กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 15

ตำรับยาฟื้นชีพ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายจางๆ ของดินปืนยังคงคละคลุ้งปะปนกับละอองฝนยามวิกาล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่ก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตูเรือนพักหาได้ทำให้หลี่มู่เหยาละสายตาไปจากจดหมายในมือไม่ นางยังคงยืนนิ่งสงบดั่งผืนน้ำในบึงลึก ทว่าหูเรียวเล็กคู่นั้นกลับคอยเงี่ยฟังเสียงลมหายใจที่ติดขัดอย่างรุนแรงของคนที่นอนพะงาบอยู่บนเตียงไม้ไผ่เบื้องหลัง ท่านอ๋องจางเหว่ย—หรือในนามปัจจุบันคือหัวหน้าคอมมูนผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแห่งนี้—กำลังเผชิญหน้ากับพิษลึกลับที่กัดกินเส้นชีพจรอย่างเงียบเชื่อง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ริมฝีปากที่เคยได้รูปบัดนี้กลับม่วงคล้ำจนน่ากลัว ดวงตาคู่นคมที่มักทอประกายเยือกเย็นดุจพญาอินทรี บัดนี้กลับปรือปรอยลงด้วยพิษร้ายที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย "มู่เหยา... เจ้า... อย่าเข้ามาใกล้" เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นยังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งและดุดัน แม้ในยามที่ลมหายใจรวยรินใกล้ดับสูญ จางเหว่ยพยายามจะขยับกายลุกขึ้น ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับแข็งเกร็งดั่งถูกตรึงไว้ด้วยลิ่มเหล็ก หลี่มู่เหยาไม่ตอบคำ นางก้าวเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับแมวป่า ชุดผ้าฝ้ายสีมอของยุค 70 หาได้ลดทอนสง่าราศีอันเยือกเย็นและลึกล้ำของอดีตกุนซือหญิงลงได้แม้แต่น้อย นางทรุดกายลงนั่งข้างเตียง เรียวหน้านิ่งสงบไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแววตากลับกราดมองสำรวจจุดชีพจรทั่วร่างของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและแม่นยำ "หากท่านยังดันทุรังขยับเขยื้อน เกรงว่าอีกไม่ถึงหนึ่งก้านธูป พิษสลายกระดูกนี้คงลามขึ้นถึงหัวใจ ต่อให้เป็นเซียนเทวดาก็มารubกู้ชีพท่านไม่ทันแล้วกระมั้งครับ ท่านอ๋อง" คำพูดราบเรียบแต่เฉียบคมรา-กรรไกรตัดรอนชีวิต ทำให้จางเหว่ยต้องแค่น หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "เจ้า... รู้ตัวตนที่แท้จริงของข้าตั้งแต่เมื่อใด..." "เมื่อเห็นรอยประทับตราพยัคฆ์ซ่อนอยู่ใต้รอยต่อของเสื้อคลุม และวิธีที่ท่านใช้กดจุดสกัดพิษเมื่อครู่ มันไม่ใช่สิ่งที่ชาวนาหรือทหารชั้นผู้น้อยพึงกระทำได้" หลี่มู่เหยาตอบพลางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปปลดกระดุมเสื้อผ้าฝ้ายของเขาออกอย่างไม่ลังเล เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีรอยดำคล้ำแผ่ขยายเป็นวงกว้างดั่งใยแมงมุม บรรยากาศในห้องอัดแน่นด้วยความตึงเครียดภายนอก เสียงเคาะประตูด้านนอกเริ่มดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนหยาบโลนของพวกอันธพาลประจำคอมมูนที่ฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ชุลมุน ทว่าหลี่มู่เหยาหาได้ใส่ใจ นางหันไปหยิบกระเป๋าผ้าใบลายดอกไม้เก่าๆ ขึ้นมา ก่อนจะบรรจงเปิดออก เผยให้เห็นเข็มเงินชุดยาวที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในห่อผ้าแพรไหมเนื้อดี—สิ่งของที่นางแอบซ่อนไว้และปรุงแต่งขึ้นเองจากสมุนไพรหายากที่ลักลอบเก็บมาจากหุบเขาหลังคอมมูน นี่คือ "ตำรับยาฟื้นชีพ" ที่นางใช้เวลาตลอดสามคืนที่ผ่านมาเคี่ยวกรองมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและสติปัญญา "ตั้งสติให้ดี ท่านอ๋อง" หลี่มู่เหยาเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยอำนาจสะกดจิตประหลาด "ข้าจะขับพิษออกจากร่างท่าน แต่วิธีการนี้เจ็บปวดเจียนตาย ยิ่งกว่าการถูกดาบทิ่มแทงร้อยครั้ง... ท่านทนไหวหรือไม่?" จางเหว่ยจ้องมองใบหน้างามล้ำที่ฉาบด้วยแสงตะเกียงสลัว แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาที่เหนือล้ำจนน่าประหลาดใจ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม แม้ร่างกายจะร้าวรานไปทุกอณู "ข้าผ่านสนามรบมานักตอนัก... ความเจ็บปวดแค่นี้... จะนับเป็นอันใดได้" สิ้นคำ หลี่มู่เหยาไม่รอช้า นางตวัดนิ้วปักเข็มเงินเล่มแรกวับลงที่จุด "สือเสวียน" ปลายปลายนิ้วของจางเหว่ยทันที ตามด้วยเข็มที่สอง สาม และสี่ ที่พุ่งปักลงตามจุดสำคัญบนแผ่นอกและลำคออย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ! *อึก!* เสียงคำรามต่ำในลำคอของจางเหว่ยเล็ดลอดออกมา ร่างหนาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เหงื่อกาฬไหลท่วมกายจนเสื้อผ้าชุ่มโชก ความเจ็บปวดจากการที่พิษถูกกระชากและขับเคลื่อนด้วยพลังเข็มเงินนั้นรุนแรงเสียจนสติสัมปชัญญะเกือบจะดับวูบลง ทว่ามือแกร่งกลับคว้าจับข้อมือเรียวของหลี่มู่เหยาไว้แน่น บีบจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดงก่ำ ทว่านางกลับไม่แม้แต่จะขยับหนีหรือส่งเสียงร้อง นางเพียงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของเขาด้วยแววตานิ่งสงบดั่งมหาสมุทร "อดทนไว้... พิษกำลังรวมตัวกันที่ปลายนิ้ว..." นางกระซิบชิดริมฝีปากของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงพังประตูก็ดังโครมใหญ่! กลิ่นอายคุกคามจากภายนอกพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดเครื่องแบบหน่วยลาดตระเวนที่ถือปืนยาวพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ทว่าพวกมันยังไม่ทันได้ลั่นไก หลี่มู่เหยาก็สะบัดมือซัดเข็มเงินเล่มสุดท้ายพุ่งตรงไปยังจุดประสาทของผู้นำกลุ่มอย่างแม่นยำ ร่างนั้นล้มฟุบลงหมดสติทันทีโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง! จางเหว่ยที่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง มองภาพหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางไม่ใช่แค่กุนซือที่ชาญฉลาด แต่คือนางพญาที่พร้อมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่ามหันตภัยกับเขา ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่ทาบทับอยู่บนหน้าต่างกระดาษด้านนอก ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทกำลังเล็งตรงมาที่ศีรษะของหลี่มู่เหยาจากด้านหลัง! "ระวัง!" จางเหว่ยคำรามลั่นด้วยสัญชาตญาณดิบ เขากระชากร่างของหญิงสาวเข้าหาตัวเพื่อใช้แผงอกของตนเองบังกระสุนแทน ทว่าในวินาทีที่เสียงคำรามก้องพร้อมกับประกายไฟวาบขึ้นที่ปลายกระบอกปืนนอกหน้าต่างนั้นเอง ประตูห้องด้านหลังก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ พร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น และจดหมายลับอีกฉบับในมือที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ... "ชินอ๋อง... ดูเหมือนว่าท่านจะเลือกผู้หญิงผิดคนเสียแล้วกระมั้งครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน ท่ามกลางความตกตะลึงที่หยุดลมหายใจของคนทั้งห้อง! ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%