วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 17

ความเข้าใจผิดที่บานปลาย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันยอดฮิตในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหินอ่อนหน้าคณะบริหารธุรกิจดังขึ้นติดต่อกันไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง จนพริ้มเพราที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบชานมไข่มุกต้องตวัดสายตาคมกริบลงไปมองด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวสวยที่เพิ่งทำเล็บเจลลายลูกคุณหนูมาหมาดๆ ปัดหน้าจอเพื่อเปิดดูต้นตอของเสียงน่ารำคาญนั้น ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏภาพถ่ายระยะไกลของเธอกับกวินทร์ ประธานชมรมหุ่นยนต์สุดฮอตแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ขณะที่ทั้งคือกำลังยืนคุยกันสองต่อสองบริเวณลานเกียร์เมื่อวานนี้ แม้ว่ามุมกล้องจะดูปกติธรรมดาไม่มีอะไรเกินเลย แต่แคปชันประกอบโพสต์ในกลุ่มสาธารณะของมหาวิทยาลัยกลับพาดหัวด้วยข้อความตัวหนาเปรี้ยงปร้างชนิดที่เรียกยอดแชร์และคอมเมนต์ได้ถล่มทลายในเวลาไม่ถึงสิบนาที *'ตัวแม่บริหารฯ แอบซุกเกียร์วิศวะ? ควงแขนประธานชมรมดังเข้าห้องพักส่วนตัวตอนดึกดื่นแบบนี้... หลอกเด็กใสซื่อหรือแค่หิวแสงกันแน่นะคะ?'* หัวใจของพริ้มเพราหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่! เธอยังจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้แม่นยำ เธอกับกวินทร์แค่บังคับรถมอเตอร์ไซค์ติดฝนแล้วแวะหลบฝนที่ห้องพักส่วนกลางของชมรมหุ่นยนต์เฉยๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งสิ้น แล้วภาพบ้าๆ กับข้อความใส่ร้ายป้ายสีนี่มันหลุดออกไปจากใครกัน? "อุ๊ย ตายแล้ว... แกดูนี่หรือยังพริ้ม?" เสียงแหลมสูงที่จงใจดัดให้ฟังดูตกใจแต่แฝงไว้ด้วยความสะใจแบบมิดไมล์ดังขึ้นตรงหน้า พริ้มเพราเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับมินตรา ดาวคณะเพื่อนร่วมรุ่นที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปาก โดยมีแก๊งเพื่อนสนิทรุมล้อมอยู่ข้างหลัง สายตาของมินตรากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเยาะเย้ยถกถันอย่างไม่คิดจะปิดบัง พริ้มเพราค่อยๆ วางแก้วชานมลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล แต่แววตาที่ส่งออกไปนั้นคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน เธอยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของคุณหนูผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ถ้าสายตาสั้นจนแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือการทำงาน กับอันไหนคือการเดินแบบประจานความโง่ของตัวเอง แนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะคะมินตรา อย่าเอาสมองระดับเซลล์เดียวมาตัดสินคนอื่นด้วยมาตรฐานต่ำๆ ของตัวเองเลยค่ะ มันน่าสมเพช" พริ้มเพราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนมินตราหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา มินตรากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะแสร้งหัวเราะเสียงแหลมกลบเกลื่อนความโกรธ "อุ๊ย ปากเก่งจังนะคะ ระวังเถอะค่ะ... คนที่เธอคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษนักหนา เขากำลังจะเดือดร้อนเพราะความแรดเงียบของเธออยู่แล้ว! เพื่อนๆ ในคณะวิศวะเขาลือกันสนั่นว่าประธานกวินทร์หัวเสียมากที่โดนเธอเอาชื่อเสียงไปเกาะกระแสแบบนี้ เขาฝากบอกมาด้วยซ้ำว่ารำคาญเธอจะแย่อยู่แล้ว!" คำพูดนั้นสะกิดใจพริ้มเพราเข้าอย่างจัง แม้ภายนอกเธอจะพยายามตีสีหน้านิ่งเฉยและแค่นหัวเราะหยัน แต่ลึกๆ ในอกกลับเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกขึ้นมาติดอยู่ที่ลำคอ กวินทร์น่ะหรือจะพูดแบบนั้น... ผู้ชายปากร้าย เยชาชา และไม่เคยสนใจโลกคนนั้น จะมองเธอเป็นแค่ตัวน่ารำคาญที่คอยเกาะกระแสจริงๆ อย่างนั้นหรือ? "แล้วไงคะ? ต่อให้เขาจะพูดจริงหรืออุปaokขึ้นมาเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องเดือดร้อนเอาปากเน่าๆ มาเที่ยวประกาศให้คนอื่นเข้าใจผิดนี่คะ หรือว่า... ข่าวลือทุเรศๆ นี่ ฝีมือเธอเป็นคนปล่อยเอง?" พริ้มเพราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเข้าไปใกล้มินตราจนอีกฝ่ายต้องผถายหลังกรูดด้วยความตกใจกลัวออร่าความฟาดฟันที่พุ่งทะยานออกมา "ฉัน... ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไม! หลักฐานก็คาตาอยู่ว่าเธอไปอยู่กับเขาในตึกคณะวิศวะสองต่อสอง!" มินตราเสียงสั่น ร้องเถียงกลบเกลื่อน "ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องร้อนตัวด้วยล่ะคะ?" พริ้มเพรายิ้มหวานหยดหยยาด แต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "จำไว้นะคะมินตรา เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น... อยากเล่นสกปรกนักใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันจะจัดให้ชุดใหญ่จนเธอไม่มีแผ่นดินจะยืนในมหาลัยนี้เลยคอยดู!" พูดจบ พริ้มเพราก็คว้ากระเป๋าแบรนด์เนมคู่ใจสะพายไหล่ แล้วก้าวเดินฉับๆ ออกจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้มินตร้ายืนหน้าเสียด้วยความโกรธแค้นที่แผนการปล่อยข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอไม่ได้ผลอย่างที่คิด แถมยังโดนตอกกลับจนหน้าชาไปหมด ในขณะเดียวกัน ที่ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศภายในห้องชมรมหุ่นยนต์กลับมาคุคุกรุ่นเสียยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก กวินทร์ยืนค้ำโต๊ะทำงานสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบึ้งตึงจนธันวาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง "ไอ้กวิน... มึงใจเย็นก่อนวะ เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ชมรมจัดการลบโพสต์แล้วออกแถลงการณ์ก็จบเรื่อง" ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลางเลื่อนโทรศัพท์มือถือโชว์หน้าจอที่มีข่าวลือเสียหายระหว่างเพื่อนสนิทกับดาวบริหารฯ ให้ดู กวินทร์ปรายตามองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที สันกรามคมขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มฉายแววกรุ่นโกรธที่น่ากลัวกว่าทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะเขากลัวเสียชื่อเสียงในฐานะประธานชมรมหุ่นยนต์ แต่เขาโกรธ... โกรธที่ยัยคุณหนูตัวแสบคนนั้นต้องตกเป็นเป้าโจมตีของพวกปากหอยปากปูในโลกโซเชียลต่างหาก! "ใครเป็นคนปล่อยรูปนี้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันออกมาด้วยความเยือกเย็น "เอ่อ... ตามสืบ IP Address แล้วมาจากคอมพิวเตอร์ในห้องแล็บกลางของตึกบริหารฯ ว่ะ น่าจะเป็นพวกเพื่อนสนิทของยัยมินตรานั่นแหละที่แอบถ่ายตอนที่พวกมึงยืนคุยกันเมื่อวาน" ธันวาตอบเสียงอ้อมแอ้ม กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตราย "กล้ามากนะ..." เขารู้ดีว่าพริ้มเพราเป็นคนปากเก่งและเอาตัวรอดเก่งแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่แสดงออก ภาพลักษณ์คุณหนูไฮโซที่ถูกห้อมล้อมด้วยความอิจฉาระริกแบบนั้น คงกำลังนั่งกัดปากร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ คิดแล้วความหงุดหงิดก็พุ่งพล่านขึ้นมาจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ กวินทร์คว้าเสื้อช็อปสีดำสนิทขึ้นมาสวมทับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูห้องชมรม "เฮ้ย! มึงจะไปไหนวะไอ้กวิน?" ธันวาตะโกนถามตามหลัง "ไปเคลียร์ให้มันจบๆ" กวินทร์ตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะผลักประตูเดินออกไปทันที ทว่า... ในวินาทีที่กวินทร์ก้าวพ้นประตูห้องชมรมเพื่อจะมุ่งหน้าไปคณะบริหารฯ นั้นเอง ร่างระหงของใครบางคนก็ก้าวสวนเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี พริ้มเพราในชุดนักศึกษาเข้ารูปเป๊ะ ยืนหายใจหอบเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับแดงก่ำเล็กน้อยคล้ายคนเพิ่งผ่านการกลั้นอารมณ์บางอย่างมาอย่างหนักหน่วง เธอมองหน้ากวินทร์นิ่งสนิทโดยไม่มีคำทักทายใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อ กวินทร์ชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมเข้มกวาดมองสำรวจร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่เงียบงันลงชั่วขณะ ราวกับโลกใบนี้หยุดหมุนเหลือเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้น "นาย..." พริ้มเพาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามควบคุมความแข็งกร้าวไม่ให้เสียงสั่นเครือ "นายคิดเหมือนที่พวกมันลือกันไหม... ว่าฉันจงใจเข้าหา นายรำคาญฉันมากใช่ไหมล่ะกวินทร์?" กวินทร์นิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามทันที เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนพริ้มเพราต้องผถายหลังไปชนกับกรอบประตูห้องชมรมอย่างไร้ทางหนี ดวงตาสคมกริบของประธานหนุ่มสายดุจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหวระริกด้วยความไม่แน่ใจ "เธอคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไง พริ้มเพรา..." กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมแก้มเนียนนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהลอดไรฟันด้วยความดุดันและจริงจังในคราเดียวกัน "ถ้าฉันรำคาญเธอจริง... ฉันคงไม่ยืนทนฟังเธอยั่วโมโหฉันมาเป็นเดือนๆ แบบนี้หรอกนะ!" หัวใจของพริ้มเพรากระตุกวูบ แรงปะทะจากสายตาและคำพูดของคนตรงหน้าทำเอาสติที่สะสมมาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเดียว -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วมาลุ้นบทสรุปความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%