"หมายค้นฉบับนี้ออกโดยคณะกรรมการปฏิวัติภาคเหนือ ประทับตราแดงฉานด้วยหมึกชินชาสดใหม่ กลิ่นอายของอำนาจดิบเถื่อนและคราบไคลแห่งยุคสมัยอันปั่นป่วนโชยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นดิน"
เสียงฉีกกระดาษซองเอกสารสีน้ำตาลดังแคว่ก ทำลายความเงียบงันภายในห้องโถงคับแคบของบ้านพักคอมมูน นายทหารยศพันโทผู้มีรอยแผลเป็นลากยาวจากกกหูลงมาถึงคางกวาดสายตาคมปลาทูมองสำรวจรอบห้องด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ เขาไม่ใช่คนของกองทัพภาคใต้สายตรงของจางเหว่ย หากแต่เป็น ‘สุนัขล่าเนื้อ’ ชุดใหม่ที่ถูกส่งตรงมาจากเมืองหลวงเพื่อกวาดล้าง ‘พวกปฏิกิริยา’ และพ่อค้าคนกลางที่แอบซ่อนทุนนิยมเอาไว้ใต้หน้ากากของเกษตรกรคอมมูน
หลี่มู่เหยายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้สนเก่าๆ ร่างอรชรในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายตามธรรมเนียมยุค 80 แต่การตัดเย็บกลับเข้ารูปและสะอาดสะอ้านอย่างไร้ที่ติ เส้นผมยาวสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างประณีตด้วยปิ่นหยกมรกตเนื้อเย็นเยียบ ท่าทีของนางสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก ราวกับแขกผู้สูงศักดิ์กำลังรอคอยการมาเยือนของบ่าวไพร่ มากกว่าจะเผชิญหน้ากับการตรวจค้นที่อาจนำไปสู่ลานประหาร
"หลี่มู่เหยา... สหายผู้หญิง เจ้ามีคำอธิบายอย่างไรกับสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายลับนี้ รวมถึงโฉนดที่ดินแปลแปลงนอกเขตคอมมูนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นกระดานแผ่นนี้" นายทหารยศพันโทสะบัดปึกกระดาษในมือเสียงดังลั่น กระแทกเสียงถามด้วยความฮึกเหิม หวังจะกดดันให้สตรีตรงหน้าทรุดเข่าลงร้องขอความเมตตา
ทว่า เขากลับคิดผิดถนัด
มู่เหยาเพียงปรายตามองเอกสารเหล่านั้นแวบหนึ่ง มุมปากเรียวบางยกยดขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันเงียบงัน นางไม่รีบร้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ดั่งสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ในราชสำนักยามทอดพระเนตรการแสดงงิ้วท้องถิ่น นางค่อยๆ ยกมือเรียวขึ้นจัดชายเสื้อให้เข้าที่อย่างใจเย็น ท่วงท่าการเคลื่อนไหวนั้นงดงามชดช้อยราวกับบทกวีโบราณที่หลุดลอยมาท่ามกลางกลิ่นอายเหล็กและโคลนของยุคเปลี่ยนผ่าน
"สหายพันโท... ในยามวิกฤตเช่นนี้ ข้าคิดว่าท่านควรใช้สายตาที่เฉียบคมกว่านี้ในการอ่านหนังสือ แทนที่จะใช้ความเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อนความไร้เดียงสาของตนเอง" น้ำเสียงของนางนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนนายทหารหนุ่มถึงกับชะงัก
"เจ้ากล้าดียังไง..."
"สมุดเล่มนั้นไม่ใช่บัญชีทุนนิยม แต่เป็นบันทึกผลผลิตส่วนเกินที่คอมมูนของเรามอบให้แก่กองทัพแนวหน้าตามคำสั่งลับของท่านอ๋อง... เอ่อ สหายหัวหน้าคอมมูนจาง" มู่เหยาจงใจหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อเน้นย้ำสถานะในอดีตและปัจจุบันของชายผู้กุมชะตานี้ "หากท่านเผาหรือทำลายมันด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เกรงว่าทหารนับหมื่นที่แนวหน้าทางเหนือคงจะไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อในฤดูหนาวนี้... และเมื่อถึงเวลานั้น ศาลทหารจะถามหาความรับผิดชอบจากใคร? จากท่าน... หรือจากเบื้องบนที่ส่งท่านมา?"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที เหล่าทหารผู้ติดตามที่ถือปืนไรเฟิลต่างหันมามองหน้ากันด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าขยับตัว แม้แต่รอยแผลเป็นบนใบหน้าของนายทหารพันโทก็กระตุกวูบ ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามไรผม
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกลุ่มคน ท่วงจังหวะการเดินที่มั่นคงราวดินแดนสะเทือนเลื่อนลั่นทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง
จางเหว่ย... ชินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายในคราบของหัวหน้าคอมมูน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มทหารผ่านศึกก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากราดมองนายทหารยศพันโทด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกราวกับกำลังถูกพิพากษาความตาย
"ใครอนุญาตให้พวกเจ้า... เข้ามาค้นบ้านของภรรยาฉัน?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงอำนาจจนนายทหารพันโทถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปครึ่งหนึ่ง เขาอ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยอ้างคำสั่งเบื้องบน แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดั่งคมมีดน้ำแข็งของจางเหว่ย คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ
มู่เหยาลอบมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่ยืนบังรังสีอำมหิตแทนตน นางเม้มปากเล็กน้อย ซ่อนประกายความอบอุ่นที่วาบผ่านก้นบึ้งของหัวใจเอาไว้ ภายใต้คลื่นลมแห่งการแย่งชิงอำนาจและการตรวจสอบอันโหดร้ายนี้ พวกเขายังคงเป็นเงาที่สะท้อนซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลาย จู่ๆ นายทหารพันโทก็แค่นยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด เขายื่นมือสั่นเทาหยิบวิทยุสื่อสารภาคสนามเครื่องเล็กขึ้นมา กดส่งสัญญาณเสียงสั้นๆ ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง
"ฮ่าๆๆ ท่านหัวหน้าคอมมูนจาง... ท่านคิดว่าท่านคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้วอย่างนั้นหรือ? สายเกินไปแล้ว! คำสั่งลับฉบับที่สามจากส่วนกลางเพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อห้านาทีก่อน..."
นายทหารผู้นั้นชูซองเอกสารลับสุดยอดที่ประทับตราสีเลือดฉานอีกฉบับขึ้นชูเหนือหัว รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้า
"ทางการมีคำสั่งด่วนที่สุด... ให้จับกุมตัว ‘หลี่มู่เหยา’ ในข้อหาสมคบคิดกับสายลับต่างชาติ และให้ท่าน... ท่านอ๋องจางเหว่ย... ถูกปลดจากตำแหน่งทันทีเพื่อสอบสวนวินัย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับตัวละครนะครับ
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 26
ความหวาดระแวงในคอมมูน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!