กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 23

ศัตรูจากเมืองหลวง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“ข้าไม่ได้ต้องการเหตุผลที่ซับซ้อน สหายหลี่ แค่บอกมาว่าเจ้าจะยอมรับตราประทับปลดระวางธุรกิจนี้ด้วยดี หรือจะให้ข้าใช้กำลังทหารในคอมมูนจัดการตามระเบียบวินัยส่วนกลาง” น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ในยามค่ำคืนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหมึก จางเหว่ยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดดาบจ้องเขม็งไปยังสตรีเบื้องหน้า ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งนิรันดร์บัดนี้กลับแฝงด้วยร่องรอยของความกดดันที่ถูกบีบจากเบื้องบน หลี่มู่เหยานั่งหลังตรงดุจต้นไผ่ท่ามกลางพายุ นาฬิกาข้อมือแบบไขลานเรือนเก่าส่งเสียงเดิน ‘ติ๊ก... ติ๊ก...’ จังหวะที่ดูเชื่องช้าทว่าในความรู้สึกของนางกลับเหมือนเสียงนับถอยหลังสู่ความหายนะ นางวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดริบหรี่สะท้อนใบหน้าเนียนละเอียดที่ยังคงความสงบงามอย่างน่าประหลาด “สหายจาง... ท่านเป็นคนมีความจำดี ท่านย่อมรู้ดีว่าธุรกิจนี้มิใช่เพียงแค่กำไรส่วนตัว แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งคอมมูนให้รอดพ้นจากความอดอยาก” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางมิได้มีความหวั่นเกรงแม้เพียงเสี้ยว “ข้อหา ‘สมรู้ร่วมคิดกับสายลับต่างชาติ’ เป็นข้อหาที่ร้ายแรงเกินกว่าจะหยิบยกมากล่าวอ้างลอยๆ เพื่อทำลายโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ท่านเองก็มีส่วนร่วมสร้างมากับมือ” “ข้าไม่มีทางเลือก!” จางเหว่ยตวาดเบาๆ ฝ่ามือหนากระแทกลงบนโต๊ะจนกองเอกสารสั่นไหว “คำสั่งลับจากส่วนกลางระบุชัดเจนว่ามีหน่วยข่าวกรองลับจากเมืองหลวงจับตาดูที่นี่อยู่ หากข้าไม่ลงมือก่อน ใครจะรับประกันชีวิตของเจ้าได้!” “ถ้าเช่นนั้น ก็จงลงมือเสีย” หลี่มู่เหยาลุกขึ้นยืน ร่างแบบบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายหยาบสีหม่นตามยุคสมัยดูสง่างามราวกับนางพญาที่กำลังถูกเนรเทศ นางเดินไปหยิบถ้วยชาเคลือบสีขาวสะอาดตาขึ้นมารินน้ำชาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาจากหุบเขา “ท่านส่งคนมาจับกุมข้าได้เลย หากนั่นคือทางเดียวที่จะปกป้องชื่อเสียงของท่านจากเงามืดในเมืองหลวง... แต่ท่านต้องตอบข้ามาข้อหนึ่งก่อน” จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น สันกรามของเขานูนเด่นชัด เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น “เจ้าถามมา” “ผู้ที่ส่งคำสั่งลับฉบับนี้มา... ใช่คนเดียวกับที่เคยพยายามขัดขวางการจัดตั้งระบบชลประทานในฤดูกาลที่แล้วหรือไม่?” คำถามนั้นเปรียบเสมือนศรที่พุ่งทะลุจุดศูนย์กลางของปัญหา จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาดุดันนั้นสั่นไหววูบ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม เขาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น มิใช่เพื่อพันธนาการแต่เพื่อดึงให้นางเข้าใกล้กระซิบข้างหู “พวกมันกำลังเปลี่ยนผ่านอำนาจ... และการที่เจ้าเติบโตเร็วเกินไปในธุรกิจแปรรูปเกษตร มันไปขวางหูขวางตาผู้มีอิทธิพลจากตระกูลใหญ่ในนครหลวง พวกมันต้องการดึงทรัพยากรทั้งหมดกลับไปไว้ในมือรัฐวิสาหกิจที่พวกมันคุมอยู่” จางเหว่ยกระซิบเสียงต่ำแฝงความขมขื่น “หากข้าไม่ยอมส่งมอบกิจการของเจ้าวันนี้ พรุ่งนี้จะมีกองกำลังจากหน่วยตรวจการพิเศษลงมาถึงหน้าคอมมูน และเมื่อถึงเวลานั้น... ข้าจะช่วยเจ้าไม่ได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว” หลี่มู่เหยาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยปะทะเข้ากับสติสัมปชัญญะ นางรู้ดีว่าสถานการณ์นี้มิใช่เรื่องของความยุติธรรม แต่เป็นเรื่องของ ‘การแย่งชิงตำแหน่ง’ โดยมีชีวิตของนางและชาวบ้านเป็นหมากบนกระดาน “ท่านชินอ๋อง... ไม่สิ สหายจาง” นางเอ่ยเรียกเขาด้วยฉายาที่เขาเคยใช้ในอดีตชาติ เพื่อย้ำเตือนถึงความผูกพันที่ก้าวข้ามกาลเวลามา “ถ้าข้าจะบอกว่า ข้าได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ท่านจะเชื่อใจคนอย่างข้าหรือไม่?” จางเหว่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวและความฉลาดหลักแหลมที่แม้แต่ขุนนางในราชสำนักยุคก่อนยังต้องยอมสยบ เขาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียดก่อนจะลดมือที่จับข้อมือหญิงสาวลง “ข้าจะถ่วงเวลาให้เจ้าสามวัน ในสามวันนี้... ทำสิ่งที่เจ้าต้องทำเสีย” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากนอกประตู เสียงการโต้เถียงของชาวบ้านดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ประตูไม้ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้เคาะสัญญาณ ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าเข้ม ใบหน้าเย็นชาปราศจากอารมณ์ ในมือของเขามีม้วนกระดาษที่มีตราประทับสีแดงสดของส่วนกลาง “ท่านหัวหน้าคอมมูนจางเหว่ย” ชายผู้มาใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจล้นพ้น “ข้ามาจากหน่วยตรวจสอบพิเศษจากส่วนกลาง ได้รับมอบหมายให้มาควบคุมตัวสตรีที่ชื่อ หลี่มู่เหยา ไปสอบสวนที่เมืองหลวงในทันที!” จางเหว่ยยืนบังหลี่มู่เหยามิด เขาขยับเสื้อคลุมทหารปกปิดไหล่ที่แกร่งกร้าว แววตาของเขากลับคืนสู่ความดุร้ายของยอดแม่ทัพผู้เคยพิชิตแผ่นดิน “เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงถึงเข้ามารุกล้ำเขตปกครองของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต!” ชายชุดเขียวขี้ม้าแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะโยนจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ “ข้าคือผู้ถือคำสั่งโดยตรงจากรัฐมนตรี หากท่านขัดขวาง... ก็เท่ากับว่าท่านสมคบคิดกับพวกทรยศเช่นกัน!” จางเหว่ยมองจดหมายนั้นด้วยสายตาที่เย็นเยียบ เขารู้ดีว่าหากขยับตัวทำอะไรบุ่มบ่าม ทุกอย่างที่วางหมากไว้จะพังทลายลงในพริบตา ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด หลี่มู่เหยากลับก้าวออกมาจากด้านหลังของจางเหว่ย นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบหนึ่งครั้งอย่างสงบนิ่ง สายตาของนางจ้องมองไปที่ชายชุดเขียวขี้ม้าด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุก “คำสั่งนี้... มีตราประทับปลอม” นางเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง “เพราะรัฐมนตรีตัวจริงเพิ่งจะสั่งพักงานคนที่ส่งท่านมาเมื่อเช้านี้... และตอนนี้ ข้าว่าท่านควรห่วงตัวเองมากกว่าจะมาจับข้า” สิ้นคำพูดของนาง เสียงกึกก้องของรถจี๊ปหลายคันก็ดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเสียงประกาศผ่านวิทยุสื่อสารที่ก้องไปทั่วทั้งคอมมูน ว่าการเข้าตรวจค้นครั้งนี้มิได้ชอบธรรมตามกฎหมายใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ไปกับผมนะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านในบทต่อๆ ไปครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%