กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 24

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงประทัดจากวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าพ่นคลื่นเสียงซ่าระคายหู ก่อนจะถูกกดทับด้วยเสียงรองเท้าคอมแบตหนังแท้กระทบพื้นปูนซีเมนต์ของลานคอมมูนอย่างพร้อมเพรียง ดั่งกองทัพม้าเหล็กที่ควบตะบึงเข้าสู่สนามรบ สีหน้าของ "หวังเฉียง" หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบพรรคประจำอำเภอที่เคยลำพองใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษสา ปลายกระบอกปืนย่อมๆ ที่ลูกน้องของเขาถืออยู่ดูไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อรถจี๊ปปักกิ่งสีเขียวเข้มสามคันจอดสนิทล้อมรอบพื้นที่ไว้ทุกด้าน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวทหารหม่น ที่แผ่ไอเย็นเยือกและบรรยากาศกดดันระดับแม่ทัพสนามรบออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ใครอนุญาตให้พวกแกค้นบ้านเรือนประชาชนตามอำเภอใจเช่นนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องกังวาน ไม่ดังมากนัก ทว่ากลับทำให้ทุกลมหายใจในรัศมีสิบเมตรต้องสะดุดกุนซือหญิงหลี่มู่เหยายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ย นางปรายตามองกลุ่มคนผู้ถือหมายค้นเถื่อนด้วยแววตาดุจดั่งพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง เครื่องแต่งกายของนางในวันนี้เป็นเสื้อคอจีนสีเทาเข้มปักลายเมฆมงคลบางเบาที่ปลายแขน ท่วงท่าการยืนสง่างามดั่งสนทนากลางพายุหิมะ ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “ท่าน... ท่านเลขาธิการคอมมูนจาง!” หวังเฉียงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารีบก้าวเข้าไปหาพยายามฝืนยิ้มประจบ “นี่เป็นคำสั่งลับจากเบื้องบนเพื่อตรวจสอบการกักตุนสินค้าและพฤติกรรมต่อต้านนโยบาย... พวกเราเพียงแค่ทำตามหน้าที่...” “หน้าที่?” จางเหว่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองเอกสารในมือของอีกฝ่าย “กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนบุคคลและการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพิ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเที่ยงคืนวานนี้ เอกสารหมายค้นของแกออกเมื่อสามวันก่อน... ในทางกฎหมาย มันเป็นเพียงเศษกระดาษชำระที่ใช้การไม่ได้แล้วหวังเฉียง” คำพูดนั้นเฉียบคมราวดาบที่เชือดเฉือนเส้นเลือดใหญ่ หวังเฉียงหน้าถอดสีผงะถอยหลังไปสองก้าว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แม้ว่านี่จะเป็นยุค 80 ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านที่กฎเกณฑ์ยังก้ำกึ่งระหว่างอำนาจเก่าและใหม่ แต่การกระทำของจางเหว่ยและหลักฐานทางกฎหมายที่ถูกงัดขึ้นมาในจังหวะพพอดีราวนับเวลาถอยหลัง ทำให้เขาจนมุมโดยสมบูรณ์ แต่มู่เหวายังไม่หยุดแค่นั้น นางก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าผ้าฝ้ายกระทบพื้นเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองนางเป็นตาเดียว “หัวหน้าหวัง ท่านรีบร้อนมาถึงเรือนตระกูลจางแต่เช้าตรู่เช่นนี้ เกรงว่ามิได้มาเพื่อตรวจสอบเรื่องทั่วไปกระมังครับ... อ้อ หรือว่าเอกสารฉบับนี้ เป็นเพียงข้ออ้างในการปกปิดบางอย่างที่ท่านได้กระทำร่วมกับโรงงานทอผ้าคอมมูนเขตเหนือ?” น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นและเฉียบขาด ทำเอาหวังเฉียงถึงกับผงะ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย “เจ้า... นังผู้หญิงสารเลว พูดจาเหลวไหลอะไร!” “เหลวไหลหรือ?” มู่เหวายกมือขึ้นจัดปกเสื้ออย่างใจเย็น นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ ชูขึ้นให้แสงแดดยามสายส่องกระทบตัวหนังสือพิมพ์ดีดอย่างชัดเจน “นี่คือสำเนาสัญญาซื้อขายฝ้ายดิบของคอมมูนเรา ที่ถูกลักลอบระบายออกไปยังตลาดมืดในราคาต่ำกว่าทุนเมื่อเดือนก่อน ลายเซ็นตรงมุมล่างขวานี้... คุ้นตาดีใช่ไหมครับหัวหน้าหวัง?” หลักฐานชิ้นโบแดงที่ถูกงัดออกมากลางลานกว้าง ทำให้เสียงอื้ออึงของชาวบ้านที่มารุมล้อมดูเหตุการณ์ดังระเบิดขึ้นทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของฝ่ายตรวจสอบ หวังเฉียงพยายามจะพุ่งเข้ามาแย่งกระดาษในมือของนาง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดน ร่างของเขาก็ถูกมือใหญ่หนาดั่งคีมเหล็กของจางเหว่ยคว้าจับที่คอเสื้อแล้วเหวี่ยงกระเด็นไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี “บังอาจ!” จางเหว่ยคำรามต่ำในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนทหารองครักษ์ด้านหลังปลดเซฟปืนพร้อมลั่นไกทันที “ใครกล้าแตะต้องคนของเปิ่นหวัง... ผู้นั้นเตรียมตัวไปคุยกับราชาพญายมได้เลย” บรรยากาศในลานคอมมูนเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ทหารฝ่ายตรวจสอบที่ติดตามหวังเฉียงมาต่างพากันโยนอาวุธลงพื้นและยกมือขึ้นยอมจำนน มู่เหวายืนมองภาพตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่หันมามองนางเช่นกัน ในแววตาคู่นั้นของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น มีความชื่นชมและประกายระยับของความลึกซึ้งซ่อนอยู่ ท่ามกลางเกมการเมืองและการหักเหลี่ยมเฉือนคม ทั้งสองคนราวกับเป็นคู่ขาที่เกิดมาเพื่อกันและกัน ดั่งพยัคฆ์ติดปีก ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและชัยชนะอยู่ในกำมือ เสียงรถจักรยานยนต์คันเก่าก็แล่นตะบึงฝุ่นตลบเข้ามาจอดที่หน้าลานคอมมูน ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเก่าๆ กระโดดลงจากรถด้วยความลนลาน เขาวิเคราะห์สถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งตรงมาที่จางเหว่ยและมู่เหวายื่นโทรเลขฉบับหนึ่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา “ท่านเลขาธิการ... มี... มีโทรเลขด่วนที่สุดจากส่วนกลางส่งตรงถึงสำนักงานคอมมูนครับ!” จางเหว่ยรับโทรเลขแผ่นนั้นมา กวาดสายตาอ่านเพียงแวบเดียว นัยน์ตาคมกริบก็หรี่แคบลงทันที รังสีความเยียบเย็นแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนมู่เหวายังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังเกต มู่เหวายื่นมือไปรับโทรเลขมาจากมือของจางเหว่ย กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้านใน แต่เพียงแค่บรรทัดแรก หัวใจของนางก็กระตุกวูบ *“คำสั่งด่วน: ระงับอำนาจการตรวจสอบทุจริตของจางเหว่ยทันที และให้ส่งตัวกุนซือหลี่มู่เหยาเข้าเมืองหลวงเพื่อรับการไต่สวนในคดีกบฏเศรษฐกิจ...”* ด้านหลังลายเซ็นกำกับนั้น มิใช่ใครอื่น... แต่เป็นตราประทับของอดีตราชครูผู้ล่วงลับที่น่าจะตายไปในการรัฐประหารเมื่อสามปีก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันเชี่ยวกรากนี้ไปด้วยกันนะครับ - เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%