วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 10

ความลับที่ใต้โต๊ะทำงาน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นผสมกับกลิ่นฟลักซ์บัดกรีจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องชมรมหุ่นยนต์ที่เงียบสงบยามดึกดื่น กวินทร์ขยับแว่นตากรอบบางเล็กน้อย ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลโค้ดโปรแกรมขนาดยาวเหยียด ความเครียดขมุกขมัวแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างที่นั่งหลังขดหลังแข็งมาหลายชั่วโมง โปรเจกต์หุ่นยนต์กู้ภัยสำหรับแข่งขันระดับประเทศเหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ แต่ข้อมูลการวิเคราะห์แรงบิดของมอเตอร์ที่เขาทำหายไปเมื่อวานกลับหาไม่พบในระบบสำรอง ร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวยาวขยี้กลุ่มผมสีดำสนิทของตัวเองจนยุ่งเหยิง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมที่มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่าง ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับกองเอกสารบนโต๊ะทำงานตัวมุมสุด—โต๊ะที่ปกติแล้วจะเป็นเขตหวงห้าม แต่ตอนนี้มันกลับมีแฟ้มสีพาสเทลแปลกปลอมวางทับอยู่บนตำราอิเล็กทรอนิกส์เล่มหนา "ใครเอาอะไรมาวางไว้ตรงนี้..." กวินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะตัวนั้นด้วยความรู้สึกระแวงเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มสีพาสเทลสะดุดตานั้นขึ้นมาพลิกดู ทันทีที่เปิดปกแฟ้มออก ดวงตานิ่งสงบของประธานชมรมหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา กระดาษทุกแผ่นด้านในไม่ใช่เอกสารไร้สาระอย่างที่เขาปรามาสไว้ในใจ แต่เป็นรายงานการวิเคราะห์แรงบิดมอเตอร์ พร้อมกราฟเปรียบเทียบประสิทธิภาพพลังงานที่พิมพ์ออกมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ลายมือเขียนด้วยปากกาหมึกสีชมพูอ่อนที่เขียนกำกับไว้ตามขอบกระดาษด้วยถ้อยคำเฉียบคมและตรงประเด็น ทำให้กวินทร์จำได้ทันทีว่าเป็นลายมือของใคร *ยัยคุณหนูตัวแสบ... พริ้มเพรา* ภาพของหญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และวาจาเชือดเฉือนลอยเข้ามาในหัว กวินทร์จำได้แม่นว่าเมื่อช่วงบ่าย พริ้มเพราเพิ่งจะเดินเข้ามาหาเรื่องเขาถึงในชมรมด้วยการแซวเรื่องหน้าตาที่เคร่งเครียดเกินเหตุจนเขาเกือบจะไล่เธอตะเพิดออกไปอยู่แล้ว ใครจะคาดคิดว่าเบื้องหลังคำพูดกวนประสาทและท่าทีลอยชายเยาะหยัน เธอกลับแอบมานั่งรื้อค้นข้อมูลและจัดทำรายงานชิ้นนี้ให้เขาเงียบๆ โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ "คิดจะทำบ้าอะไรของเธออีก..." กวินทร์พึมพองumซำซ้ำ ดวงตาคู่คมกวาดอ่านโน้ตเตือนความจำที่แปะอยู่หน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย *‘เลิกทำหน้าเป็นยักษ์กินตับแล้วหัดกินกาแฟใส่นมซะบ้างนะคะท่านประธาน ข้อมูลตรงนี้ฉันรวบรวมมาจากฐานข้อมูลลับของแล็บอาจารย์ธน ภูมิใจซะเถอะที่อุตส่าห์ยอมเหนื่อยแทน หวังว่าจะไม่เอาไปทำพังคามือนะ’* มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาจุกอกอย่างกะทันหัน กวินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเองปรากฏขึ้นเมื่อนึกถึงท่าทางปากเก่งของอีกฝ่ายที่มักจะเชิดใส่เขาเสมอ แต่กลับก้มหน้าก้มตาทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือเขาในยามวิกฤตแบบนี้ แกร๊ก... เสียงเปิดประตูห้องชมรมดังขึ้นแผ่วเบา ท่าความเงียบงันยามตีสอง กวินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบซ่อนแฟ้มเอกสารลงไว้ใต้กองหนังสือตามเดิม ขายาวรีบสาวเท้ากลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองแล้วแสร้งทำเป็นพิมพ์โค้ดคอมพิวเตอร์ต่ออย่างขะมักเขม้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประถูกผลักเปิดออกกว้างขึ้น ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู พริ้มเพรากะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องยังคงนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่เดิม ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสภาพห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายที่เงยขึ้นมองเธอพอดิบพอดี "ยังไม่กลับอีกหรือไงคะท่านประธาน นึกว่าสิงร่างติดกับจอคอมพิวเตอร์ตายไปแล้วซะอีก" พริ้มเพราเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดตลก รอยยิ้มร้ายกาจแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปมันกลอสเงางาม เธอก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ พร้อมกับแก้วกาแฟเย็นในมือ กวินทร์หรี่ตามองผู้มาใหม่ ประเมินท่าทางที่ดูเหมือนตั้งใจเดินกลับมาเช็คความเรียบร้อยมากกว่าบังเอิญผ่านมา เขาดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมยังไม่กลับหอ?" "ก็ห่วงว่าหุ่นยนต์กระป๋องของคุณจะพังคามือก่อนวันแข่งน่ะสิคะ ถามได้" พริ้มเพราตอบหน้าตาเฉย เธอย่อตัวลงวางแก้วกาแฟเย็นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะทำงานใกล้ๆ มือเขา ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่กองหนังสือพิมพ์ซ่อนแฟ้มสีพาสเทล "อ้าว... แฟ้มที่ฉันวางไว้บนโต๊ะนู้น ใครเอามาเก็บแถวนี้เนี่ย รกชะมัด" "เธอเองไม่ใช่เหรอที่เอามาวางไว้" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววประชดประชันเล็กน้อย แต่ดวงตาคู่คมกลับจับจ้องใบหน้าเนียนใสของคนตรงไม่วางตา พริ้มเพราสะดุ้งเล็กน้อย เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อกลบเกลื่อนอาการพิรุธ แต่จริตจะก้านความเป็นคุณหนูสายปั่นไม่มีวันยอมจำนนใครง่ายๆ อยู่แล้ว เธอยืดอกขึ้นเชิดหน้าใส่เขาทันที "พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง ใครจะไปอุตส่าห์ช่วยคนปากร้ายอย่างคุณกัน อย่ามามโนไปเองนะคะท่านประธาน" "ปากแข็ง" กวินทร์พึมพำเสียงต่ำ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปหาหญิงสาวทีละก้าวอย่างคุกคาม แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้พริ้มเพราต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางไปชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้านหลัง พริ้มเพรากลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อกวินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศรอบตัวทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ "ถ...ถอยไปนะคุณ จะเดินเข้ามาใกล้ทำไมเนี่ย อึดอัดนะ" พริ้มเพราเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ความปากเก่งเมื่อครู่เริ่มระเหยหายไปกับสายลมเมื่อเจอสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างลุ่มลึก "ขอบคุณ" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับกระซิบทำให้พริ้มเพราถึงกับนิ่งงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของผู้ชายมาดนิ่งคนนี้ กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ แววตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งที่ทำเอาหัวใจคนมองแทบหยุดเต้น "ขอบคุณ... สำหรับข้อมูลในแฟ้มนั้น แล้วก็... เลิกปากแข็งแล้วยอมรับความจริงสักทีได้ไหมว่าเธอเป็นห่วงฉัน" กวินทร์กระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น พริ้มเพราหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันชัดเจน มือเรียวเล็กพยายามจะผลักแผงอกแกร่งออกไปแต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เคมีอันตรายระหว่างประธานชมรมหนุ่มมาดนิ่งกับคุณหนูตัวแสบพุ่งสูงจนถึงขีดสุด กวินทร์จ้องมองริมฝีปากสีพีชที่เม้มเข้าหากันอย่างสั่นเทาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มควบคุมยากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในจังหวะที่ใบหน้าคมคายกำลังจะโน้มลงไปใกล้เพื่อปิดระยะห่างนั้นเอง... ปัง! เสียงประตูห้องชมรมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของธันวาเพื่อนสนิทสายชิลล์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง "เฮ้ยไอ้กวิน! แย่แล้วโว้ย! อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษาเดินตรวจตึก แวะมาทางนี้..." ธันวาชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่ประธานชมรมหนุ่มมาดนิ่งกำลังยืนโอบล้อมดาวคณะบริหารฯ สาวสุดแซ่บไว้ในระยะประชิดจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ดวงตากลมโตของธันวาเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่ไก่ได้ทั้งฟอง พริ้มเพราได้สติรีบสะบัดข้อมือหลุดจากการกوبกุมของกวินทร์ เธอหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี หญิงสาวหันขวับไปค้อนใส่ธันวาตาเขียวปั๊ดก่อนจะหันมาถลึงตาใส่กวินทร์ที่ยืนตีหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ฝากไว้ก่อนเถอะคุณ!" พริ้มเพราแหวใส่ด้วยเสียงสั่นๆ ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีทะลุผ่านตัวธันวาออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้กวินทร์ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอย่างเงียบๆ (ฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%