กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 11

ครอบครัวที่ต้องปกป้อง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงฟาดไม้เรียวลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลหลี่ กลิ่นอับชื้นของข้าวเปลือกเก่าผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลของคนไร้ยางอายคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว ทว่าหลี่มู่เหยาหาได้ใส่ใจบรรยากาศอันน่ารังเกียจนี้ไม่ นางนั่งหลังตรงสง่างามอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เก่าๆ สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยฝีมือตนเอง รอยยับย่นแม้เพียงนิดก็ไม่มี ปิ่นไม้จันทน์เสียบมวยผมไว้อย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ ดวงตาดำขลับคู่นั้นกวาดมองเหล่าญาติผู้พี่และผู้น้องที่กำลังยืนหน้าตาตื่นตระหนกอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "พวกเจ้ากล้าดียังไง ถึงบุกเข้ามาขนย้ายข้าวสารและเมล็ดพันธุ์ในยุ้งฉางของบ้านข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่แผดขึ้นด้วยความเหลืออด นางเท้าสะเอว ชี้หน้าด่าทอราวกับสุนัขจนตรอก เสื้อผ้าแพรต่วนเทียมราคาถูกที่สวมอยู่ยับย่นจากการยื้อแย่ง ผิดกับความเยือกเย็นของมู่เหยาลิบลับ "ยุ้งฉางนี้... เป็นของตระกูลหลี่" ลุงใหญ่ผู้มีใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยความโลภเอ่ยขึ้นบ้าง เขาพยายามทำตัวให้ดูน่าเกรงขามด้วยการพุงพลุ้ยๆ และกอดอกเชิดคาง "พวกเราเป็นถึงเครือญาติผู้ใหญ่ เจ้าเป็นเพียงสะใภ้หม้ายที่สามีหายสาบสูญไปในดงคอมมูน มีสิทธิ์อะไรมาหวงแหนทรัพย์สินเหล่านี้ ข้าวเปลือกครึ่งหนึ่งนี่สมควรเป็นของพวกเราเพื่อทดแทนบุญคุณที่เคยเลี้ยงดูมา" หลี่มู่เหยายังคงนิ่ง นางไม่แม้แต่จะชายตามองชายผู้แก่แต่ตัวคนนั้น มือเรียวบางดั่งหยกยกถ้วยชาเคลือบสีเขียวหยกขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมของชาปูอูล์วชั้นดีลอยกรุ่นตัดกับกลิ่นอับรอบกาย นางวางถ้วยลงบนโต๊ะด้วยเสียงกระทบเบาๆ ทว่ากลับสร้างความหนาวยะเยือกให้ผู้พบเห็นได้อย่างประหลาด "เลี้ยงดู?" มู่เหยาเอ่ยทวนคำ เสียงหวานใสแต่นุ่มลึกกังวานก้อง "น่าสนใจยิ่งนัก... เมื่อสามปีก่อน ตอนที่สามีของข้าบาดเจ็บปางตายจากกองทัพ และข้าเพิ่งก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้ ข้าจำได้ว่าตระกูลหลี่ขับไล่พวกเราไปอยู่เรือนพักคนงานท้ายหมู่บ้านที่ผุพัง แทบไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อให้ประทังชีวิต ข้าวสารครึ่งยุ้งฉางนี้ ข้าใช้หยาดเหงื่อแรงงานและมันสมองในการเจรจากับสหกรณ์คอมมูนจนได้มาเพื่อใช้เป็นทุนตั้งต้นในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ มันกล ายเป็นของพวกท่านตั้งแต่เมื่อใดกัน?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงชั่วขณะ ความเฉียบคมในวาจาของมู่เหยาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหนังหน้าหนาๆ ของคนตระกูลหลี่จนชาหนึบ ในมุมมืดของประตูทางเข้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสีเข้มของหัวหน้าคอมมูนยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของจางเหว่ยกำลังพินิจพิเคราะห์ท่าทีของสตรีตรงหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความขบขันและพึงพอใจ ยามเมื่อสตรีผู้เลอโฉมผู้นี้ใช้สติปัญญาเชือดเฉือนศัตรู นางไม่เคยต้องใช้กำลังแม้แต่ปลายนิ้ว ช่างร้ายกาจและน่าหลงใหลเสียจริง "น... นางสารเลว!" ลุงใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกตบหน้ากลางสาธารณชน "เจ้ากล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับผู้อาวุโส วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเอง!" พูดจบท่อนแขนอ้วนท้วนก็เงื้อมือขึ้น หมายจะตบลงบนใบหน้าขาวเนียนของมู่เหยาให้หายแค้น *เพียะ!* เสียงตบไม่ได้ดังจากใบหน้าของมู่เหยา ทว่ากลับเป็นเสียงกระแทกของด้ามปืนยาวกระทบเข้ากับพื้นไม้จนฝุ่นตลบ ร่างของลุงใหญ่สะดุ้งสุดตัวถอยหลังกรูดจนล้มพับไปกองกับพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องพบกับสายตาดุร้ายเยือกเย็นดั่งภูเขาน้ำแข็งของจางเหว่ยที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว บรรยากาศกดดันระดับนายพลกองทัพแผ่ซ่านจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ "ใครอนุญาตให้เจ้าแตะต้องคนของฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับทำให้ลุงใหญ่ตัวสั่นเทานั่งพับเพียบอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัวถึงขั้วหัวใจ จางเหว่ยปรายตามองญาติผู้พี่ที่เห็นแก่ตัวเหล่านั้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะหันมาสบตากับมู่เหยาที่ยังคงนั่งนิ่งสงบ หลี่มู่เหยาลุกขึ้นยืน ร่างระหงในชุดจีนโบราณประยุกต์ก้าวเข้ามาใกล้ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพ นางส่งยิ้มบางๆ ที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เบื้องหลังให้เขา ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มญาติที่กำลังหมอบราบคาบแก้ว "ท่านหัวหน้าคอมมูนมาพอดีเจ้าค่ะ" มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส "บุคคลกลุ่มนี้บุกรุกเคหสถานยามวิกาล พยายามลักทรัพย์สินของสหกรณ์และครอบครัวทหารผู้เสียสละ ตามกฎหมายใหม่ของยุคเปลี่ยนผ่านนี้ โทษของการปล้นสะดมทรัพย์สินสาธารณะและครอบครัวทหารคือการส่งตัวไปใช้แรงงานหนักที่เหมืองห่านป่าทางเหนือเป็นเวลาห้าปีเต็ม... ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าค่ะ?" คำพิพากษาจากปากของกุนซือหญิงทำเอาเหล่าญาติผู้พี่หน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด ป้าสะใภ้ถึงกับทรุดตัวลงร้องไห้โฮโผกอดขาของมู่เหยาไว้ "มู่เหยา... หลานรัก ไว้ชีวิตพวกเราเถอะนะ พวกเราแค่... แค่ล้อเล่นกันเท่านั้นเอง!" มู่เหยาก้มมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังเกาะขาตนด้วยสายตาไร้ความปรานี นางดึงชายกระโปรงออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ในโลกธุรกิจและการเอาตัวรอด ไม่มีที่ยืนให้แก่คำว่า 'ล้อเล่น' หรอกนะเจ้าคะ" มู่เหยาเอ่ยเสียงเรียบ "หากพวกท่านอยากรอดพ้นจากเหมืองห่านป่า ก็จงเซ็นสัญญาชดใช้ค่าเสียหายและสัญญาตัดขาดความสัมพันธ์เครือญาติเสีย ณ บัดนี้... ข้าไม่มีญาติที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวตนเอง" จางเหว่ยยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง หญิงสาวผู้นี้ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรด แต่ยังเด็ดขาดและเลือดเย็นพอที่จะตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาตัวรอด ช่างเหมาะสมกับบัลลังก์ที่เขากำลังจะแย่งชิงกลับคืนมาเสียเหลือเกิน กระดาษสัญญาถูกโยนลงตรงหน้าลุงใหญ่ด้วยมือหนาของจางเหว่ย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าคมคายของท่านอ๋อง "เซ็นเสีย... หรือจะให้ฉันส่งพวกแกไปเหมืองห่านป่าตอนนี้เลย?" เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ลุงใหญ่และภรรยาจึงต้องจำยอมจรดปากกาลงนามด้วยมือที่สั่นเทา มู่เหยาหยิบกระดาษสัญญาขึ้นมาเป่าหมึกให้แห้งด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ปัญหาเรื้อรังในเรือนหลังถูกกำจัดสิ้นซากในเวลาเพียงชั่วธูปดอกเดียว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ทหารสื่อสารคนสนิทก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับหอบหายใจถี่กระชั้น ยื่นสาสลับประทับตราลับสีแดงชาดส่งให้จางเหว่ยด้วยท่าทีลนลาน "ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารนายนั้นคุกเข่าลงรายงานเสียงสั่น "สายสืบจากเมืองหลวงส่งข่าวมาด่วน... องค์ชายสามทราบเบาะแสที่ซ่อนตัวของพระองค์แล้ว และเวลานี้... พระราชโองการลับฉบับปลอมกำลังถูกเร่งส่งมายังคอมมูนแห่งนี้ เพื่อประกาศจับกุมท่านในข้อหากบฏ!" จางเหว่ยหรี่ตาลงคมกริบ รังสีฆ่าฟันแผ่พุ่งออกจากร่างทันที ทว่าชั่วพริบตานั้นเอง มือเรียวบางเย็นเฉียบของหลี่มู่เหยาPraised สัมผัสเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขา นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับแย้มยิ้มออกมาอย่างท้าทายท่ามกลางวิกฤตอันเป็นตายเท่ากัน "องค์ชายสามผู้นั้นช่างใจร้อนเสียจริง..." มู่เหยาเอ่ยกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายตาแห่งความทะเยอทะยาน "ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมการเมืองนัก... ท่านอ๋อง เรามาเปิดสำนักพิมพ์และวางหมากตลบหลังเมืองหลวงกันดีไหมเจ้าคะ?" เฉินเว่ยสายลุยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%