"ดูท่าทางงานนี้... คงไม่ได้เริ่มแค่เรื่องเอกสารซะแล้วมั้งคะ ประธานกวินทร์"
เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินที่จงใจลากเสียงยาวอย่างยียวนดังขึ้น ท่า่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้องชมรมหุ่นยนต์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาบัดกรีและเศษโลหะระเกะระระกะ กวินทร์ที่กำลังก้มหน้าตรวจเช็ควงจรไมโครคอนโทรลเลอร์บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ถึงกับชะงักมือที่คีบตะกั่วบัดกรี ปลายหัวแร้งร้อนจัดสะบัดเข้าหาแท่นวางจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบเล็กๆ
เขายังไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัดฟ้องชัดเจนว่า ความอดทนของประธานชมรมสายดุคนนี้กำลังถูกทดสอบจนถึงขีดจำกัดแล้วค่ะ
พริ้มเพราก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเขาอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว ร่างระหงในชุดนักศึกษาปีสองที่รีดเรียบกริบกระโปรงทรงเอผ่าข้างนิดๆ เดินน่องเรียวยาวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นพีชอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นอับของห้องชมรม จนคนตัวโตกว่าต้องขมวดคิ้วมุ่น
หญิงสาวถือวิสาสะหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาที่กวินทร์เพิ่งจดสเป H-Bridge สำหรับมอเตอร์หุ่นยนต์ขึ้นมาเปิดดูหน้ากระดาษผ่านตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะส่งเสียง 'หึ' ในลำคอเบาๆ ที่ชวนให้คนฟังรู้สึกคันยิบๆ ที่ฝ่ามือ
"เขียนลายมือได้อ่านยากสมเป็นเด็กวิศวะดีนะคะ นึกว่ารอยตีนไก่คุ้ยเขี่ยเสียอีก แบบนี้ถ้าเอาไปเบิกงบกับคณะบริหารฯ รับรองว่าฝ่ายการเงินตีตกตั้งแต่บรรทัดแรกแน่ๆ"
รอยยิ้มร้ายกาจระบายอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงมาที่เขาอย่างท้าทาย ไม่มีทีท่าเกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่อשอกมาจากตัวร่างสูงแม้แต่น้อย
กวินทร์วางหัวแร้งลงบนแท่นเสียงดัง *เคร้ง* เขาดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จนพริ้มเพราที่ว่าใจกล้าต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันจากส่วนสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรกับใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงราวกับโกรธโลกมาสามชาติ ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเยือก
ดึงสายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรำคาญใจ
"ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ก็เอาเอกสารพวกนี้ไปจัดเข้าแฟ้มตามหมวดหมู่ซะ อย่ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ให้มันรกหูรกตา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างเฉียบคม "กฎข้อแรกของชมรมผม... อย่าหาเรื่องผม"
"โอ๊ะ! น่ากลัวจังเลยค่ะ" พริ้มเพราทำท่าทางสะดุ้งตกใจเกินจริง มือเรียวยกขึ้นทาบอกแสร้งทำเป็นตัวสั่น ทั้งที่แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "นี่ขนาดเพิ่งเริ่มวันแรกนะคะ ประธานยังดุซะขนาดนี้ ถ้าอยู่ครบเทอม ฉันไม่โดนคุณจับโยนออกนอกหน้าต่างตึกคณะเลยเหรอคะเนี่ย"
"รู้ตัวก็ดี" กวินทร์ก้าวเข้ามาประชิดอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอเริ่มรบกวนประสาทสัมผัสของเขาอย่างแปลกประหลาด แต่นายเสือร้ายแห่งภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลไม่มีทางยอมเสียฟอร์มเด็ดขาด เขาก้มลงมองหน้าเธอในระยะประชิด สายตาคมกวาดมองแพขนตางอนและจมูกรั้นๆ ที่เชิดขึ้นอย่างถือดี "เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากเจ็บตัวหรือร้องไห้กลับบ้านไปฟ้องใคร กรุณาหุบปากแล้วทำงานของคุณไป เงียบๆ"
แทนที่จะถอยหนี พริ้มเพรากลับเงยหน้าขึ้นท้าทาย ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ปลายคางของเขา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุๆ คู่นั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากสวย
"ปากบอกว่าให้เงียบ... แต่หน้าตานี่ฟ้องชัดเลยนะคะว่าอยากเถียงใจจะขาด" เธอจงใจเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดแกมหยอกล้อ "อุ๊ย หรือว่าที่ต้องทำเป็นดุใส่ เพราะเขินที่ฉันเข้ามาใกล้กันแน่คะ ประธานกวินทร์?"
คำพูดจี้จุดทำให้กวินทร์ชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเกิดกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ยังคงรักษามาดนิ่งขรึมไว้ได้แนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงไปอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวของกันและกัน
"มั่นหน้าเกินไปหน่อยไหมครับ... คุณดาวคณะ" กวินทร์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "คิดว่าตัวเองสวยสะท้อนแสงจนใครๆ ต้องสยบเหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่าในสายตาผม คุณก็แค่เด็กบริหารน่ารำคาญคนหนึ่งที่โดนบังคับมาบำเพ็ญประโยชน์เท่านั้นแหละ"
"อ๋อเหรอคะ?" พริ้มเพราหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อคำพูดรักษาน้ำใจ (ที่โคตรจะปากร้าย) นั้น มือเรียวยกขึ้นแตะที่ปกเสื้อแจ็คเก็ตช็อปสีเข้มของเขาเบาๆ ราวกับจะปัดฝุ่นให้ แต่จงใจลากปลายนิ้วผ่านแผงอกแกร่งจนคนตัวโตสะดุ้งวาบ "ถ้าฉันเป็นแค่เด็กน่ารำคาญ งั้นทำไมตอนที่ฉันพูดเมื่อกี้... หัวใจคุณถึงเต้นแรงจนเสียงดังทะลุเสื้อช็อปออกมาแล้วล่ะคะ หืม?"
ฉิบหายแล้ว...
กวินทร์สบถในใจอย่างหัวเสียเมื่อโดนจับไต๋ได้คาหนังคาเขา ความนิ่งสงบที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตา เมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอยังคงแตะอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นรัวโครมครามจนน่าอาย
ก่อนที่กวินทร์จะได้สวนกลับด้วยคำพูดเชือดเฉือนอะไรออกไปเพื่อกู้หน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงหน้าประตูกระจกของห้องชมรม ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วกวนประสาท
*ก๊อกๆๆ!*
"เฮ้ย! ไอ้กวิน เปิดประตูโว้ย! แย่แล้ว งานเข้า..."
ธันวาเพื่อนสนิทสายชิลล์ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต สีหน้าของธันวาตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาคมกริบของธันวาเหลือบไปเห็นภาพตรงหน้า—
ประธานหนุ่มสายดุคนคูลที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว กำลังยืนกักร่างอรชรของดาวคณะบริหารฯ ไว้ชิดกับโต๊ะทำงาน ในระยะที่หน้าผากแทบจะชนกัน และมือเรียวของแม่คุณก็ดันแปะอยู่บนอกเสื้อช็อปของเพื่อนรักพอดิบพอดี
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธันวาอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบกามเทพจำเป็นจะฉีกกว้างถึงใบหู
"อุ๊ย... กูมาขัดจังหวะอะไรมึงหรือเปล่าเนี่ย ไอ้กวิน?" ธันวาแกล้งยกมือขึ้นปิดตา ทำท่าทางกระมิดกระเมี้ยน "เชิญพวกมึงต่อตามสบายเลยนะ กูกแค่จะมาบอกว่า... *อาจารย์ฝ่ายวินัยกำลังเดินมาตรวจที่นี่ว่ะ!*"
กวินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อย รีบผละตัวออกจากพริ้มเพราทันทีราวกับโดนไฟลวก ส่วนพริ้มเพราเองก็รีบชักมือกลับแล้วจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับร่างอวบอ้วนของอาจารย์สมชาย หัวหน้าฝ่ายกิจการนักศึกษาที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง พร้อมชี้หน้ากวินทร์และพริ้มเพราสลับกันไปมา
"พวกเธอสองคน... กำลังทำอะไรกันในห้องนี้!?"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ เลิฟยูค่ะ ❤️
วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น•ตอนที่ 2
กฎข้อแรก อย่าหาเรื่องผม
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายดุสู้กับคุณหนูสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!