"ถ้าคิดจะจ้องหน้ากันจนตัวพรุนแบบนี้ ช่วยจ่ายค่าเสียเวลาเป็นชานมไข่มุกแก้วใหญ่หวานน้อยด้วยนะคะ ประธานกวินทร์"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่หลุดลอดริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของพริ้มเพรา พร้อมกับเรียวมือบางที่จิ้มลงบนกลางหน้าผากกว้างของคนตัวโตกว่าอย่างถือวิสาสะ บรรยากาศรอบตัวในห้องชมรมหุ่นยนต์เวลานี้เงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำผิดจังหวะในอก
กวินทร์ชะงัก เปลือกตาสีเข้มกระพริบช้าๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมาจากห้วงความคิดที่หลุดลอยไปไกลเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมโปรเจกต์' เขารีบเบือนหน้าหนีไปทางกองชิ้นส่วนไมโครคอนโทรลเลอร์บนโต๊ะทำงานทันที ใบหน้าหล่อเหลาติดจะบึ้งตึงขึ้นมาทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาตรงลำคอ
"ไร้สาระ พริ้มเพรา... เธอว่างมากหรือไง ถึงได้มานั่งนับกะพริบตาฉัน"
คนปากร้ายสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่าน้ำเสียงที่เคยราบเรียบเย็นชาในวันวาน กลับติดจะแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยจนคนฟังจับพิรุธได้ พริ้มเพราหรี่ตามองปฏิกิริยาของพ่อหนุ่มวิศวะสายดุ รอยยิ้มร้ายกาจแต้มขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก เธอรู้ดีว่าเขากำลังกลบเกลื่อน และเธอก็สนุกเสียด้วยที่ได้เป็นคนเขย่ากำแพงน้ำแข็งของเขาให้สั่นคลอน
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ... ที่ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันหดแคบลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
ย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทั้งคู่ยังเป็นเหมือนน้ำกับน้ำมันที่พร้อมจะระเบิดใส่กันทุกครั้งที่เข้าใกล้ พริ้มเพราคือคุณหนูตัวแสบจากคณะบริหารฯ ที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตระเบียบจัดของประธานชมรมหุ่นยนต์ให้ปั่นป่วนเล่นแก้เบื่อ ส่วนกวินทร์ก็คือพ่อหนุ่มวิศวะปากร้ายที่มองเธอเป็นแค่วัยรุ่นน่ารำคาญคนหนึ่ง แต่ทว่า... ยิ่งใกล้กัน ยิ่งต้องมานั่งหัวติดกันเพื่อเคลียร์แปลนหุ่นยนต์สำหรับการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย เส้นแบ่งที่เคยขีดไว้อย่างชัดเจนกลับค่อยๆ เลือนหายไปทีละนิดอย่างห้ามไม่ได้
พริ้มเพราขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าลอยวนอยู่ในจังหวะที่กวินทร์สูดลมหายใจเข้าพอดี ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับของคนตรงหน้าอย่างท้าทาย
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่สงสัยว่า... ทำไมช่วงนี้ประธานกวินทร์ถึงชอบเหม่อมองฉันบ่อยจังคะ หรือว่า... แอบตกหลุมรักยัยตัวแสบคนนี้เข้าแล้วจริงๆ"
"พริ้มเพรา!" กวินทร์เผลอตวาดเสียงเข้มโดยไม่รู้ตัว มือหนาเผลอคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัส ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง
ทว่า... ในวินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างแนบแน่น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว กวินทร์มองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับกระหน่ำรัวจนน่ากลัว สัมผัสอุ่นจากข้อมือเล็กส่งกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมสลวยยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะที่สั่งสมมานานนับปีเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
พริ้มเพราเองก็ชะงักไปเช่นกัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดแก้มสลับกันไปมาทำให้สติของเธอกระเจิดกระเจิง รอยยิ้มท้าทายเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความตื่นตระหนกปนความหวานล้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายเสียจนเธอต้องเป็นฝ่ายฝ่ายหลบสายตาก่อน
"ปล่อย... ปล่อยมือฉันได้แล้วค่ะ กวินทร์" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาลงกว่าเดิม ความมั่นใจที่เคยมีหายวับไปกับตาเมื่อปลายนิ้วของเขาเผลอลูบไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่ข้อมืออย่างเผลอไผล
กวินทร์สะดุ้งราวกับถูกไฟช็อต เขารีบปล่อยมือออกจากข้อมือเล็กทันที ราวกับว่าผิวของเธอเป็นเหล็กกล้าร้อนจัดที่แตะต้องไม่ได้ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างเนียนที่สุด บรรยากาศรอบตัวกลับมาอึดอัดอีกครั้ง แต่เป็นความอึดอัดที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
"เธอ... กลับไปได้แล้ว ใกล้จะค่ำแล้ว เดี๋ยวเพื่อนเธอก็คอยแย่" กวินทร์เอ่ยเสียงแข็ง พยายามดึงมาดประธานชมรมผู้เย็นชาคืนมาให้เร็วที่สุด
พริ้มเพราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ดีว่าตอนนี้ขืนอยู่ต่อมีหวังได้ใจเต้นระเบิดคาอกแน่ๆ หญิงสาวจึงหยิบกระเป๋าผ้าขึ้นมาสะพายไหล่ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าใบหน้าจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูก็ตาม
"งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ... ท่านประธาน" เธอทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังประตูห้อง
กวินทร์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังบางที่ก้าวเดินออกไปจนลับตา ทันทีที่ประตูปิดลง เขาก็ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงาน ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองแน่น พึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดระคนว้าวุ่นใจ
"ให้ตายสย... ยัยนี่มันอันตรายเกินไปแล้วนะ"
ขณะที่กวินทร์กำลังพยายามสงบสติอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในอก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงทางเดินด้านนอก ก่อนที่ประตูห้องชมรมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยปราศจากการเคาะ
"ไอ้กวินทร์! แย่แล้วเว้ย! แกต้องออกไปดูข้างล่างด่วนเลย!" ธันวาเพื่อนสนิทสายชิลล์พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ลมหายใจหอบเหนื่อยราวกับวิ่งหนีผีมา "ไอ้มินตรามันกำลัง...!"
ฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 8
เส้นแบ่งที่เริ่มจาง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!