กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า•ตอนที่ 17

สายลับในคอมมูน

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายของยาฉุนราคาถูกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษสาเก่าเก็บในห้องทำงานแคบๆ ใต้ถุนยุ้งฉางคอมมูน แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้กระดานผุพัง ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "บัญชีการเบิกจ่ายปุ๋ยเคมีและเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีล็อตนี้... มีรอยขูดขีดตรงบรรทัดที่เจ็ด" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในThe Wildernessดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาว จางเหว่ย หรือท่านอ๋องผู้เคยบัญชาการกองทัพนับแสนในอดีต ยามนี้สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นตามแบบฉบับเจ้าหน้าที่รัฐยุค 70 เขากำลังใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเคาะลงบนสมุดบัญชีเล่มหนาอย่างเป็นจังหวะ สายตาคมกริบราวกับใบมีดตวัดมองชายวัยกลางคนผู้มีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าคอมมูน ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า หลี่มู่เหยานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเก่า นางสวมเสื้อแจ็คเก็ตคอจีนสีน้ำเงินเข้มกระดุมผ้าถักอย่างประณีต แม้จะเป็นเครื่องแต่งกายเรียบง่ายตามสภาพสังคม แต่ท่าทางการนั่งหลังตรงและการวางมือประสานกันบนตักอย่างสงաբนั้น กลับเปี่ยมด้วยสง่าราศีของกุนซือผู้กุมชะตาบ้านเมือง นางเหลือบมองตัวเลขในบัญชีแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "รองหัวหน้าเฉินช่างรอบคอบนัก... เสียดายที่ความรอบคอบนี้ มักถูกใช้ไปในทางที่ผิดเสียทุกที" มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านบอกว่าเมล็ดพันธุ์เสียหายจากความชื้นในโกดังหมายเลขสาม แต่เหตุใด ข้าวสาลีที่เน่าเสียเหล่านั้น จึงถูกขนย้ายไปยังโรงสีของญาติท่านในอำเภอถัดไปเมื่อคืนนี้เล่า?" เฉินเต๋อไห่ หน้าถอดสี เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ร่างกายอ้วนท้วมสั่นสะท้านจนกระดุมเสื้อแทบปริ "คุณ... คุณหลี่ อย่าได้ปรักปรำกันพล่านนะ! ผมทำงานรับใช้คอมมูนมาเป็นสิบปี ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์..." "ความซื่อสัตย์งั้นหรือ?" จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทรงพลังจนทำให้กระจกตะเกียงสั่นไหว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่ซกดดันมหาศาลกดทับจนเฉินเต๋อไห่เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น "ในค่ายทหารของเปิ่นหวาง... คนที่กล้ากินสินบนจากเสบียงของราษฎร หัวของมันคงไม่ได้อยู่บนบ่ามานานแล้ว" คำพูดที่หลุดปากใช้สรรพนามโบราณทำให้นู่เหยาชำเลืองมองสามีในนามแวบหนึ่ง นางรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากของหัวหน้าคอมมูนผู้เคร่งขรึม จางเหว่ยยังคงแบกรับความดุร้ายและทิพยอำนาจของท่านอ๋องแห่งต้าหลิวไว้อย่างครบถ้วน และนี่คือจุดที่อันตรายที่สุด หากพวกเขาถูกจับได้ว่ามีความทรงจำจากภพภูมิเดิม ความวุ่นวายระดับพลิกแผ่นดินคงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ท่านหัวหน้าจางโปรดใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ" มู่เหยายกมือขึ้นห้ามปราม น้ำเสียงอ่อนหวานลงเล็กน้อยเพื่อดึงสติชายหนุ่ม "เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตใคร แต่เรามาเพื่อหา 'หนอน' ที่กัดกินรากฐานของคอมมูนแห่งนี้ต่างหาก" นางลุกขึ้นยืน ก้าวเดินเข้าไปใกล้เฉินเต๋อไห่ช้าๆ เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงกลองศึกที่บีบคั้นหัวใจคนฟัง นางโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนที่นางใช้ปรุงยาบำรุงลอยกรุ่นเข้าจมูกของชายวัยกลางคน "ท่านไม่ได้ทำคนเดียวใช่ไหม, รองหัวหน้าเฉิน?" มู่เหยาเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ "เบื้องหลังการขัดขวางกิจการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของฉัน... ใครเป็นคนสั่งการ? สหายจากเมืองหลวงผู้นั้น... หรือว่าตระกูลหลิวที่เสียผลประโยชน์กันแน่?" เฉินเต๋อไห่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ฉลาดเป็นกรด แต่นึกไม่ถึงว่านางจะมองทะลุปรุโปร่งถึงโครงข่ายเบื้องบนที่คอยหนุนหลังเขาอยู่ "ผม... ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น! ผมแค่... แค่ทำตามคำสั่ง..." "คำสั่งของใคร?" จางเหว่ยตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "ปัง!" ไม้กระดานเก่าๆ แทบปริแตก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกระชากคอเสื้อของเฉินเต๋อไห่ให้ลุกขึ้นยืนด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย แววตาของท่านอ๋องแดงก่ำด้วยthe aura of bloodlustที่สะสมมาจากการทำสงคราม ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติด เป็นรหัสลับที่ตกลงกันไว้กับผู้ช่วยหนุ่มหน้าตาหมดจด "รายงานท่านหัวหน้า! มีพัสดุด่วนส่งตรงจากสำนักงานใหญ่คอมมูนประจำมณฑล... จ่าหน้าซองถึงคุณหลี่มู่เหยาโดยเฉพาะครับ!" จางเหว่ยปล่อยมือจากเฉินเต๋อไห่ด้วยความหงุดหงิด ชายร่างอ้วนท้วมล้มพับลงไปกองกับพื้นหอบหายใจโยนราวกับสุนัขจนตรอก ท่านอ๋องหนุ่มปัดมือตัวเองเบาๆ ราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เปิดประตู ผู้ช่วยหนุ่มผลักประตูเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด ถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ประทับตราครั่งสีแดงฉาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคำสั่งระดับสูง มู่เหมารับซองเอกสารมาด้วยท่าทีสงบ นางใช้มีดพกเล่มเล็กกรีดผนผนึกออกอย่างประณีต นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองข้อความภายในแผ่นกระดาษพิมพ์ดีดเพียงชั่วพริบตาเดียว รอยยิ้มเยືือกเย็นก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เป็นอย่างไรบ้าง?" จางเหว่ยเอ่ยถามเสียงทุ้ม เขาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตานาง มู่เหยาพับกระดาษเก็บลงในซองช้าๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้ทรงอำนาจ แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย "พวกมันไม่ได้ส่งหนอนมาแค่ตัวเดียวหريكคะ... แต่พวกมันส่ง 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาถึงหน้าประตูบ้านเราแล้ว" มู่เหยาเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "และคนที่นำคำสั่งย้ายฉันไปคุมค่ายใช้แรงงานที่เขตชายแดน... กำลังยืนรอพบท่านอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ในเวลานี้" สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในห้องใต้ถุนก็เงียบสงบลงราวกับป่าช้า ทว่าภายนอก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากกำลังก้าวเข้ามาใกล้ห้องนี้ทีละน้อย พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากับกุนซือหญิงยอดอัจฉริยะคนนี้ไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาใต้หล้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%