กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 12

ก้าวแรกสู่ความมั่งคั่ง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"หมากที่วางลงไปบนกระดานไม้ประดู่แผ่นนี้ มิใช่เพียงเพื่อเกียรติยศ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วยลมหายใจของคนทั้งเมืองหลวง... ท่านอ๋อง คิดหรือว่าสำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งนี้จะไม่มีใครสังเกตเห็น?" หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหมึกจีนและกระดาษสาชั้นดี นางวางพู่กันในมือลงอย่างแช่มช้า แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดในยุค 70 วูบไหวสะท้อนดวงตาที่คมกริบดั่งใบมีดภายใต้ชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าที่ดูขัดตาแต่กลับส่งให้นางดูน่าเกรงขามอย่างประหลาด จางเหว่ยที่ยืนกอดอกพิงผนังไม้เก่าๆ ของเรือนพักชั่วคราว ขยับกายเพียงเล็กน้อย รัศมีอำนาจของบุรุษผู้เคยกรำศึกในกองทัพแผ่ออกมาจนบรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้ง เขาจ้องมองใบรายการบัญชีที่วางอยู่บนโต๊ะ—ตัวเลขกำไรที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการวางจำหน่าย 'นวนิยายเชิงการเมือง' ที่แฝงนัยยะถึงราชสำนัก ซึ่งมู่เหยาเป็นผู้ชี้ช่องให้เขียน "การค้าขายในยุคนี้ไม่ได้ใช้เพียงกำลังทหาร แต่ใช้กระดาษไม่กี่แผ่นเปลี่ยนความภักดีของฝูงชนได้" จางเหว่ยกล่าวเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขาทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ "เจ้าเล่นกับไฟ มู่เหยา หากสำนักพิมพ์นี้กลายเป็นที่เพ่งเล็งขององค์ชายสาม สิ่งที่รอเจ้าอยู่ไม่ใช่เหรียญทอง แต่เป็นคมดาบ" มู่เหยาลุกขึ้นยืน ร่างระหงเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าท่านอ๋องผู้แฝงตัวในคราบหัวหน้าคอมมูน นางเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อของเขาอย่างถือวิสาสะ กิริยานั้นนิ่งสนิทไร้ความเกรงกลัว "ท่านอ๋อง ท่านมองเกมนี้แคบไป... องค์ชายสามกำลังกระหายอำนาจจนลืมมองว่า 'เงิน' คือเลือดที่หล่อเลี้ยงกองทัพ ยิ่งเขาโกรธ ยิ่งเขาบีบคั้น ยิ่งสำนักพิมพ์ของเราจะได้รับความนิยม เพราะคนในยุคนี้กระหายการอ่านสิ่งที่สะท้อนความจริงที่สุด... ความจริงที่เขากำลังกลัว" สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับไฟฟ้าที่แล่นผ่าน ห้วงเวลาแห่งความตึงเครียดไม่ได้ทำให้มู่เหยาสั่นคลอน ตรงกันข้าม นางกลับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ "ก้าวแรกของความมั่งคั่งเริ่มต้นแล้ว" นางกระซิบ "วันนี้กำไรที่ได้จากการขายหนังสือชุดแรก เราจะนำไปลงทุนในเครื่องจักรเกษตรที่ทันสมัยที่สุดในเขตนี้... เมื่อประชาชนอิ่มท้องและมีงานทำ ใครเล่าจะยอมสยบให้ผู้กดขี่?" จางเหว่ยจ้องมองสตรีตรงหน้า ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความหวั่นเกรงในสติปัญญาของนางกับความชื่นชมในความกล้าหาญกำลังปะทะกันในใจ หากนางคือศัตรู เขาคงสังหารนางทิ้งไปนานแล้ว แต่ทว่า... นางคือคนเดียวที่มองเห็น 'อาณาจักร' ที่เขาสร้างขึ้นใหม่ผ่านดวงตาคู่นั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง "หากเจ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว..." จางเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสัมผัสผิวแก้ม "ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตายอย่างโดดเดี่ยว ข้าจะลากเจ้าลงนรกไปกับข้าด้วย" "เช่นนั้น ข้าคงต้องวางหมากให้รัดกุมกว่าเดิม" มู่เหยาตอบสวนกลับโดยไม่กะพริบตา ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักแน่นผิดปกติ ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกโดยชายในชุดเครื่องแบบของหน่วยงานความมั่นคงประจำเขต ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "ท่านหัวหน้าคอมมูน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ..." ชายคนนั้นหอบหายใจถี่ "รถบรรทุกขนส่งหนังสือชุดใหม่ที่เพิ่งออกจากโรงพิมพ์ถูกสกัดกั้นที่ทางออกเมืองโดยทหารองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์ชายสาม และ... พวกเขากำลังนำตัว 'ช่างพิมพ์' ของเราไปฐานทัพกักกันแล้ว!" จางเหว่ยหรี่ตาลงทันที ประกายสังหารในดวงตาของเขาวูบขึ้นอย่างรุนแรง เขาหันกลับมามองมู่เหยาที่ยังคงรอยยิ้มเยือกเย็นไว้บนใบหน้า "ดูเหมือนว่า... องค์ชายสามจะไม่อยากรอให้อ่านตอนจบของนิยายเล่มนี้เสียแล้วล่ะมั้งคะท่านอ๋อง?" มู่เหยาเอ่ยพลางคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาพาดบ่า "ท่านพร้อมที่จะเปิดฉากสงครามการเมืองในรูปแบบใหม่หรือยังเจ้าคะ?" มู่เหยาก้าวเดินผ่านจางเหว่ยออกไปโดยไม่ลังเล ทิ้งให้ท่านอ๋องยืนนิ่งงันอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะกระชากดาบสั้นที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานออกมาแล้วก้าวตามนางไปติดๆ โดยหารู้ไม่ว่า ในเงามืดของหน้าต่างห้องทำงานนั้น มีจดหมายลับฉบับหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้... มันเป็นตราประทับจาก 'พระราชวังหลวง' ซึ่งระบุใจความสั้นๆ ว่า: *'บิดาของเจ้ากำลังเสด็จมาที่นี่ด้วยตัวเอง'* ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางการพลิกชะตาของกุนซือหญิงผู้นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%