"ประกาศจากส่วนกลาง... เรื่องการจัดสรรโควต้าผ้าฝ้ายและสิ่งทอประจำฤดู ประจำคอมมูนหง Shān ประจำปี พ.ศ. 2521!"
เสียงตะโกนแหบแห้งแต่ทรงอำนาจของหัวหน้าหน่วยตรวจการจากส่วนกลางดังแข่งกับเสียงสายฝนที่โปรยปรายลงมากระทบหลังคากระเบื้องดินเผาเก่าๆ ใบประกาศสีแดงฉานถูกตอกตรึงด้วยตะปูเสียงดังสนั่นลั่นฝาผนังไม้ไผ่สานของลานบ้านตระกูลจาง กลิ่นอายความอึมครึมของยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านลอยคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นดินเปียกชื้น
หลี่มู่เหยายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังกรอบประตูไม้เนื้อแข็ง นางไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่อประกาศราชการฉุกเฉินนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองตัวอักษรจีนตัวย่อบนแผ่นกระดาษด้วยความสุขุมลุ่มลึก ในห้วงคำนึงของอดีตกุนซือหญิงผู้เคยผ่านสมรภูมิการเมืองมานับไม่ถ้วน ยุค 70 นี้หาใช่ยุคแห่งความสิ้นหวัง แต่มันคือกระดานหมากรุกที่ผู้มีปัญญาเท่านั้นจึงจะฉวยโอกาสจากความขาดแคลนขึ้นมาครองอำนาจได้
ทว่า สายตาของนางไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ประกาศบนผนังครับ มันเหลือบไปมองร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่กลางสายฝนเบื้องหน้า
จางเหว่ย... ท่านอ๋องผู้เคยนำทัพนับแสนประจันบานในสนามรบ บัดนี้อยู่ในชุดเสื้อคลุมกันฝนสีเขียวขี้ม้าแบบทหารยุคปฏิวัติ บ่ากว้างทั้งสองข้างแบกรับทั้งภาระของคอมมูนและอำนาจมืดที่ซ่อนเร้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นหันกลับมาสบตากับนางพอดี รังสีความเยือกเย็นและดุร้ายแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นกระแสลมหนาวในฤดูเหมันต์
"มองพอหรือยัง สหายหลี่มู่เหยา?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงลูกน้องและชาวบ้านที่กำลังทยอยแยกย้าย "ประกาศจากส่วนกลางระบุชัดเจนว่า ปีนี้โควต้าผ้าฝ้ายของครอบครัวเราถูกตัดเหลือเพียงครึ่งเดียว เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรต่ำกว่าเป้าหมาย... เจ้าในฐานะ 'ลูกสะใภ้' ของบ้านนี้ มีความเห็นว่าอย่างไร กับการที่เราต้องทนหนาวในชุดผ้าหยาบเนื้อกระด้างที่แม้แต่ขอทานยังเมิน?"
นี่คือการลองภูมิ... เป็นการกดดันทางจิตวิทยาที่จางเหว่ยจงใจหยิบยกขึ้นมาเพื่อทดสอบว่า สตรีบอบบางที่จู่ๆ ก็มีความคิดอ่านเฉียบคมผิดมนุษย์ผู้นี้ จะแก้เกมความขาดแคลนนี้อย่างไร
หลี่มู่เหยารอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางก้าวเท้าเดินผ่านธรณีประตูออกมาอย่างสง่างาม ท่วงท่าการเดินของนางมีความเยื้องกรายที่เปี่ยมด้วยระเบียบแบบแผนของชนชั้นสูงโบราณ แม้ว่าร่างกายนี่จะสวมใส่เพียงเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีหม่นที่ทั้งแข็งและระคายผิว แต่นางกลับทำให้มันดูราวกับชุดผ้าไหมแพรต่วนชั้นดีจากเจียงหนานได้ด้วยรัศมีภายใน
"เรียนหัวหน้าจาง..." มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานท่ามกลางสายฝน "ผ้าฝ้ายอาจจะขาดแคลน โควต้าอาจจะถูกตัดทอน แต่วิสัยทัศน์ของคนหาได้ขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อผ้าไม่ ยุคสมัยนี้คือยุคของการเปลี่ยนแปลง หากเรามัวแต่ก้มหน้ารับชะตากรรม รอเศษผ้าบริจาคจากส่วนกลาง เกรงว่าตระกูลจางคงต้องหนาวตายก่อนที่ฤดูใบไม้ผลิจะมาถึงเสียอีกค่ะ... อ้อ ขออภัย ข้าหมายถึง... 'เสียอีก' ต่างหาก" นางแกล้งเปลี่ยนสรรพนามและสำเนียงให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มที่แฝงความท้าทายไปให้เขา
จางเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างกายกำยำก้าวเข้ามาประชิดนางทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นฝนผสมผสานกันจนน่าอึดอัด เข้มงวด ดุดัน และทรงพลังจนคนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบตา
"บังญชาการเก่งนักนะ..." จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างที่มีเพียงเราสองคน "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถึงกล้าวิจารณ์นโยบายของคอมมูนกลางลานบ้านต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ อยากถูกส่งตัวไปปรับทัศนคติที่ค่ายใช้แรงงานทางเหนือหรืออย่างไร?"
"ถ้าหัวหน้าจางคิดจะส่งข้าไป..." มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ดวงตาดอกท้อเป็นประกายระยิบระยับท้าทายอำนาจมืดของเขา "ท่านคงต้องเสียดายมันสมองที่จะช่วยท่านกวาดล้างกลุ่มอิทธิพลเก่าในคอมมูนนี้ไปตลอดกาล... เรื่องเสื้อผ้าเนื้อหยาบนี้ ข้ามีวิธีทำให้มันกลายเป็น 'สินค้าแฟชั่นชั้นสูง' ที่แม้แต่ท่านเลขาธิการคอมมูนเขตยังต้องมาขอยอมจำนนต่อหน้าประตูบ้านเรา ท่านอ๋อ... เอ๊ย หัวหน้าจางกล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่เล่า?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยาดฝนที่ยังคงกระทบผืนดิน จางเหว่ยจ้องมองนางราวกับจะทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณ ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแล่นริ้วขึ้นในอกของท่านอ๋องผู้ไร้พ่าย สตรีตรงหน้าไม่เพียงแต่มีมันสมองที่ฉลาดล้ำ แต่นางยังมีความอาจหาญที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้
ทว่า ก่อนที่จางเหว่ยจะได้เอ่ยปากตอบรับคำท้าทายนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง
"หัวหน้าจาง! แย่แล้วครับ!" ลูกน้องคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นฝ่าสายฝนเข้ามา พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลผนึกครั่งลับเฉพาะที่เพิ่งส่งตรงมาจากเมืองหลวง "มีคำสั่งด่วนที่สุดจากส่วนกลาง... และ... และมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินทางมาถึงสถานีรถไฟอำเภอแล้วครับ!"
จางเหว่ยรับซองเอกสารมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เมื่อเขาแกะผนึกออกและกวาดสายตาอ่านข้อความภายใน ดวงตาดอกเหยี่ยวคู่นั้นก็วาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหลี่มู่เหยาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
"ดูเหมือนว่า... เกมกระดานนี้จะสนุกกว่าที่เจ้าคิดเสียแล้ว สหายมู่เหยา..." จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำ ขณะที่รถยนต์จี๊ปทหารสีดำคันหนึ่งค่อยๆ แล่นมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าลานบ้าน พร้อมกับร่างของบุคคลในเครื่องแบบสืบราชการลับก้าวลงมาจากรถท่ามกลางสายฝน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ!
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 5
เครื่องแต่งกายที่บ่งบอกชนชั้น
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!