อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน•ตอนที่ 5

เส้นทางที่ไม่ได้วางแผนไว้

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
กลิ่นอายฉุนกานพลูและรากหญ้าแห้งคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่ทำให้คิริอยากจะซบหน้าลงกับพื้นหินเย็นเฉียบตรงหน้าจริงๆ กลับไม่ใช่กลิ่นของส่วนผสมแปรสภาพพวกนั้น หากแต่เป็นเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังระคายหูเป็นครั้งที่สิบสองของวัน "ถ้าเจ้ายังคงใช้ท่าทางหยิบจับวัตถุดิบเหมือนคนกำลังจิบชาในสวนดอกไม้แบบนั้น อีกสามร้อยปีเลเวลของเจ้าก็คงไม่ขยับพ้นจากหลักสิบหรอกนะคะ คิริ" เซเลสเทียปรายตามองผ่านกลุ่มควันสีครามที่ลอยเอื่อยออกจากหม้อกลั่นโลหะผสม เปลวไฟสีฟ้าใต้ฐานหม้อเต้นระบำวับแวมสะท้อนกับนัยน์ตาสีอัมพันคู่สวยที่มักจะซ่อนความดุดันไว้ภายใต้ความนิ่งเรียบเสมอ อาจารย์สาวในชุดคลุมนักบวชโบราณปักดิ้นเงินลูบปลายนิ้วเรียวยาวไปตามสันหนังสือหนังอสูรเล่มหนาที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศด้วยพลังเวท ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อปิดฉากการเทศนาที่ทำเอาคิริรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเด็กชายตัวน้อยที่กำลังโดนคุณครูฝ่ายปกครองเรียกพบ "โธ่ เซเลสเทียคะ การเป็นนักปรุงยาน่ะ สิ่งสำคัญคือความประณีตและความใจเย็นนะคะ ขืนให้ฉันวิ่งถือค้อนวิ่งไล่ทุบมอนสเตอร์เหมือนพวกนักรบ มีหวังได้รีเซตกลับจุดเกิดก่อนจะได้ผสมยาขวดแรกแน่ๆ ค่ะ" คิริทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นถ้ำชื้นแฉะ ยอมแพ้ให้กับความพยายามในการเกลี่ยผงสมุนไพรวิญญาณให้เข้ากัน เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยหลังมืออย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก นี่คือดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน "ซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา" สถานที่ที่ระบบเกม VRMMO กำหนดให้เป็นเขตกัก กันมอนสเตอร์ระดับกลาง แต่สำหรับคิริแล้ว ที่นี่ไม่ต่างอะไรจากคุกฝึกงานนรกที่ถูกเซเลสเทียลากตัวมาโยนใส่ หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในเมืองหลวงเมื่อวานซืน อาจารย์สาวจอมเผด็จการคนนี้ก็ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดว่า *'ความขี้เกียจและการพึ่งพาแต่ไอเทมสำเร็จรูปจะทำลายศักยภาพที่แท้จริงของอัลเคมิสต์'* และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเนรเทศชั่วคราวมายังดินแดนรกร้างแห่งนี้ "ความประณีตใช้ได้ผลเฉพาะเวลาที่เจ้าอยู่ในห้องทดลองปลอดภัยค่ะ แต่ในโลกภายนอก ความเร็วนั่นแหละคือชีวิต" เซเลสเทียก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินก้องกังวานเป็นจังหวะ นางย่อตัวลงตรงหน้าคิริ ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางเขาขึ้นบังคับให้สบตา "มองไปข้างหน้าสิคะ นักเรียนตัวน้อยของฉัน" พริบตานั้น ผืนผนังหินแกรนิตเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเบาๆ รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับกระดาษที่ถูกฉีกขาด เสียงคำรามต่ำทุ้งดังสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องหลังรอยแยกนั้น กลิ่นอายกดดันระดับสูงแผ่ซ่านจนขนแขนของคิริลุกชันโดยอัตโนมัติ [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบ "เงาอสูรแห่งห้วงนึกคิด" เลเวล 45 ปรากฏตัว!] [คำเตือน: นี่คือภารกิจภาคบังคับเฉพาะบุคคล การหนีจะส่งผลให้สูญเสียค่าประสบการณ์สะสม 50%] "อ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิคะ! เลเวลฉันเพิ่งจะ 12 เองนะ! นั่นมันมอนสเตอร์ระดับหัวหน้าเขตนะคะ!" คิริร้องเสียงหลง ดีดตัวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางขวดแก้ว "เลเวลไม่ใช่เครื่องวัดทุกอย่างค่ะ คิริ" เซเลสเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉย แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่หาดูได้ยาก "ในเมื่อเจ้าไม่ยอมขยับตัวด้วยความสมัครใจ งั้นก็ให้บทเรียนภาคปฏิบัติแบบเร่งรัดเป็นคำตอบก็แล้วกันค่ะ" สิ้นเสียงของอาจารย์สาว ร่างของเซเลสเทียก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางๆ ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่บนคานหินเหนือศีรษะ ทิ้งให้คิริเผชิญหน้ากับเงาทมิฬขนาดมหึมาที่กำลังก้าวพ้นรอยแยกมิติออกมา ร่างของมันคล้ายสุนัขป่าผสมกับโกเลมศิลา ดวงตาสองคู่สีแดงฉานจ้องมองมาที่เป้าหมายด้วยความกระหายเลือด คิริกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอันชาญฉลาดเริ่มคำนวณความเป็นไปได้ในเสี้ยววินาที การโจมตีด้วยกายภาพ? ตัดทิ้งไปได้เลย แรงของอัลเคมิสต์สายผลิตอย่างเขาคงทำได้แค่สะกิดขนมันเล่นเท่านั้น การใช้เวทมนตร์โจมตีตรงๆ? มานาในหลอดมีไม่พอร่ายคาถาบทใหญ่แน่ๆ *มีทางเดียว...* เงาทมิฬพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง เสียงลมกรรโชกปะทะเข้ากับใบหน้าจนแสบผิว ร่างมหึมาเงביกรงเล็บแหลมคมเตรียมตะปบลงมาหมายปลิดชีพในครั้งเดียว คิริไม่หลบ เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าสวนทางกับกรงเล็บมรณะ ปลายนิ้วคว้าหมับลงไปในกระเป๋าคาดเอว หยิบขวดแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีเขียวเรืองแสงออกมาสามขวดรวด "รับนี่ไปหน่อยเถอะค่ะ เจ้าหมาบ้า!" เขวี้ยงสุดแรงเกิด! ขวดแก้วทั้งสามพุ่งเข้ากระทบกับพื้นหินเบื้องเท้าของอสูรกายเสียงดังสนั่น *เพล้ง!* กลุ่มควันสีเขียวข้นคลั่กพวยพุ่งขึ้นปกคลุมร่างของเงาทมิฬทันที กลื่นสารเคมีฉุนจัดทำให้อสูรยักษ์ชะงักกึก มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดเมื่อของเหลวสูตรพิเศษ—*น้ำยาละลายเกราะเวทผสมสารระคายเคืองขั้นสูง*—กัดกร่อนชั้นศิลาป้องกันของมันจนเกิดเสียงดังฟู่ๆ ควันสีขาวพวยพุ่งราวกับเครื่องยนต์ขัดข้อง แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด คิริอาศัยจังหวะที่มันกำลังเสียการทรงตัว ดีดตัวเหยียบขึ้นบนไหล่ของมันอย่างคล่องแคล่ว มือซ้ายควักเอาลูกแก้วสะท้อนแสงที่ประดิษฐ์ขึ้นเองจากเศษซากดันเจี้ยนมากดใช้งานเต็มแรง *ปิ้ง!* แสงจ้าเจิดจ้าสาดส่องเข้าตาคู่นั้นเต็มๆ จนอสูรกายผงะถอยหลังด้วยความมึนงง มันสะบัดตัวอย่างรุนแรงจนร่างของคิริปลิวลอยละลิ่วตกลงมากระแทกพื้นกลิ้งคลุกคลานไปหลายตลบ แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า มือขวาคว้าปากกาเวทมนตร์ขึ้นมาเขียนอักขระรูนกลางอากาศอย่างรวดเร็ว "ตามตำราที่เซเลสเทียเคยบ่นให้ฟัง... จุดอ่อนของโครงสร้างเวทแบบนี้คือแกนกลางใต้คางสินะคะ!" คิริพุ่งตัวเข้าประชิดเป็นครั้งสุดท้าย ใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระโดดเหยียบก้อนหินข้างทางส่งร่างลอยตัวขึ้นสูง พร้อมกับซัดเข็มกลั่นพิษอาบยาชาพุ่งตรงเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ของอสูรกายอย่างแม่นยำราวนับ *ฉึก!* ร่างมหึมาของเงาทมิฬแข็งทื่อไปในทันที อักขระสีทองอร่ามปรากฏขึ้นรอบตัวมันก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าพรั่งพรู เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังรัวติดต่อกันจนแทบฟังไม่ทัน [ท่านได้จัดการ "เงาอสูรแห่งห้วงนึกคิด" เลเวล 45 สำเร็จ!] [เนื่องจากเป็นการเอาชนะด้วยวิธีนอกตำราและเลเวลต่างกันมาก ได้รับโบนัสค่าประสบการณ์ X5!] [เลเวลของผู้เล่น "คิริ" เลื่อนขึ้นสู่เลเวล 18!] [ปลดล็อกสกิลติดตัวใหม่: "สัญชาตญาณนักปรุงยาสายลุย" (Passive)] คิริหอบหายใจโยนตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นถ้ำด้วยความเหนื่อยอ่อน เหงื่อชุ่มโชกแผ่นหลัง เสื้อผ้าเลอะฝุ่นดิน แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มออกมาด้วยความสะใจ ละอองแสงสีทองรวมตัวกันเบื้องหน้า ร่างของเซเลสเทียก้าวเดินออกมาจากม่านแสงนั้น นางกวาดสายตามองซากละอองแสงบนพื้นสลับกับใบหน้าของเด็กหนุ่มที่นอนหอบแผ่นอกกระเพื่อมไหว รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาจารย์สาว "ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ..." เซเลสเทียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติเล็กน้อย ย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษแก้วแตกบนพื้น "ใช้สมองนำกำลัง ใช้สภาพแวดล้อมและไอเทมสิ้นเปลืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมกับเป็นลูกศิษย์ของฉันหน่อยค่ะ" "แฮ่ก... ถ้าชมกันด้วยความจริงใจ ช่วยเปลี่ยนจากการโยนฉันมาให้สัตว์ประหลาดกินเป็นอาหารว่าง มาเป็นการเลี้ยงชาดีๆ สักแก้วจะดีใจกว่านี้นะคะ อาจารย์" คิริบ่นอุบอิบ พยายามดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ทว่า ในจังหวะที่เซเลสเทียกำลังจะเอ่ยปากตอบรับ รอยแยกมิติสีดำสนิทที่ควรจะปิดสนิทไปแล้วเมื่อครู่ กลับปริแตกออกอีกครั้งด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ! บรรยากาศภายในถ้ำเปลี่ยนเป็นหนทึบและเย็นเยียบในเสี้ยววินาที แรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหายใจไม่ออกทำให้ทั้งคิริและเซเลสเทียต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน จากรอยแยกมิติที่กว้างใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า ดวงตาสสีทองอร่ามคู่มหมหึมาคู่หนึ่งกำลังลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงรากแก้วของดันเจี้ยน— [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบ "ผู้พิทักษ์แห่งบรรพกาล" (บอสลับระดับ SSS) ตื่นจากการหลับใหล...!] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลเคมิสต์จอมขี้เกียจกับบรรณารักษ์พิทักษ์ดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%