
เสียงฮือฮาและเสียงตื่นตระหนกดังระเบิดขึ้นจากฝูงชนรอบด้าน ทหารยามในชุดเกราะเวทมนตร์นับร้อยนายพากันวิ่งกรูเข้ามาปิดกั้นเส้นทางทุกสายด้วยความรวดเร็ว
คิริหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เธอนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะหันกลับมาสบตากับเซเลสเทียที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
ดวงตาสีไพลินของอาจารย์สาวลึกลับหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาไปยังทหารกลุ่มแรกที่กำลังวิ่งตรงมาทางพวกเขา พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนท่ามกลางความโกลาหล
"ดูเหมือนว่า... พวกมันไม่ได้มาตามหาดาบเพลิงศิลาค่ะคุณคิริ..."
เซเลสเทียเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของคิริเย็นเฉียบลงทันที
"...แต่พวกมันกำลังตามหา 'ตัวตน' ของฉันที่ถูกบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลกลางต่างหากล่ะคะ และตอนนี้... ทางหนีของเราถูกตัดขาดเรียบร้อยแล้วค่ะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!
อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน•ตอนที่ 11
เมืองแห่งการค้าและข่าวลือ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!