วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 15

รอยยิ้มที่ไม่เคยเห็น

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"บอกแล้วไงคะว่าถ้าต่อสายไฟผิดขั้วแบบนี้ นอกจากบอร์ดจะพังแล้ว หน้าตาคนทำก็จะบูดบึ้งยิ่งกว่าเดิมด้วย... ดูสิคะ คิ้วแทบจะผูกกันเป็นปมอยู่แล้วนะคะเนี่ย" เสียงใสๆ ที่เจือรอยหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องชมรมหุ่นยนต์ยามค่ำคืน พริ้มเพราในชุดเสื้อเชิร์ตนักศึกษาพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก ยืนกอดอกมองร่างสูงของประธานชมรมที่กำลังนั่งขมักเขม้นอยู่หน้าโต๊ะปฏิบัติการ กวินทร์เงยหน้าขึ้นจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาตวัดมองผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยความรำคาญระคนเหนื่อยหน่าย "ถ้าว่างมากนัก ก็ไปช่วยธันวาแพ็คของข้างนอกโน่นค่ะ ไม่ใช่มาเดินป้วนเปี้ยนกวนประสาทคนอื่นเขาแถวนี้" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดตามนิสัยปากร้ายที่พริ้มเพราคุ้นชินเป็นอย่างดี แต่หญิงสาวกลับยักไหล่เรียวอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยละล่องแตะจมูกคนตัวโต "กวนประสาทอะไรกันล่ะคะ ผู้สนับสนุนทุนรายใหญ่อย่างฉันก็แค่มาตรวจงานในฐานะกรรมการกิตติมศักดิ์เท่านั้นเอง หรือว่ากลัวฉันเห็นมุมกากๆ ของประธานสุดเนี๊ยบเข้าคะเนี่ย" พริ้มเพราลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลโค้ดโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์กู้ภัยสี่ขา กวินทร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาละสายตาจากหน้าจอแล้วหันมาเผชิญหน้ากับแม่ตัวดีที่ชอบเข้ามาปั่นป่วนชีวิตสงบๆ ของเขาอยู่เรื่อย "คุณพริ้มเพราคะ มหาวิทยาลัยมีเวลาตั้งสิบสองชั่วโมงในตอนกลางวัน ทำไมคุณถึงไม่เอาเวลาว่างไปช้อปปิ้ง ถ่ายรูปคาเฟ่ หรือไปหาเรื่องกับมินตราตามประสาคุณหนูไฮoโซล่ะคะ มานั่งจมฝุ่นอยู่ในห้องชมรมหุ่นยนต์กลิ่นน้ำยาบัดกรีคลุ้งแบบนี้ มันไม่เข้ากับลุคดาวคณะบริหารของคุณเลยสักนิด" "อุ๊ย! แซะเก่งเป็นบ้าเลยนะคะเนี่ย" พริ้มเพราแสร้งยกมือขึ้นทาบอกทำหน้าตกใจเกินจริง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนกวินทร์ต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "ก็เพราะว่าการได้มานั่งดูผู้ชายปากร้ายแถวนี้ทำงาน มันสนุกกว่าไปนั่งกินเค้กตั้งเยอะนี่คะ... จริงไหมล่ะคะคุณประธาน" ธันวาที่แอบยืนมองเหตุการณ์อยู่ตรงประตูห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า *'ไอ้กวินเอ้ย แกไม่รอดเงื้อมมือแม่คุณหนูคนนี้แน่ๆ'* ก่อนจะค่อยๆ ถอยฉากออกไปเงียบๆ เพื่อเปิดทางให้สองคนนั้นได้เคลียร์พื้นที่ส่วนตัวกันตามลำพอง เมื่อลับร่างของเพื่อนสนิท บรรยากาศในห้องก็ยิ่งเงียบสงบลงไปอีก กวินทร์ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เขาเพียงแต่หันกลับไปสนใจหุ่นยนต์ต้นแบบตัวจิ๋วที่วางอยู่บนแท่นทดสอบ นิ้วเรียวยาวจรดลงบนคีย์บอร์ดเพื่อรันคำสั่งแก้ไขระบบการทรงตัวที่พึ่งรวนไปเมื่อครู่ พริ้มเพรานั่งมองการกระทำอันแสนคล่องแคล่วและจริงจังนั้นเงียบๆ เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสสังเกตแววตาของเขาเวลาที่อยู่กับสิ่งที่รัก—ไม่ใช่ความเย็นชาที่ใช้กำแพงหนาๆ ปิดกั้นผู้คน แต่มันคือความหลงใหล ความมุ่งมั่น และความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกจนแทบมองไม่เห็น หุ่นยนต์สี่ขาตัวย่อมส่งเสียง 'ปี๊บ' เบาๆ ก่อนที่มันจะเริ่มขยับข้อต่อ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและหลบสิ่งกีดขวางจำลองได้อย่างแม่นยำตามอัลกอริทึมที่ถูกป้อนเข้าไป จังหวะนั้นเอง... สิ่งที่พริ้มเพราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ก็เกิดขึ้น มุมปากหยักลึกของกวินทร์ยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมคายที่มักจะฉายแววดุและรำคาญใจอยู่เสมอกลับทอประกายระยิบระยับด้วยความโล่งอกและภาคภูมิใจ รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นมันช่างเป็นธรรมชาติและอบอุ่นเสียจนคนมองถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน มันไม่ใช่รอยยิ้มมุมปากแบบเย้ยหยันที่เขาชอบใช้เวลาเถียงกับเธอ แต่มันคือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ที่สุด... รอยยิ้มของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งสร้างของเล่นชิ้นโปรดสำเร็จ "ยิ้ม..." พริ้มเพราเผลอหลุดปากพึมพำออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องใบหน้านั้นไม่ยอมละไปไหน กวินทร์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอแสดงมุมอ่อนโยนออกมาต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจรีบหุบยิ้มฉับทันที ใบหน้าคมคายกลับมาบึงตึงเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิมอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล "มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยน้ำยาบัดกรีติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องตาไม่กะพริบแบบนั้น" "เปล่าค่ะ..." พริ้มเพราส่ายหัวช้าๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีวนอยู่ในอก หัวใจมันพองโตจนควบคุมไม่อยู่ เธอยื่นมือออกไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขาโดยสัญชาตญาณ "เมื่อกี้... คุณยิ้มเหรอคะ" กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของหญิงสาวสัมผัสโดนเนื้อผ้า เขาก้มลงมองมือนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววระยิบระยับด้วยความทึ่งและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำ "คุณตาฝาดไปแล้วค่ะ ยัยตัวแสบ" กวินทร์พยายามทำเสียงให้เข้มและเย็นชาเหมือนเดิม แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิดกลับทรยศคำพูดของเขาเองอย่างสิ้นเชิง พริ้มเพราหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่กังวานและหวานหยาดเยิ้มในความรู้สึกของคนฟัง เธอยขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง "ตาไม่ฝาดหรอกค่ะ..." เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ริมฝีปากของเขา "เพราะฉันเห็นมันชัดเจนเลยล่ะค่ะ... ว่าเวลาที่คุณยิ้ม มันน่ามองขนาดไหน" กวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจอุ่นๆ ของหญิงสาวเป่ารดแก้มสากทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยควบคุมได้ดีเยี่ยมเริ่มกระเจิง เขากำมือแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาในอก ปากร้ายๆ ที่เคยเตรียมไว้โต้เถียงกลับหนักอึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มเย้าแหย่เขาอย่างได้ใจ ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดจนหัวใจคนอ่านแทบจะวายนั้นเอง *แอ๊ดดด—!* เสียงเปิดประตูห้องชมรมดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของมินตราที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบยาพิษ "อุ๊ย! ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันเอาเอกสารงบประมาณมาให้พี่กวินทร์เซ็น... ไม่คิดว่าคุณพริ้มเพราจะมา'สิง'อยู่ในห้องนี้ด้วย นึกว่าแอบมาทำอะไรลับตาคนสองต่อสองซะอีกนะคะเนี่ย" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ อย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%