กลิ่นอับชื้นของคลังเกลือร้างหลังตลาดมืด ผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำมันก๊าดจากตะเกียงดวงเล็กๆ ที่ริบหรี่ ราวกับจะดับลงเสียให้ได้ในทุกคราที่สายลมฤดูหนาวลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้ผุพัง บรรยากาศภายในห้องคับแคบนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงลมหายใจยังต้องถูกกลืนกลับลงคออย่างระมัดระวัง
หลี่มู่เหยายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้เนื้อแข็งเก่าคร่ำคร่า บนโต๊ะนั้นวางหีบไม้สนขนาดเล็กที่ถูกล็อกกุญแจทองเหลืองไว้อย่างแน่นหนา นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มค่อนข้างเก่าแต่ได้รับการซ่อมแซมอย่างประณีตเรียบร้อยตามแบบฉบับสตรีชนบทในยุคเปลี่ยนผ่าน ผืนผ้าหยาบกร้านหาได้ลดทอนสง่าราศีอันเยือกเย็นและลึกล้ำที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่คมกริบดั่งหยกดำคู่นั้นไม่
ตรงข้ามกับนางคือชายหนุ่มในชุดสากลสีเทาเข้ม ไหล่กว้างผึ่งผาย ร่างกายสูงใหญ่กำยำที่แผ่ไอสังหารอันเยือกเย็นและดุร้ายออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด จางเหว่ย—ชินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพในอดีต บัดนี้สวมวิญญาณเป็นหัวหน้าคอมมูนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตปกครองนี้ เขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วงราวกับค้อนเหล็กที่กำลังตอกลงบนหัวใจของคนรอบข้าง
"เจ้ากล้าดียังไงถึงนัดข้ามาที่นี่ หลี่มู่เหยา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างต้องการทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งความคิด นางหาได้สะท้านสะเทือนไม่ มุมปากบางเฉียบยกยิศย้อยขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
"ท่านอ๋อง... มิใช่ว่าสถานที่เช่นนี้เหมาะสมที่สุดแล้วหรอครับ สำหรับการเจรจาธุรกิจที่อยู่นอกเหนือกฎระเบียบอันเคร่งครัดของคอมมูน" หลี่มู่เหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นทุกพยางค์ นางขยับตัวเล็กน้อย เผยให้เห็นกิริยาท่าทางที่สง่างามราวกับองค์หญิงในราชสำนัก มากกว่าจะเป็นเพียงลูกสะไภ้ชาวนาที่เพิ่งก้าวเท้าออกจากเรือน
จางเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ความสนใจระคนระแวดระวังพุ่งถึงขีดสุด เขารู้จักสตรีผู้นี้ดี นางมิใช่คนธรรมดา มันสมองของนางสามารถวางหมากพลิกสถานการณ์ความอดอยากในหมู่บ้านให้กลายเป็นแหล่งกักตุนเสบียงใต้ดินได้อย่างแนบเนียนภายในเวลาไม่ถึงเดือน และในยามที่นโยบายกวาดล้าง "ทุนนิยม" กำลังเข้มข้นถึงขีดสุด การลักลอบค้าขายธัญพืชและสมุนไพรในตลาดมืดเช่นนี้เท่ากับการเอาคอไปพาดไว้บนคมดาบ
"เจ้าคิดจะใช้ข้าเป็นโล่กำบัง เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากตลาดมืดสินะ" จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะจนหลี่มู่เหยาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนได้กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมดาบโชยปะทะนาสิก
"หาใช่โล่กำบังไม่..." หลี่มู่เหยาเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาดำขลับมิได้ไหววอกแม้แต่น้อยยามเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากบุรุษตรงหน้า "แต่เป็นการ 'ร่วมมือ' ต่างหากล่ะเพคะ ท่านอ๋อง... ท่านเองก็ต้องการเสบียงสำรองส่วนเกินเพื่อหล่อเลี้ยงกำลังคนในมือ มิใช่หรือ? กฎระเบียบที่เข้มงวดของทางการมีไว้เพื่อผูกขาดอำนาจ แต่วิสัยทัศน์ของท่านมีไว้เพื่อสร้างบัลลังก์... ข้าพูดถูกหรือไม่?"
คำพูดของนางดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางความมืด จางเหว่ยชะงักไปชั่วลมหายใจ รังสีอำมหิตรอบตัวพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชมที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย สตรีผู้นี้มองขาด... นางมองทะลุปรุโปร่งถึงเจตంటาลับในการสะสมกำลังพลของเขาผ่านหน้าฉากของหัวหน้าคอมมูน
"เจ้าช่าง... องอาจและบังอาจยิ่งนัก" จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง "หากข้าพลิกฝ่ามือฆ่าเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ จะไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าสินค้าในหีบนี้มาจากที่ใด"
"ท่านไม่ฆ่าข้าหรอกครับ..." หลี่มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า นางยกมือเรียวขึ้นแตะกุญแจทองเหลืองบนหีบไม้เบาๆ "เพราะนอกจากข้าแล้ว จะไม่มีใครในใต้หล้าคอยวางแผนการค้าไร้ร่องรอยที่จะทำให้กองทัพของท่านร่ำรวยจนสามารถจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ได้โดยที่ส่วนกลางไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของความตื่นเต้นและอันตรายผสมผสานกันอย่างลงตัว จางเหว่ยมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ล้ำลึกขึ้น ความรู้สึกผูกพันและปรารถนาจะครอบครองจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งนี้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในอก
ทันใดนั้นเอง...
*กุ๊ก! กุ๊ก! กุ๊ก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งตามรหัสลับดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันไม่ใช่สัญญาณเตือนปรกติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กำลังเร่งรีบเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหน่วยตรวจการตลาดมืดที่ดังแว่วมาแต่ไกล
"เปิดประตู! หน่วยตรวจสอบพิเศษจากส่วนกลาง! ค้นทุกซอกทุกมุม อย่าให้ใครหนีรอดไปได้!"
สีหน้าของจางเหว่ยเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาอีกครั้ง เขากำลังจะขยับตัวชักอาวุธข้างกาย ทว่าหลี่มู่เหยากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากมือนางทำให้เขาชะงัก
นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาสุกสกาวทอประกายคมปลาบยิ่งกว่าเดิม นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ริมหูเขาด้วยน้ำเสียงมั่นคงราวกับขุนเขา
"ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งใจร้อน ทางหนีทีไล่ข้าเตรียมไว้แล้ว แต่ก่อนจะไป... ท่านต้องจิบชานี้กับข้าเสียก่อน เพื่อเป็นสัตยาบันแห่งพันธะสัญญาของเรา"
นางเอื้อมมือไปหยิบกาชาดินเผาเคลือบสีเขียวหยกที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะ รินน้ำชาสีอำพันอุ่นๆ ลงในจอกกระเบื้องสองใบอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงทุบประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวและเสียงฝีเท้าที่ประชิดเข้ามาทุกขณะ นางหยิบจอกหนึ่งขึ้นส่งให้เขา ส่วนอีกจอกนางถือไว้เอง
จางเหว่ยมองจอกชาในมือสตรีตรงหน้าสลับกับใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เขาแค่นยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ก่อนจะรับจอกชานั้นมาถือไว้ โดยไม่ละสายตาไปจากนางแม้แต่น้อย
"หวังว่าชาจอกนี้ จะไม่ทำให้ข้าต้องตายก่อนจะได้ครองแผ่นดินนะ, ภรรยาข้า"
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ ชูจอกขึ้นชนกับนาง ก่อนจะเงยหน้ายกจอกซดน้ำชาลงคอจนหมดในรวดเดียว ทันทีที่จอกชาว่างเปล่า ประตูไม้ด้านหน้าก็ถูกถีบพังโครมลงด้วยแรงมหาศาล แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องคับแคบ พร้อมกับร่างของนายกองตรวจการผู้ถือหมายจับก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
หลี่มู่เหยายังคงยืนนิ่ง นางค่อยๆ วางจอกชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงจอกกระทบพื้นไม้ดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน นางหันไปสบตากับนายกองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของข้า... ท่านเสนาบดี"
---
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเปลี่ยนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ / เฉินเว่ยสายลุย
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 8
การค้าแรกที่ตลาดมืด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!