"เงินเดิมพันห้าพันเหรียญทอง กับศักดิ์ศรีของกิลด์รุ่งอรุณ... เจ้ากล้ารับคำท้าของข้าไหม เจ้าเด็กใหม่เลเวลยี่สิบเอ็ด"
เสียงทุ้มต่ำกังวานของ 'วาลคาร์' นักดาบเวทมนตร์เลเวลสี่สิบห้าดังสะท้อนก้องไปทั่วลานอารีน่ากลางแจ้งของเมืองหลวงเซเลستิเกต แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารระดับสูงถูกปล่อยออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบือน ผู้เล่นนับร้อยคนที่เบียดเสียดอยู่บนอัฒจันทร์ต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้น การประชันฝีมือในอารีน่าระหว่างผู้เล่นระดับท็อปเท็นกับนักปรุงยานอกรีตที่เพิ่งสร้างชื่อจากอีเวนต์สัปดาห์ก่อน กลายเป็นมหรสพชั้นดีที่ไม่มีใครอยากพลาด
คิริกะพริบตาปริบๆ เขายังคงถือขวดแก้วกลมใสบรรจุของเหลวสีเขียวเรืองแสงไว้ในมือซ้าย สีหน้าของเด็กหนุ่มเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่วาลคาร์คาดหวัง ตรงกันข้าม เขากลับถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ราวกับกำลังยืนฟังพนักงานขายประกันตื๊อให้ทำกรมธรรม์ท่ามกลางแดดจ้ามากกว่าจะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ
"ห้าพันเหรียญทอง..." คิริทวนตัวเลข เสียงของเขาไม่ได้ดังนักแต่กลับแทรกซึมผ่านเสียงอึกทึกครึกโครมรอบด้านได้อย่างน่าประหลาด "ท่านวาลคาร์คะ คือว่า... ฉันเป็นแค่นักปรุงยาตัวเล็กๆ หาเช้ากินค่ำ การจะเอาเงินจำนวนนี้มาเสี่ยงโชค มันออกจะ... สิ้นเปลืองต่อสุขภาพจิตไปหน่อยนะคะ"
คำตอบนั้นเรียกเสียงหัวเราะเยาะจากมุมหนึ่งของอัฒจันทร์ ทว่าสายตาของบรรดาเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์กลับหรี่แคบลง พวกเขารู้ดีว่าคิริไม่ใช่ผู้เล่นสายต่อสู้ตรงๆ ทักษะการปั่นป่วนสนามรบด้วยไอเทมประหลาดของเด็กหนุ่มคนนี้คือสิ่งที่ทำให้กิลด์ใหญ่อย่างรุ่งอรุณเสียหน้ามาแล้วครั้งหนึ่ง
บนระเบียง VIP ชั้นบนสุดของอารีน่า ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของ 'เซเลสเทีย' ยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรอย่างใจเย็น ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยคู่นั้นกวาดมองลงมายังเบื้องล่าง ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแบบแทบมองไม่เห็น อาจารย์สาวลึกลับไม่ได้ส่งเสียงเตือนหรือให้ความช่วยเหลือใดๆ เพราะเธอกำลังรอดูว่า 'ลูกศิษย์' นอกคอกคนนี้จะใช้เล่ห์เหลี่ยมไหนเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เสียเปรียบด้านสเตตัสอย่างมหาศาลนี้อีก
"ถ้าเจ้ากลัวจนตัวสั่น ก็กราบลงตรงนี้แล้วส่งสูตรผสมยาลับนั่นให้ข้าเสียดีๆ!" วาลคาร์ชักดาบยาวเคลือบออร่าสีฟ้าครามออกจากฝัก เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่น พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าของเขาร้าวรานจากแรงกดดันมหาศาล "ข้าจะถือว่าเจ้าประกาศยอมแพ้ และเรื่องวันนี้จะจบลงแค่การตักเตือน"
*ติ๊ง!*
หน้าต่างระบบสีฟ้าใสปรากฏขึ้นตรงหน้าของคิริ
[ระบบ: ผู้เล่นวาลคาร์ท้าดวลในรูปแบบ [เดิมพันอิสระ] - เงื่อนไข: ห้ามใช้ยาฟื้นพลังระดับสูง, ห้ามออกจากเขตอารีน่า, จำกัดเวลา 5 นาที]
[หากปฏิเสธ: สูญเสียชื่อเสียง 500 แต้ม และถูกลดระดับยศในเมือง]
[หากยอมรับ: ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ครอบครองไอเทมเดิมพันทั้งหมด]
คิริเหลือบมองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ในใจ *บังคับให้รับคำท้าชัดๆ แบบนี้... ระบบเกมนี้ชักจะเผด็จการเกินไปแล้วกระมัง*
เด็กหนุ่มเก็บขวดน้ำยาลงในกระเป๋าคาดเอวอย่างใจเย็น เขาก้าวเท้าไปข้างหนeaช้าๆ สองก้าว ท่าทางเกียจคร้านหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาสีดำสนิทที่ประกายความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ตกลงค่ะ ฉันรับคำท้า" คิริเอ่ยเสียงใส "แต่เนื่องจากเลเวลของเราต่างกันเกินไป เพื่อความยุติธรรม... ฉันขอใช้สิทธิ์ตามกฎข้อที่สิบสองของอารีน่า ขอต่อรองเงื่อนไขการต่อสู้เล็กน้อยนะคะ"
วาลคาร์ขมวดคิ้ว "เงื่อนไขอะไรของเจ้า ว่ามา!"
"ห้ามท่านขยับเขยื้อนออกจากจุดที่ยืนอยู่เกินสามก้าว เป็นเวลาสามนาทีแรก... ถือเสียว่าเป็นการอนุเคราะห์ให้นักปรุงยาบอบบางอย่างฉันได้เตรียมตัวสู้นะคะ" คิริกะพริบตาปริบๆ อย่างน่าเอ็นดู ทว่าข้อเสนอนั้นกลับทำให้วาลคาร์แค่น
"สามก้าว? ฮึ! ได้! ต่อให้ข้าให้เจ้าสิบก้าว เจ้าก็ไม่มีทางรอดคมดาบของข้าไปได้หรอก เจ้าเด็กอวดดี!"
เสียงระฆังบอกสัญญาณเริ่มการประลองดังขึ้นก้องกังวาน!
*เปรี้ยง!*
ร่างของวาลคาร์หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศ พริบตาเดียว นักดาบเวทมนตร์เลเวลสี่สิบห้าก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของคิริ คมดาบเคลือบเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของเด็กหนุ่มด้วยความรุนแรงหวังปลิดชีพในดาบเดียว
ผู้คนบนอัฒจันทร์ส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ บางคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อยากเห็นภาพความโหดร้าย
ทว่า... คิริไม่ได้ขยับหนี
เขากลับเอี้ยวตัวหลบอย่างเฉียดฉิวในเสี้ยววินาทีที่คมดาบเฉียดผ่านปลายจมูก เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม พริบตานั้นมือขวาของคิริก็ดีดวัตถุขนาดเล็กสีดำสนิทลงสู่พื้นเบื้องเท้าของวาลคาร์ทันที
"อะไรกันลูกเล่นตื้นๆ!" วาลคาร์ไม่สนใจ เขาก้าวเท้าตามติดเพื่อฟันดาบซ้ำในวิถีเดิม
"ค่ะ ตื้นเขินมาก... แต่รับรองว่าสะใจดีนะคะ" คิริยิ้มหวาน
*ปุos!*
ทันทีที่เท้าข้างซ้ายของวาลคาร์เหยียบลงบนจุดที่วัตถุชิ้นนั้นตกอยู่ ไอควันสีม่วงเข้มก็พวยพุ่งระเบิดออกมาอย่างรุนแรง กลิ่นฉุนกึกของก๊าซพิษผสมสารเร่งปฏิกิริยาเวทมนตร์กระจายตัวปกคลุมรัศมีห้าเมตรในพริบตา
"อึก! กลิ่นนี่มัน..." วาลคาร์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อค่าสถานะการมองเห็นลดลงเหลือศูนย์ และความเร็วในการเคลื่อนที่ถูกหั่นลงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในทันที *ไอเทมป่วนสนามรบประเภทควันพิษไร้เสียง? ไม่สิ... นี่มันไม่ใช่ยาพิษธรรมดา!*
"นี่คือ 'สุคนธบำบัดฉุกเฉินฉบับคนขี้เกียจ' ค่ะ" เสียงของคิริลอยมาจากกลุ่มควันหนาทึบ "ส่วนผสมหลักคือเหงือกคางคกพ่นไฟผสมเกสรดอกไม้หลับใหล... แม้จะฆ่าคนไม่ได้ แต่รับรองว่าทำให้ประสาทสัมผัสทางเวทมนตร์รวนไปสิบวินาทีเต็มๆ แน่นอนค่ะ"
วาลคาร์คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารวบรวมมานาทั้งหมดไว้ที่ดาบแล้วเหวี่ยงสวิงออกไปรอบทิศทางเพื่อกวาดควันพิษให้กระจายตัว "คิดว่าลูกไม้แค่นี้จะหยุดข้าได้เร่งั้นเรอะ!"
ทว่า เมื่อควันจางลง คิริไม่ได้อยู่ตรงหน้าเขาเสียแล้ว
เด็กหนุ่มไปยืนอยู่ตรงจุดขอบเขตสนามอารีน่า ห่างออกไปเกือบสิบห้าเมตร มือทั้งสองข้างกำลังถือกระบอกสูบแก้วขนาดใหญ่ที่บรรจุของเหลวสีทองอร่ามไว้เต็มเปี่ยม สายตาสองคู่ประสานกันผ่านระยะห่างอันยาวนาน
"หมดเวลาสามนาทีแรกแล้วนะคะท่านวาลคาร์" คิริเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย รอยยิ้มบนใบหน้าช่างดูไร้พิษภัยเสียเหลือเกิน "ทีนี้... ก็ตาฉันเอาคืนบ้างแล้วล่ะค่ะ"
กระบอกสูบในมือถูกปลดล็อกกลไก ของเหลวสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือดุมารีน่าราวกับดอกไม้ไฟ ก่อนจะแตกตัวออกเป็นละอองฝนแสงสีทองโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่การประลอง
เซเลสเทียที่นั่งมองอยู่บนระเบียง VIP ถึงกับวางถ้วยชาลงในมือ ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจคาดไม่ถึงเมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของละอองแสงนั้นได้ทันที
"นั่นมัน... ปฏิกิริยาลูกโซ่ธาตุแสงกับมานาที่ตกค้างในตัวผู้เล่น?" อาจารย์สาวพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ "เด็กนี่... ใช้เวทมนตร์ของคู่ต่อสู้มาเป็นเชื้อเพลิงให้กับยาระเบิดของตัวเองอย่างนั้นสินะ หัวไวนัก..."
ละอองแสงสีทองสัมผัสกับเกราะเวทมนตร์ของวาลคาร์ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นลั่นหัวของนักดาบผู้ยิ่งใหญ่
[คำเตือน: ตรวจพบสภาวะปฏิกิริยาธาตุย้อนกลับ! ค่ามานาทั้งหมดในร่างกายถูกบังคับให้แปรสภาพเป็นพลังงานจลน์!]
"บ้านน่า...!" วาลคาร์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาแข็งค้าง ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียวเนื่องจากมานาในร่างถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยงในพริบตา
คิริเดินสาวเท้าเข้าไปใด้ช้าๆ มือถือขวดเปล่าเคาะเบาๆ กับฝ่ามือ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงันของผู้ชมทั้งสนามที่อ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน เลเวลสี่สิบห้าถูกจัดการโดยนักปรุงยาเลเวลยี่สิบเอ็ดด้วยกลยุทธ์ทางเคมีและฟิสิกส์ในเกมอย่างไร้ที่ติ!
เด็กหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าวาลคาร์ที่ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว คิริโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ชัยชนะ... เป็นของนักปรุงยาขี้เกียจคนนี้แล้วนะคะ"
*ติ๊ง!*
หน้าต่างระบบสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นตรงหน้าของคิริ พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ดังไปทั่วเซเลสเทียลอารีน่า
[ประกาศระบบ: ผู้เล่นคิริ เอาชนะผู้เล่นวาลคาร์ได้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด!]
[ได้รับรางวัล: 5,000 เหรียญทอง และสิทธิ์ปลดล็อกพื้นที่ลับ 'ห้องสมุดใต้ดินโบราณ' ระดับ SSS!]
[คำเตือนพิเศษจากระบบหลัก: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสลับโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต... ตัวตนปริศนาภายในห้องสมุดใต้ดินได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว...]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนและไหวพริบของคิริในตอนนี้นะคะ!
อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน•ตอนที่ 12
การประชันฝีมือในอารีน่า
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!