“ถอยไปเถอะค่ะพริ้ม... อย่าทำให้มันยุ่งยากไปกว่านี้เลย”
ประโยคเรียบเฉยไร้ซึ่งอุณหภูมิความอบอุ่นใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของกวินทร์ มันไม่ใช่แค่คำพูดเชือดเฉือน แต่มันคือคมมีดที่กรีดลงกลางใจของคนฟังอย่างไม่ไยดี แรงปะทะจากสายตาและคำพูดของคนตรงหน้าทำเอาสติที่สะสมมาทั้งหมดของพริ้มเพราพังทลายลงในพริบตาเดียว
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ร่างบางในชุดนักศึกษารีดเรียบถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ยามเมื่อแผ่นอกกว้างของประธานชมรมหุ่นยนต์ก้าวถอยห่างออกไปโดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย เขากำลังสร้างกำแพง... กำแพงที่สูงเสียดฟ้าและหนาเตอะ ถูกก่อขึ้นระหว่างเขากับเธออีกครั้ง หลังจากที่พริ้มเพราคิดว่าเธอทุบมันจนพังครืนลงมาได้หมดแล้วแท้ๆ
“นี่คุณพูดบ้าอะไรของคุณคะกวินทร์?” เสียงหวานที่เคยสั่นเครือด้วยความน้อยใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวข้างใน พริ้มเพระากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองร่างสูงที่ยืนตีสีหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินทราย “เมื่อกี้คุณยัง... ยัง...”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้นครับ พริ้มเพรา” กวินทร์ขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง เย็นชา และไร้เยื่อใยจนน่าใจหาย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหลบเลี่ยงการสบตาเธออย่างจงใจ “เราต่างคนต่างอยู่เถอะครับ ชีวิตของคุณกับชีวิตของผมมันไม่ได้มีอะไรที่ต้องมาเกี่ยวข้องกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เรื่องที่ชมรมหุ่นยนต์... ถือว่าผมขอร้อง อย่าเข้ามาวุ่นวายอีกเลย”
เปรี้ยง!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจในวันที่ไม่มีเค้าลางฝน พริ้มเพราแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อระบายความเจ็บปวดที่จุกแน่นอยู่เต็มอก ดาวคณะบริหารฯ ผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยต้องวิ่งไล่ตามใคร ยามนี้กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกที่น่าสมเพชที่สุดในสามโลก
“วุ่นวายเหรอคะ?” พริ้มเพราก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกครั้ง แม้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอจะเหลือเพียงคืบเดียว แต่เธอกลับรู้สึกว่าเขากำลังไกลออกไปเป็นล้านปีแสง “หึ! ที่ฉันพยายามเข้าหา ที่ฉันยอมลดศักดิ์ศรีมานั่งคลุกฝุ่นในห้องชมรมแคบๆ ของคุณ ที่ฉันยอมให้คุณปั่นหัวเล่นอยู่ฝ่ายเดียว... นี่ฉันกำลัง ‘วุ่นวาย’ ชีวิตอันแสนสงบของคุณสินะคะ?”
กวินทร์เม้มปากแน่น ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกางเกงกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン เขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดหยดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่ริมขอบตาคู่นั้นใจจะขาด แต่เขารู้ดี... ถ้าเขาใจอ่อนตอนนี้ ทุกสิ่งที่เขากลั้นใจทำลงไปจะพังพินาศหมด ปัญหาเรื่องครอบครัวเรื่องฐานะที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว รวมถึงคำเตือนของพวกผู้ใหญ่ มันคือโซ่ตรวนที่รัดรึงตัวเขาไว้ไม่ให้เอื้อมมือคว้าดอกฟ้าอย่างเธอมาครอบครอง
“ใช่ครับ คุณกำลังทำให้มันวุ่นวาย” กวินทร์เค้นเสียงพูดออกมาช้าๆ ทีละคำ เพื่อทำร้ายจิตใจเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “และผมก็เบื่อเต็มทีแล้วด้วย เลิกเล่นเกมเด็กน้อยแบบนี้สักทีเถอะครับคุณพริ้มเพรา เพราะผมไม่ได้ว่างมาเล่นกับความรู้สึกของใคร”
สิ้นคำพูดนั้น พริ้มเพราก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ความรู้สึกชาดิ่งแล่นปราดไปทั่วร่างจากปลายนิ้วเท้าจรดโคนผม ความโกรธ ความเสียใจ และความน้อยเนื้อต่ำใจตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มือเรียวบางที่เงื้อง่าขึ้นหมายจะตบหน้าคนใจร้ายสักทีเพื่อระบายความช้ำ กลับต้องค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อเธอเห็นแววตาไหววูบชั่วเสี้ยววินาทีที่เขาพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
ให้ตายเถอะ... เขากำลังฝืนใจตัวเองอยู่ชัดๆ!
“โอ้โห... พูดจาได้น่ารักน่าถีบมากค่ะท่านประธาน” พริ้มเพราสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด พยายามดึงความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีกลับคืนมา รอยยิ้มหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากสวยอย่างท้าทาย ทั้งที่หัวใจข้างในกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ “ในเมื่อคุณพูดขนาดนี้แล้ว ฉันจะสงเคราะห์ถอยออกไปให้ไกลชีวิตคุณเลยค่ะ! ขอให้มีความสุขกับหุ่นยนต์พวกนั้นจนแก่ตายไปเลยนะคะคุณกวินทร์!”
พูดจบ พริ้มเพราก็สะบัดหน้าหนีอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองอีก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดเผาะลงบนพื้นคอนกรีต ร่างบางก้าวเดินจากไปด้วยความเร็ว แผ่นหลังบอบบางสั่นเทาเล็กน้อยตามแรงสะอื้นที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต
กวินทร์ยืนนิ่งเป็นหินทรายมองตามแผ่นหลังนั้นเดินลับหายไปจากมุมตึก เสียงร้องไห้เงียบๆ ของเธอบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างสูงทรุดตัวลงพิงกำแพงอิฐด้านหลังอย่างหมดแรง มือหนายกขึ้นกุมขมับตัวเองแน่น ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาเพื่อระบายความอึดอัดคับแค้นที่สุมอก
“ทำไมวะไอ้กวิน... ทำไมถึงใจร้ายกับน้องเขาได้ขนาดนี้”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงตบเบาๆ ที่ลาดไหล่กว้าง ธันวาเพื่อนสนิทสายชิลล์เดินออกมาจากมุมเสาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากแอบยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ธันวาส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาใจกับความปากแข็งของเพื่อนรัก “มึงทำเกินไปแล้วนะเว้ย น้องเขาเสียหายหมด”
“มึงก็เห็นว่าถ้ากูยังดึงดันต่อไป ครอบครัวกู... แล้วก็เรื่องทางบ้านเขา มันจะเละเทะกันไปใหญ่แค่ไหนวะธันวา” กวินทร์หันมามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาแดงก่ำ ความรู้สึกผิดและเจ็บปวดฉายชัดอยู่ในนั้น “กูไม่มีอะไรเทียบเขาได้เลยสักอย่าง พริ้มเพราควรเจอคนที่เพอร์เฟกต์กว่ากู คนที่ยืนเคียงข้างเขาได้อย่างไม่อายใคร ไม่ใช่ลูกจ้างร้านซ่อมรถแบบกู”
“แต่ความรู้สึกคนนะเว้ย ไม่ใช่ของเล่นที่จะผลักไสไล่ส่งตามใจชอบ” ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ระวังเถอะ... ถ้ามึงปล่อยให้เขาหลุดมือไปจริงๆ สักวันมึงนั่นแหละที่จะเป็นหมาบ้ามานั่งร้องไห้ขeความรักจากเขา”
กวินทร์ไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่กัดกรามแน่น ปล่อยให้ความเงียบงันและบรรยากาศอึมครึมเข้าปกคลุมรอบตัว ในขณะที่หัวใจข้างซ้ายกำลังร่ำร้องหาเจ้าของร่างบางที่เพิ่งเดินจากไป
ตัดภาพมาที่พริ้มเพรา เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีความอับอายและเสียใจมาจนถึงลานจอดรถหลังคณะบริหารฯ มือเรียวคว-านหากุญแจรถในกระเป๋าเป้สะพายอย่างลนลาน หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัวไปหมดจนแทบมองไม่เห็นทาง
“ฮึือก... คนใจร้าย... ไอ้บ้ากวินทร์!” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความคับแค้นใจ ขณะกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูรถ MINI Cooper คันโปรด จู่ๆ ก็มีเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน
“อ้าว... น้องพริ้มเพراคนสวย ทำไมหน้าตาถึงได้ดูยับเยินขนาดนั้นล่ะคะเนี่ย? หรือว่าโดนผู้ชายปฏิเสธมาอีกรอบ ถึงได้วิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้?”
น้ำเสียงเย้ยหยันคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปรากฏบนใบหน้าโฉบเฉี่ยวของ ‘มินตรา’ คู่แข่งตัวฉกาจร่วมคณะ ที่ยืนกอดอกพิงรถหรูของหล่อนด้วยท่าทางเหนือกว่า พริ้มเพราเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตที่ยังคงรื้นด้วยหยดน้ำตาจ้องมองผู้มาใหม่นิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
“หลบไปค่ะมินตรา ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วยตอนนี้” พริ้มเพราเสียงแข็งกร้าว ปัดมือที่จะเข้ามาแตะไหล่เธอออกอย่างไม่ไว้หน้า
มินตราหัวเราะในลำคออย่างสะใจ หล่อนก้าวเข้าไปใกล้พริ้มเพรา กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าเย้ยหยันที่ข้างหู “อุ๊ย ตายจริง... โดนทิ้งมาล่ะสิคะถึงได้ของขึ้นใส่คนอื่นแบบนี้ น่าสงสารจังเลยนะคะ ดาวคณะบริหารฯ ที่คิดว่าจะควอเตอร์แบ็กเด็กวิศวะได้ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขี่ยทิ้งเหมือนขยะเปียกเท่านั้นแหละ!”
พริ้มเพราหันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่ายทันที ดวงตาคู่วามวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ สติที่เหลืออยู่เส้นสุดท้ายขาดผึ่งลงตรงนั้น...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ!
วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 18
กำแพงที่ก่อขึ้นใหม่
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!