อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน•ตอนที่ 10

รอยร้าวแห่งมิตรภาพในระดับที่ 10

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
"คุณกำลังใช้ทรัพยากรผิดประเภทเพื่อเป้าหมายที่ไร้สาระเกินไปค่ะ, คิริ" เสียงกังวานเย็นเยียบของเซเลสเทียดังแทรกเสียงเดือดพล่านของหม้อกลั่นแร่เวทมนตร์ขึ้นมาทันที นิ้วเรียวยาวดุจลำหักลำไม้ไผ่ของหญิงสาวแตะลงบนขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณ ดวงตาคู่สวยสีนิลกาฬหรี่มองขวดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตที่กำลังส่งประกายเรืองรองบนแท่นปรุงยาด้วยแววตาตำหนิอย่างไม่ปิดบัง คิริชะงักมือที่กำลังถือคีมเหล็กคีบผลึกมานาบริสุทธิ์ เขาถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ ก่อนจะวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง รอบตัวของพวกเขาทั้งคู่ในตอนนี้คือห้องใต้ดินของซากปรักหักพังแห่งกิลด์โบราณ ณ ดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ซึ่งถูกเนรมิตรให้เป็นห้องปฏิบัติการชั่วคราว กลิ่นอายของหินเก่าและละอองมานาเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เริ่มเย็นเยียบลงเรื่อยๆ "ไร้สาระตรงไหนกันล่ะครับ... เอ่อ หมายถึง ไร้สาระตรงไหนกันคะ เซเลสเทีย" คิริเกือบหลุดปากใช้คำพูดคุ้นชิน แต่ก็รีบดึงสติกลับมาแก้ไขสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นที่ส่งตรงมา "นี่คือน้ำยาเร่งการเจริญเติบโตของรากไม้มิติเชียวนะคะ อีกสามวันข้างหน้า เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับบอสประจำชั้นที่มีเกราะป้องกันกายภาพหนาเป็นพิเศษ รากไม้พวกนี้จะช่วยตรึงขาของมันไว้ได้—" "แต่นั่นหมายถึงคุณต้องผลาญคริสตัลดาราไปถึงสี่สิบก้อนเพื่อมัน!" เซเลสเทียสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด "คริสตัลดาราเลเวลสิบเอ็ดที่พวกเราเพิ่งเสี่ยงตายแย่งชิงมาจากฝูงโกําเล็มเหล็กไหลเมื่อวานนี้... แทนที่จะนำมันไปหลอมรวมเข้ากับดาบเซเซเดรียเพื่อเพิ่มพลังโจมตีพื้นฐานให้ผ่านเกณฑ์การทดสอบของดันเจี้ยนระดับสูง คุณกลับเลือกที่จะเอามันมาละลายทำน้ำยาแก้ขัดพวกนี้เนี่ยนะ?" คิริเม้มริมฝีปากแน่น ไวพริบอันรวดเร็วของนักปรุงยาเลเวลต่ำกำลังประมวลผลข้อดีข้อเสียอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้เล่นสายผลิต เขาเข้าใจดีว่าระบบเกม VRMMO ตัวนี้ไม่ได้ใจดีกับสายซัพพอร์ต ไอเทมทุกชิ้นและทรัพยากรทุกเม็ดมีต้นทุนค่าเสียกาสที่สูงลิ่ว การจะเอาตัวรอดในโลกที่มอนสเตอร์อัปเกรดความดุร้ายทุกๆ ห้าเลเวลไม่ใช่เรื่องง่าย การพึ่งพาพลังดิบอย่างที่เซเลสเทียต้องการ อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในระยะสั้น แต่มันไม่ใช่แนวทางของเขา "คุณกำลังมองแค่ภาพตรงหน้าค่ะ, เซเลสเทีย" คิริเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่หนักแน่น "คุณเป็น NPC ระดับตำนาน คุณถูกโปรแกรมมาให้มองหาความสมบูรณ์แบบในแง่ของยุทธวิธีและการต่อสู้ ดาบเล่มนั้นอาจจะฟันบอสขาดเป็นสองท่อนได้จริง แต่ถ้าเราไม่มีทางหนีทีไล่เมื่อสถานการณ์พลิกล่ะคะ? ดาบที่คมที่สุดก็ไร้ความหมายหากผู้ถือมันถูกตรึงอยู่กับที่และไม่มีแรงเหลือพอที่จะหลบการโจมตี" เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาที่ปัดด้วยอายแชโดว์สีเงินกะพริบลงช้าๆ ความเงียบโรยตัวคั่นกลางระหว่างเขาทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำยาในหม้อกลั่นที่เป็นพยานถึงความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน "คุณกำลังบอกว่า... แผนการของดิฉันมันไร้รอยต่อแต่เปราะบางอย่างนั้นหรือคะ?" เซเลสเทียเอ่ยถามเสียงเบา ทว่าแฝงความน้อยใจลึกๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดของอาจารย์ผู้เคร่งครัด ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองที่ขวดน้ำยาอีกต่อไป แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่ถูกปิดบังไว้ "ไม่ใช่ว่าเปราะบางหรอกค่ะ... แต่เรามองโลกกันคนละมุมต่างหาก" คิริถอนหายใจอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ลอยแตะจมูก "สำหรับคุณ โลกนี้คือกระดานหมากรุกที่คุณต้องคำนวณทุกตาเดินเพื่อไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของดันเจี้ยน แต่สำหรับฉัน... ฉันแค่อยากเดินทางไปพร้อมกับความปลอดภัย และสนุกกับการผสมผสานอะไรแปลกใหม่ไปเรื่อยๆ มากกว่าจะไปแบกรับภาระกอบกู้โลกอะไรนั่น" คำพูดนั้นทำเอาเซเลสเทียเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย คำว่า 'กอบกู้โลก' ที่หลุดออกมาจากปากของนักปรุงยาจอมขี้เกียจ สะท้อนถึงความแตกต่างทางความคิดที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะประสานกันได้ในชั่วข้ามคืน ระบบเกมในโลกเสมือนจริงแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นต้องดิ้นรนเพื่อสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลระดับสูง แต่คิริกลับเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบสำราญใจและหาทางลัดอยู่เสมอ ในขณะที่เซเลสเทีย ซึ่งแบกรับประวัติศาสตร์อันยาวนานและความลับของระบบดันเจี้ยนเอาไว้ ย่อมต้องการผลลัพธ์ที่เด็ดขาดและรวดเร็วที่สุดเพื่อปลด แผงควบคุมโฮโลแกรมสีฟ้าใสพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศระหว่างเขาทั้งสอง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นเตือนสติ [แจ้งเตือนระบบ: ค่าความสัมพันธ์ (Affinity) ระหว่างผู้เล่น 'คิริ' และ NPC 'เซเลสเทีย' ลดลง 3.5%] [คำเตือน: ความขัดแย้งของเป้าหมายหลักอาจส่งผลกระทบต่อสกิลประสาน "พันธนาการแห่งดารา" ในการต่อสู้ถัดไป] ทั้งสองคนเหลือบมองหน้าต่างสีฟ้าที่กะพริบเตือนแสงสีแดงจางๆ ความเงียบอันหนักอึ้งกลับมาปกคลุมห้องใต้ดินแห่งนี้อีกครั้ง ไม่มีใครยอมเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเพื่อทำลายกำแพงความไม่เข้าใจที่เพิ่งถูกก่อขึ้น เซเลสเทียหันหลังให้คิริช้าๆ เธอเดินไปหยิบตำราเวทโบราณขึ้นมาเปิดอ่านโดยไม่ชายตาแลขวดน้ำยาสีเขียวบนโต๊ะอีกเลย คิริยืนมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและดูโดดเดี่ยวของอาจารย์สาว เขารู้ดีว่าความดื้อรั้นของตนเองกำลังสร้างรอยร้าวที่ยากจะประสาน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถทิ้งวิถีทางที่ตนเองเชื่อมั่นได้เช่นกัน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดนั้นเอง... พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานหิน เสียงคำรามต่ำทุ้งที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานานนับพันปีเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากแรงสั่นสะเทือนของมานาที่พวกเขากลั่นออกมาเมื่อครู่! หน้าต่างระบบสีฟ้าใสไม่ได้แสดงค่าความสัมพันธ์อีกต่อไป แต่มันถูกแทนที่ด้วยข้อความสีเลือดขนาดใหญ่ที่กระพริบเตือนถี่รัวจนแสบตา [คำเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: บอสลับแห่งชั้นที่ 10 "ผู้พิทักษ์โลหิตดารา" ได้ลืมตาตื่นขึ้นก่อนกำหนดเนื่องจากปฏิกิริยาของน้ำยามานาผิดปกติ!] [เงื่อนไขภารกิจพิเศษถูกบังคับใช้: หากไม่สามารถร่วมมือกันประสานพลังภายใน 30 วินาที ไอเทมทั้งหมดในตัวจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์!] เซเลสเทียหันขวับกลับมาสบตากับคิริทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พื้นเบื้องล่างกำลังปริแตกออกเผยให้เห็นแสงสีแดงฉานน่ากลัว... โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%