กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 18

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงแง้มบานประตูไม้เก่าครูดไปกับพื้นดินดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำในขุมนรกภูมิ แสงไฟสีส้มสั่นไหวจากตะเกียงน้ำมันก๊าดสาดส่องกระทบกับรองเท้าหนังบู๊ทสีดำขลับที่เปื้อนโคลนแห้งกรัง รองเท้าคู่นั้นก้าวเข้ามาหยุดนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าของหลี่มู่เหยา กลิ่นอายอันคุ้นเคยแต่กลับทรงพลังกดดันจนอากาศในห้องใต้ถุนแทบกลายสภาพเป็นของแข็งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ใดก็รู้ว่าในยามวิกาลเช่นนี้ ผู้ที่จะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและเด็ดขาดปานพญายมราช มีอยู่เพียงผู้เดียวในคอมมูนแห่งนี้... จางเหว่ย "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว กุนซือหล, เอ่อ, สหายหลี่มู่เหยายังมีแก่จิตแก่ใจมานั่งเสวนากับความมืดมิดในห้องใต้ถุนอับชื้นเช่นนี้อีกหรือ? ช่างเป็นแบบอย่างของสหายผู้ขยันขันแข็งในการตรวจสอบบัญชีเสียจริง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnนเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของท่านอ๋องหนุ่มในคราบหัวหน้าคอมมูนหาได้ไปถึงดวงตาไม่ นัยน์ตาคู่นั้นคมกริบดั่งใบมีดดาบที่เพิ่งผ่านการอาบเลือดมาหมาดๆ กราดมองเอกสารบัญชีลับบนโต๊ะไม้โย้เย้ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ใบเนียนนุ่มที่ยังคงสงบนิ่งราวกับผืนน้ำไร้ระลอกคลื่นของสตรีตรงหน้า เบื้องหลังของจางเหว่ย คือร่างผอมเกร็งของสหายผู้ใหญ่บ้านจ้าวและกลุ่มคนจากคณะกรรมการพรรคประจำอำเภอที่มีสีหน้าตื่นตระหนกปนสะใจ พวกเขากำลังถือคบเพลิงส่องแสงสว่างจ้าขับไล่ความมืดมิด เผยให้เห็นภาพที่ถูกจัดฉากอย่างจงใจ—กองบัญชีสินค้าเกษตรและเงินสดสำรองของคอมมูนที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ราวกับร่องรอยของการพยายามทำลายหลักฐานการยักยอก "ท่านหัวหน้าคอมมูนมาได้จังหวะเสียจริง..." หลี่มู่เหยาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ช้าๆ ทว่ามั่นคง นางสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าตัวโคร่งตามยุคสมัย ทว่าท่าทางการนั่ง การวางมือ และประกายในดวงตาคู่นั้น กลับสง่างามและเปี่ยมด้วยบารมีของอดีตกุนซือหญิงผู้กุมอำนาจการเจรจาในราชสำนักอย่างเต็มเปี่ยม "ข้ากำลังรอท่านมาเป็นพยานในการ 'ค้นพบ' ครั้งสำคัญอยู่พอดีเลยเจ้าค่ะ" คำว่า 'เจ้าค่ะ' ที่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจในเสี้ยววินาทีแห่งความเผลอไผล ทำให้จางเหว่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพกระตุกวูบ ทว่าสีหน้ายังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่ง เขารู้จักสตรีผู้นี้ดี นางไม่เคยมีคำว่าตื่นตระหนกอยู่ในพจนานุกรม "เรียนท่านหัวหน้าคอมมูนครับ!" สหายจ้าวรีบก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางด้วยท่าทางกระวนกระกระวาย สวมบทบาทผู้พิทักษ์ความยุติธรรมได้อย่างแนบเนียน "พวกเราได้รับรายงานลับจากสายข่าวว่า มีคนพยายามแอบลักลอบนำบัญชีการเบิกจ่ายเสบียงล่วงหน้าของฤดูเก็บเกี่ยวนี้ไปทำลายเพื่อปกปิดความผิด และเมื่อพวกเราตามมาตรวจสอบ ก็พบตัวสหายหลี่มู่เหยากำลังยืนถือคبเพลิงอยู่ใกล้กองเอกสารเหล่านี้พอดี หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ นาง... นางต้องเป็นคนทรยศต่อคอมมูนแอบยักยอกเงินกองกลางแน่นอนครับ!" บรรยากาศในห้องใต้ถุนพลันตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เสียงลมหายใจของคนกลุ่มนั้นดังประสานกันระงม สหายจ้าวลอบยิ้มเยาะในความมืด เขารู้ดีว่าข้อหานี้ในยุคสมัยนี้มีโทษหนักหนาสสาหัสเพียงใด โทษฐานคอร์รัปชันและทำลายทรัพย์สินส่วนรวม อาจทำให้คนคนหนึ่งถูกประณามหยามเหยียดจนต้องเอาชีวิตไปทิ้งในค่ายกักกันแรงงานได้เลยทีเดียว หลี่มู่เหยาไม่แม้แต่จะชายตามองสหายจ้าว นางยังคงจ้องมองตรงไปยังดวงตาคมปลาบของจางเหว่ย แววตานั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความท้าทาย... และความเชื่อมั่นอย่างล้ำลึกว่า บุรุษผู้ยืนอยู่ตรงหน้าจะไม่ยอมให้ความอยุติธรรมนี้เกิดขึ้นต่อหน้าเขา จางเหว่ยไม่ขยับเขยื้อน เขายืนนิ่งสงบดั่งภูเขาผา ทว่าพลังกดดันรอบกายกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนสหายจ้าวและคนจากอำเภอเริ่มรู้สึกหายใจติดขัด มือใหญ่ภายใต้กระเป๋าเสื้อโค้ตกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่คือเกมการเมืองในเรือนหลังและอำนาจมืดที่ถูกยกมาเล่นบนฉากหน้าของยุคเปลี่ยนผ่าน สหายจ้าวคิดจะใช้กฎหมายยุคคอมมูนมาบดขยี้สตรีที่เขารัก... ใช่ เขารัก แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความอวดดีของนาง แต่นางก็เป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของอดีตชินอ๋องเต้นแรงได้อีกครั้ง "เจ้ากล่าวหาว่านางเป็นคนทำลายหลักฐานอย่างนั้นหรือ?" จางเหว่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนีบหนาวไปถึงกระดูกดำ "ใช่ครับท่านหัวหน้า! หลักฐานคาตาขนาดนี้..." สหายจ้าวรีบพยักหน้ารัวๆ "โง่เขลา!" เพี๊ยะ! เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นหวั่นไหว จางเหว่ยไม่ได้ใช้มือตบ แต่เขาเตะเข้าที่ขาโต๊ะตัวนั้นจนมันหักสะบั้นลง กองเอกสารที่กระจัดกระจายลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนจะร่วงหล่นลงมาตามแรงโน้มถ่วง "ท่านหัวหน้า..." สหายจ้าวหน้าถอดสี ผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "ตาของเจ้ามีไว้ประดับกะโหลกศีรษะเท่านั้นหรือสหายจ้าว?" จางเหว่ยสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้สหายจ้าวทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนอีกฝ่ายต้องล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น "เอกสารเหล่านี้ไม่มีร่องรอยการถูกเผาทำลายแม้แต่นصفเซนติเมตร มีเพียงรอยฉีกขาดที่เกิดจากของมีคมจากด้านข้าง ซึ่งรอยตัดนั้นเรียบเนียนเกินกว่าจะเกิดจากการกระทำของคนที่มีเจตนาทำลายล้างลวกๆ... ยิ่งไปกว่านั้น หมึกบนกระดาษแผ่นบนสุดยังเปียกชื้นอยู่ แสดงเพิ่งถูกนำมาวางไว้ที่นี่ไม่เกินครึ่งกัณฑ์เวลา (หนึ่งชั่วโมง) ก่อนที่พวกเจ้าจะพากันยกโขยงมาถึง!" หลี่มู่เหยาแอบยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ นางไม่จำเป็นต้องแก้ต่างด้วยตัวเองเลยแม้แต่ประโยคเดียว เพราะท่านอ๋องผู้นี้อ่านหมากทุกกระดานของฝ่ายตรงข้ามขาดกระวิ่นเสียยิ่งกว่านางเสียอีก "ทะ... ท่านหัวหน้าพูดเรื่องอะไรกันครับ ข้า... ข้าไม่เข้าใจ..." สหายจ้าวเสียงสั่นเครือ เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก "เจ้าไม่ต้องเข้าใจหรอก..." จางเหว่ยโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่เยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรก "เจ้าแค่ต้องเตรียมตัวไปอธิบายให้คณะกรรมการสอบวินัยฟังว่า เหตุใดบัญชีลับของคอมมูนสาขาอื่น จึงมาโผล่อยู่ในห้องใต้ถุนที่เจ้าเป็นผู้กุเรื่องขึ้นมากล่าวหาสหายหลี่มู่เหยาได้... ทหาร! เอ้ย! เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอมมูน! ควบคุมตัวสหายจ้าวและพวกไปสอบสวนเดี๋ยวนี้!" สิ้นคำสั่งเด็ดขาด ร่างของสหายจ้าวก็ถูกหิ้วปีกลากออกไปจากห้องใต้ถุนท่ามกลางเสียงโวยวายขอความช่วยเหลือที่ค่อยๆ เงียบหายไปในความมืดมิดของค่ำคืน ภายในห้องใต้ถุนกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่วับแวม จางเหว่ยหันกลับมามองสตรีที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบทอดมองนางด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธที่นางเอาตัวเองมาเสี่ยงในเกมอันตราย และทั้งชื่นชมในความเยือกเย็นของนาง เขาก้าวเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุรุษจางๆ ลอยเข้าจมูกของหลี่มู่เหยา "เจ้าช่างกล้าหาญนักนะสหายหลี่มู่เหยา... รู้ทั้งรู้ว่าจ้าววางแผนตลบหลัง แต่ก็ยังยอมเอาตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อให้มันจนมุม" จางเหว่ยเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "หากข้าไม่ยอมเป็นเหยื่อล่อ ท่านหัวหน้าจะยอมออกโรงมาปกป้องข้าด้วยตัวเองอย่างหมดรูปเช่นนี้หรือเจ้าคะ?" หลี่มู่เหยาเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนเรียวปากสวย นางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างยอมจำนน มือหนายื่นออกไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนไหล่ของนางอย่างทะนุถนอม ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกคอมมูนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของยามเฝ้าประตูที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ท่านหัวหน้าครับ! แย่แล้วครับ! มี... มีโทรศัพท์ด่วนจากสำนักงานใหญ่จังหวัด แจ้งว่า..." ยามคนนั้นหอบหายใจตัวโยน "ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่... เดินทางมาถึงคอมมูนเราแล้วครับ และท่าน... กำลังยืนรอพบท่านหัวหน้ากับสหายหลี่มู่เหยาอยู่ที่ห้องรับรอง ณ บัดนี้!" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับกุนซือหญิงของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%