“ถ้ายังดื้อดึงไม่ยอมกินยา ฉันจะโยนเอกสารโปรเจกต์หุ่นยนต์ของเธอทิ้งลงถังขยะเดี๋ยวนี้แหละพริ้มเพรา”
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะติดเย็นชาและราบเรียบเสมอในยามปกติ ทว่าเวลานี้กลับเจือไปด้วยความร้อนรนอย่างปิดไม่มิดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวของชมรมหุ่นยนต์
พริ้มเพรานอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ปกติมักจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มหยิ่งผยองและวาจาคมคาย ยามนี้กลับซีดเซียวจนน่าใจหาย เปลือกตาบางปิดสนิทแต่เรียวคิ้วยังคงขมวดเข้าหากันมุ่นด้วยพิษไข้
หญิงสาวปรือตาขึ้นช้าๆ มองหน้าคนตัวสูงที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยแววตาระอาแกemi ปนดื้อรั้น เธอแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับแหบแห้งเสียจนน่าตกใจ
“ใจร้ายจังนะคะคุณประธาน... งานของชมรมคุณ ฉันอุตส่าห์ช่วยตรวจงบประมาณจนดึกดื่นโซเซขนาดนี้ แทนที่จะขอบคุณ... แค่ฉันปวดหัวนิดหน่อย ถึงกับขู่จะทำลายหยาดเหงื่อแรงกายของฉันเลยเหรอคะ”
“นิดหน่อยบ้านเธอสิ ตัวร้อนจี๋จนไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ยังจะปากเก่ง” กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย หากแต่สั่นระริกด้วยความหงุดหงิดปนร้อนใจที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับเช่นกัน
ชายหนุ่มในชุดช็อปวิศวะสีเข้มเขasเปื้อนคราบน้ำมันจางๆ ที่มุมกระเป๋าเสื้อ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างโซฟาอย่างลืมตัว มือหนายื่นไปอังหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิความร้อนอีกครั้ง ทว่าพริ้มเพรากลับเบี่ยงหน้าหนีด้วยความดื้อดึง ทำให้ปลายนิ้วหนาของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มไปเพียงนิด
“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉันเลยค่ะ... ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่นอนพักสักตื่นก็หายแล้ว”
“พริ้มเพรา!” กวินทร์กัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วซุม ทั้งโกรธความดื้อรั้น ทั้งหงุดหงิดที่เธอไม่รู้จักรักตัวเอง และที่สำคัญที่สุด... หัวใจข้างซ้ายของเขามันกำลังเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นเธอมีสีหน้าทรมานแบบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนที่ธันวาเดินเข้ามาบอกเขาว่าดาวคณะบริหารฯ ฟุบหลับคาโต๊ะทำงานในห้องชมรมด้วยพิษไข้ กวินทร์ที่กำลังงุ่นอยู่กับการเชื่อมแผงวงจรถึงกับทำหัวแร้งหลุดมือ พรวดพราดวิ่งเข้ามาดูด้วยความลนลานแบบที่เพื่อนสนิทอย่างธันวาถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่เคยเห็น ‘ไอ้วิศวะสายดุ’ คนนี้แสดงอาการลนลานจนเสียทรงมาก่อนในชีวิต
“ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง” กวินทร์พึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็คาดไม่ถึง
ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ช้อนอุ้มร่างบางของพริ้มเพราขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เธอต้องยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
“กรี๊ด! คุณกวินทร์! ปล่อยฉันนะ! จะทำบ้าอะไรเนี่ย!” พริ้มเพราเบิกตากว้าง ทุบอกแกร่งเบาๆ ด้วยความตกใจระคนเขินอาย ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักว่าตอนนี้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากandเธอนั้นใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
“หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากให้ฉันจับโยนลงระเบียง” กวินทร์ขู่เสียงเข้ม แม้ใบหน้าจะบึ้งตึงกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของเขากลับทรยศคำพูดทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง
เขาก้าวขาฉับๆ พาเธอเดินออกจากห้องชมรมตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งปกติแล้วเป็นโซนหวงห้ามที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ แต่ตอนนี้เขากลับวางร่างบางลงบนเตียงนอนนุ่มของตัวเองอย่างเบามือราวกับเธอกลัวว่าเธอจะบอบช้ำสลายหายไปต่อหน้า
พริ้มเพราพยายามจะดันตัวลุกขึ้นนั่ง ทว่าอาการวิงเวียนศีรษะแล่นริ้วขึ้นมาจนเธอต้องนิหน้าหลับตาปี๋ กวินทร์เห็นดังนั้นก็รีบก้าวเข้ามาประคองไหล่บางให้นอนราบลงไปตามเดิมอย่างทะนุถนอม
“นอนลงไปเลยนะ ห้ามดื้อเด็ดขาด” น้ำเสียงที่ใช้ดุ แม้จะยังคงความเข้มงวด แต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ล้นปรี่จนคนฟังถึงกับใจกระตุก
กวินทร์หันไปหยิบแก้วน้ำอุ่นและแผงยาพาราเซตามอลที่ธันวารemว(เตรียม)ไว้ให้บนโต๊ะทำงานมาก่อนหน้านี้ เขานั่งลงที่ขอบเตียง มือหนาประคองศีรษะทุยของเธอขึ้นมาวางบนตักของเขาอย่างเบามือ พริ้มเพราเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่กำลังก้มลงมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใยแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“มองอะไร กินยาซะ” เขาเอ่ยเสียงดุกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่านอยู่ในอก
“คุณกวินทร์... ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะคะ” พริ้มเพราถามเสียงแผ่วเบa ความดื้อรั้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นสายหนึ่งที่กำลังแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
“เพราะรำคาญ... ถ้าเธอเป็นอะไรไป ใครจะมาคอยกวนประสาทฉันทุกวันล่ะ” กวินทร์ตอบกลับทันควัน ปากแข็งตามสไตล์หนุ่มวิศวะสายซึน ทว่าปลายนิ้วที่กำลังเกลี่ยปอยผมที่ลู่แนบแก้มเนียนของเธอนั้นกลับสั่นน้อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่
พริ้มเพราอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก แม้ปากจะบอกว่าเขาใจร้าย แต่การกระทำและการดูแลเอาใจใส่ที่แฝงมากับความปากแข็งนี้ มันกลับมีอานุภาพทำลายล้างความเก๊กของเธอเสียราบคาบ
“ปากแข็งจังนะคะ... ระวังเถอะค่ะ สักวันจะตกหลุมรักฉันจนโคนหัวไม่ขึ้น”
“เพ้อเจ้อ ไข้ขึ้นจนเพ้อใหญ่แล้วมั้งเนี่ย” กวินทร์ยื่นแก้วน้ำและเม็ดยาให้เธอรับไปทานด้วยท่าทีเก้อเขินเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้าของตัวเอง
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ ความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งคู่กำลังดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทว่าลึกซึ้งจนแทบไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม
กวินทร์หันกลับมามองคนป่วยที่ตอนนี้ยอมทานยาและหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย มือหนายื่นออกไปดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมให้ถึงระดับอกอย่างเบามือที่สุด เขานั่งมองใบหน้ายามหลับใหลของเธออยู่นานเท่านาน ปลายนิ้วเรียวเผลอยื่นไปแตะปอยผมที่ปรกลงบนหน้าผากเธอแผ่วเบา
“ยัยตัวแสบเอ๊ย... ทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่ได้” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ทว่าในวินาทีที่กวินทร์กำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อพิจารณาความงดงามยามหลับใหลของหญิงสาวให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั้นเอง...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูห้องพักผ่อนดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมถุงพลาสติกบรรจุโจ๊กอุ่นๆ ในมือ
“เฮ้ยไอ้กวินทร์! ฉันซื้อโจ๊กมา-- อุ๊ย! กูขอโทษ กูมาขัดจังหวะอะไรมึงรึเปล่าเนี่ย!”
เสียงทุ้มของธันวาชะงักกึกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพเพื่อนสนิทมาดนิ่งกำลังโน้มตัวเข้าใกล้เตียงนอนที่มีดาวคณะบริหารฯ นอนอยู่ โดยที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ!
กวินทร์สะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเย็นชาถูกงัดกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ทว่าหูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ
“ไอ้ธันวา! ใครใช้ให้แกเข้าห้องมาไม่เคาะประตูวะ!” กวินทร์ตวาดแว้ดเสียงดังลั่นกลกลบเกลื่อนความเขินอาย
(ฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!)
วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 11
ปากร้ายหรือห่วงใย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!