กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 22

การเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"บัญชีการจัดสรรเสบียงของคอมมูนลิตเติลสโตนในฤดูเก็บเกี่ยวรอบนี้... ตัวเลขผลผลิตข้าวสาลีเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงสามสัปดาห์เต็ม เจ้าคิดว่าเบื้องบนจะอ่านรายงานฉบับนี้ด้วยความรู้สึกเช่นไรเล่า สหายหลี่มู่เหยา?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารน้ำแข็งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานหัวหน้าคอมมูน กลิ่นอายของกระดาษสาเก่าๆ และชาสมุนไพรจีนอบอวลผสมผสานกับความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษผู้สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีเขียวขี้ม้าแบบทหารยุค 70 ทว่าบ่ากว้างคู่นั้นกลับตั้งตรงสง่างามราวกับแม่ทัพผู้บัญชาการกองทัพนับแสน ท่วงท่าการวางศอกลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ แฝงไว้ด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่ถูกกดทับเอาไว้ภายใต้กรอบระเบียบของยุคสมัย หลี่มู่เหยายังคงก้มหน้าสะบัดพู่กันจีนลงบนสมุดบัญชีปกสีน้ำตาลเข้ม เส้นหมึกสีดำสนิทลากผ่านกระดาษอย่างมั่นคงและงดงาม นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ปล่อยให้ความกดดันแผ่ซ่านอยู่ในอากาศชั่วลมหายใจหนึ่ง นางค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหินสลักลายดอกเหมืองอย่างประณีต ขยับชายเสื้อแขนยาวสีเทาอ่อนที่ตัดเย็บอย่างเรียบร้อยให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาของจางเหว่ยด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก "เบื้องบนย่อมพอใจในตัวเลขผลผลิตที่ทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด ท่านหัวหน้าจาง... แต่นั่นคือสิ่งที่พวกเขามองเห็นด้วยตาเปล่า หาใช่สิ่งที่ท่านกับข้ากำลังเล่นเกมซ่อนหาอยู่ไม่" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ ทุกพยางค์เต็มไปด้วยสติปัญญาที่เฉียบคมจนคนฟังต้องหรี่ตาลง ภาพรอบกายของหมู่บ้านในยามนี้หาใช่หมู่บ้านชาวนาที่ยากจนข้นแค้นอย่างในอดีตอีกต่อไป การเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลจากใบไม้ร่วงสู่เหมันต์ปี 1978 นำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใต้ดินที่หลี่มู่เหยาค่อยๆ ถักทอขึ้นทีละปม จากการลักลอบค้าขายผลผลิตทางการเกษตรส่วนเกินในตลาดมืด สู่เครือข่ายสหกรณ์การผลิตขนาดย่อมที่เชื่อมโยงหมู่บ้านสามแห่งเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน ภายใต้ฉากหน้าที่ดูเหมือนการปฏิบัติตามนโยบายรัฐอย่างไร้ที่ติ ทว่าเบื้องหลังกลับขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดเสรีที่นางหยิบยกมาจากความทรงจำในโลกยุคปัจจุบัน ผสมผสานเข้ากับเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองยุคโบราณที่นางช่ำชอง จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้จนเงาดำของเขาทอดทับร่างเพรียวบางของนางจนมิด เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการกุมบังเหียนและจับอาวุธมาทั้งชีวิต เอื้อมไปหยิบสมุดบัญชีเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ สายตาดุร้ายกวาดมองตัวเลขและผังโครงสร้างการกระจายสินค้าที่ถูกเขียนด้วยรหัสลับเฉพาะตัวของนาง "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ สหายหลี่... การปฏิรูปเศรษฐกิจระดับจุลภาคที่เจ้าแอบทำอยู่นี้ หากถูกตรวจสอบพบโดยพวกสายตรวจพรรคจากอำเภอ โทษทัณฑ์มิใช่แค่การถูกกักบริเวณ แต่หมายถึงการถูกส่งตัวไปใช้แรงงานหนักในเหมืองถ่านหินมณฑลเหนือ" จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนกลิ่นบุรุษและไออุ่นจากตัวเขาปะทะเข้ากับปลายจมูกของนาง สรรพนามและท่าทีเยייהหยันถูกใช้เป็นเกราะกำบังความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกสุดซึ้ง หลี่มู่เหยาไม่ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววท้าทายและมั่นอกมั่นใจ "ถ้าข้ากลัวความตาย ข้าคงไม่ยอมเอาชีวิตรอดจากข้อหาคุณหนูตกอับในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมมาได้จนถึงวันนี้หรอค่ะ... เอ๊ย... จนถึงตอนนี้หรอกค่ะท่านอ๋อง" นางเกือบหลุดปากใช้คำพูดติดปากในโลกเก่า รีบเปลี่ยนกระแสเสียงกลับมาเป็นสำเนียงสตรีชาวนาผู้ชาญฉลาดในยุค 70 อย่างแนบเนียน "อีกอย่าง ท่านเองก็เป็นผู้ลงนามอนุมัติเบิกจ่ายเครื่องมือเกษตรเหล่านี้ไม่ใช่หรือ? หากเรือลำนี้ล่ม ท่านคิดว่าตัวท่านเองจะรอดพ้นจากกระแสน้ำวนนี้ไปได้ลำพังอย่างนั้นหรือเพคะ?" จางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น แววตาคู่นั้นมีความชื่นชมระคนความดุร้ายฉายชัดขึ้นมาวับหนึ่ง มือหนายื่นออกไปสัมผัสปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มเนียนของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่หยาบกระด้างแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาดทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกพลันเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง "เจ้าช่างกล้าต่อรองกับพญายมเช่นข้ามากขึ้นทุกวันแล้วนะ... มู่เหยา" เขากระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรี "แต่ข้าชอบ... ข้าชอบเวลาที่เจ้าถือหมากกระดานนี้ไว้ในมือ แล้วทำหน้ามั่นอกมั่นใจว่าจะไม่มีวันพ่ายแพ้" ก่อนที่หลี่มู่เหยาจะได้ตอบโต้ด้วยวาจาคมคายใดๆ เสียงเคาะประตูก็จسันขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา "หัวหน้าจาง! สหายหลี่!แย่แล้วครับ! มีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่เดินทางมาถึงชายหมู่บ้านแล้ว รถจี๊ปทหารสามคันจากกองบัญชาการมณฑล... พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่ทำการคอมมูนโดยตรงครับ!" จางเหว่ยหรี่ตาลงทัน1ที รังสีสังหารแผ่พุ่งออกจากร่างของเขาราวกับคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นความกดดันระดับสูงสุดในพริบตาเดียว เขากวาดตามองหน้าหลี่มู่เหยาที่ยังคงสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ แม้แต่น้อย ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็หยุดลงที่หน้าประตูก਼นสำนักงาน ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของนายทหารยศนายพลผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและมีแผลเป็นยาวที่หางตาซ้ายก้าวเข้ามา พร้อมกับชูเอกสารตราประทับสีแดงฉานขึ้นสูงต่อหน้าต่อตาพวกเขา "ท่านชินอ๋อง... หรือสหายจางเหว่ยแห่งคอมมูนลิตเติลสโตน มีคำสั่งลับจากส่วนกลางส่งตรงถึงท่าน... ให้ยุติการดำเนินงานทั้งหมด และจับ1กุมตัวสหายหลี่มู่เหยาในข้อหา... ฐานสมรู้ร่วมคิดกับสายลับต่างชาติ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%