กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 27

หนทางรอดจากการถูกกวาดล้าง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
แฟ้มเอกสารปกหนังสีเขียวมะกอกถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่น จนกองกระดาษสำมะโนครัวและบัญชีสหกรณ์การเกษตรสั่นสะเทือน กลิ่นอายของความหนาเตอะแห่งอำนาจรัฐยุคเปลี่ยนผ่านคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหมึกซึมราคาถูก "หลี่มู่เหยา... เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเซ็นชื่อลงบนประกาศิตประหารชีวิตทางเศรษฐกิจของคอมมูนแห่งนี้" น้ำเสียงของสหายผู้ตรวจการจากส่วนกลางเอ่อล้นด้วยความเย่อหยิ่ง เขาอยู่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าติดเข็มกลัดประธานเหมาที่อกเสื้อซ้ายอย่างเนี๊ยบกริบ ดวงตาเรียวรีหลังกรอบแว่นตากลมกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจเจือความหวาดระแวงระคนกัน ในมือถือโทรเลขด่วนพิเศษที่ระบุข้อหา ‘สมคบคิดกับสายลับต่างชาติและบ่อนทำลายเสถียรภาพการเงินของรัฐ’ ชัดเจน ทว่า หลี่มู่เหยาหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางอยู่ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มแบบชาวบ้านเรียบง่าย ทว่าเส้นผมกลับถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตด้วยปิ่นไม้จันทน์เก่าคร่ำคร่า ท่าทีของนางสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่าด้านนอกเรือนรับรอง กองกำลังติดอาวุธของคอมมูนจะปิดล้อมไว้ทุกด้านแล้วก็ตาม นางรินชาร้อนลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบหยาบด้วยมือเรียวที่มั่นคง ควันสีขาวพวยพุ่งกลบเกลื่อนรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากเล็กน้อย "ท่านผู้ตรวจการจ้าว... ท่านกล่าวหารุนแรงเกินไปกระมังครับ เอ๊ย... เกินไปแล้ว" นางเปลี่ยนสรรพนามในใจทันทีเมื่อระลึกได้ว่าตนอยู่ในยุคสมัยใด "การที่หมู่บ้านของเราสามารถส่งออกเครื่องจักรกลการเกษตรทำมือและแปรรูปผลิตภัณฑ์จนมีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นสามเท่าในรอบไตรมาส หาใช่การสมคบคิดกับต่างชาติไม่ หากแต่เป็นผลผลิตจากนโยบาย ‘เปิดกว้างและปฏิรูป’ ที่ส่วนกลางเพิ่งประกาศออกมามิใช่หรือ" จ้าวเฟิง ผู้ตรวจการมือสะอาดแต่หัวโบราณแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ เขาตบโต๊ะซ้ำอีกครั้งจนถ้วยชาสั่นสะเทือน "นั่นคือวาทกรรมของพวกนายทุนน้อย! แต่บัญชีที่เธอนำเข้าวัตถุดิบเหล็กกล้าผ่านพ่อค้าคนกลางจากมณฑลชายแดน... มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนชาตินิยมเก่าที่ลี้ภัยไปฮ่องกง หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ เธอจะแก้ตัวอย่างไร!" บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมหายใจของเจ้าหน้าที่สมุนอีกสองนายที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างประตูหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนั้นเอง ประตูไม้ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ตกันหนาวสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง อุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลงทันทีเมื่อเงาร่างของ จางเหว่ย ทาบทับลงบนพื้นห้อง ท่านอ๋องผู้เคยบัญชาการกองทัพนับแสนในมิติเก่า บัดนี้สวมวิญญาณเป็นหัวหน้าคอมมูนผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองผู้ตรวจการจ้าวด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขากดทับให้ทุกคนในห้องต้องหายใจ จ้าวเฟิงถึงกับชะงัก ชายหนุ่มตรงหน้าแม้จะแต่งกายด้วยชุดเรียบง่ายแบบเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่รัศมีอำนาจที่กดดันกลับทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชจากขุมนรก "ท่าน... ท่านจางเหว่ย! คุณถูกคำสั่งพักราชการและสอบสวนวินัยข้อหาใช้อำนาจเกินขอบเขต! ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคูหา..." "คำสั่งนั้น... ออกโดยใคร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ขัดจังหวะผู้ตรวจการด้วยน้ำเนิบนาบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล จางเหว่ยสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานเรื่อยๆ ทุกก้าวที่เขาย่างผ่าน ราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจของศัตรูให้เต้นระรัว "ออก... ออกโดยคณะกรรมการตรวจสอบวินัยกลาง!" จ้าวเฟิงพยายามเชิดหน้าสู้ แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายเต็มขมับ "คณะกรรมการกลางรึ..." จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่แหบพร่าแต่น่ากลัวยิ่งนัก เขายื่นมือหนาหยิบโทรเลขบนโต๊ะขึ้นมาพิจารณาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะฉีกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองแม้แต่น้อย "เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรลงไป! นั่นคือคำสั่งราชการแผ่นดินนะ!" สมุนข้างกายจ้าวเฟิงชักปืนพกออกมาจากซองหนังข้างเอวทันที ทว่า เร็วกว่าความคิด! จางเหว่ยสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คว้าข้อมือของสมุนคนนั้นแล้วบิดอย่างรุนแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ปืนพกกระบอกนั้นก็ร่วงหล่นลงมาอยู่ในอุ้งมือของท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหดเรียบร้อยแล้ว ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อตรงไปยังระหว่างคิ้วของจ้าวเฟิงในเสี้ยววินาที ไม่มีใครทันมองเห็นการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ด้วยซ้ำ มันรวดเร็ว ดุดัน และเด็ดขาด ราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อ "กฎหมายแผ่นดิน... ข้าเป็นคนร่างขึ้นมากับมือตั้งแต่สมัยที่พวกแกยังแย่งข้าวสุนัขกินกันอยู่กระมัง" จางเหว่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาดุร้ายไร้ความปรานี "ภรรยาของข้า... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้แต่เงาของพวกแก ก็อย่าหวังจะได้เหยียบย่างออกไปจากคอมมูนนี้ทั้งเป็น!" หลี่มู่เหยายังคงนั่งจิบชาเงียบๆ นางมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ยืนตระหง่านปกป้องนางจากพายุร้าย ความรู้สึกบางอย่างอุ่นวาบขึ้นในอก ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและการหักเหลี่ยมเฉือนคมอันดุเดือด ความเชื่อใจที่พวกเขามีให้กันกลับมั่นคงดั่งหินผา จ้าวเฟิงหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก ปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่า ชายคนนี้ไม่ได้ขู่ เขากล้าฆ่าคนจริงๆ แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่กฎระเบียบคอยควบคุม แต่สำหรับจางเหว่ยแล้ว กฎคือสิ่งที่เขาขีดขึ้นมาเอง "ทะ... ท่านจาง... ใจเย็นก่อน..." จ้าวเฟิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พวกเราแค่... ทำตามหน้าที่..." "หน้าที่ของพวกแก คือการสุนัขรับใช้ที่เห่าตามคำสั่งนายทุนอีกทอดหนึ่ง" หลี่มู่เหยาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่ดังก้องกังวานในความเงียบ นางลุกขึ้นยืน ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายก้าวเข้ามาเคียงข้างสามี ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมและทรงปัญญา "ท่านผู้ตรวจการจ้าว... ท่านอยากได้หลักฐานความบริสุทธิ์ใช่ไหมครับ... อ๊ะ... ใช่ไหมคะ?" นางเผลอหลุดสำนวนสมัยใหม่เล็กน้อยก่อนจะปรับเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ "นี่คือบัญชีลับที่แท้จริงของการส่งออกสินค้าคอมมูนเรา ซึ่งข้าพเจ้าได้ส่งมอบสำเนาให้สำนักงานเลขาธิการพรรคประจำมณฑลไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว... และหากท่านเปิดวิทยุสื่อสารตอนนี้ เพื่อฟังประกาศจากส่วนกลาง... ท่านจะได้ยินข่าวดี" สิ้นคำพูดของนาง เสียงโทรศัพท์ฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงกรีดร้องดังสนั่นหวั่นไหว จ้าวเฟิงตัวสั่นเทา เขาเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ด้วยความหวาดผวา ปลายสายคือเสียงรายงานจากสำนักงานใหญ่ประจำมณฑลที่สั่งการลงมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน *(“ผู้ตรวจการจ้าว! ยกเลิกคำสั่งจับกุมด่วนที่สุด! ท่านประธานมีคำสั่งแต่งตั้งให้ ‘จางเหว่ย’ เป็นกรรมาธิการพิเศษควบคุมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือแล้ว! และคุณ... ถูกสั่งพักราชการทันทีฐานใช้อำนาจมิชอบ!”)* โทรศัพท์หลุดมือร่วงกระแทกพื้น เสียงสัญญาณตัดสายดังตู๊ดๆ ยาวนาน จ้าวเฟิงทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหมดเรี่ยวแรง แววตาเหม่อลอยไร้สติ ขณะที่จางเหว่ยค่อยๆ ลดกระบอกปืนลง เขามองหน้าภรรยาด้วยความชื่นชมระคนเอ็นดูในความเจ้าเล่ห์เพทุบายของนาง ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเคาะเกือกม้าก็ดังสนั่นมาจากนอกหน้าต่าง... พร้อมกับการมาถึงของบุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ม่านประตูกั้นห้องถูกกระชากเปิดออกโดยทหารองครักษ์ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ พร้อมกับร่างของบุรุษสูงวัยผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัย แต่ดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน "ไม่นึกเลยว่า... เจ้าอ๋องตกยากผู้นี้ จะยังซ่อนสตรีมือสะอาดไว้ข้างกายถึงเพียงนี้... น้องรอง เจ้าซ่อนตัวได้มิดชิดดีจริงๆ" จางเหว่ยหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างอีกครั้งเมื่อเผชิญหน้ากับ ‘ผู้มาเยือน’ จากอดีตที่ตามมาหลอนถึงที่ ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับหมากเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%