เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 18

หวงแบบไม่ยอมบอก

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอีกคนที่ลอดผ่านสปีคเกอร์โฟนเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้ธามินทร์เท่ากับน้ำเสียงสดใสและเป็นกันเองจนเกินงามของรินรดา "งั้นเย็นนี้เจอกันที่ร้านเดิมนะริน ผมจองโต๊ะริมกระจกที่เธอชอบไว้เรียบร้อยแล้ว" ประโยคนั้นสั้นกระชับ แต่มีพลังทำลายล้างความนิ่งสงบในใจสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเจ้าระเบียบได้ราบคาบในพริบตาเดียว ธามินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองร่างบางที่ยืนถือสมาร์ตโฟนแนบหูอยู่กลางห้อง โดยมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่กั้นกลาง สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่านจนน่าหงุดหงิด แต่นิสัยปากแข็งและฟอร์มจัดกลับสั่งให้เขาสกัดกั้นมันไว้ด้วยการตีหน้าตาย รินรดาที่เพิ่งวางสายหันมาสบตากับเขา เธอยังไม่ทันได้อ้าปากอธิบายอะไร ร่างสูงก็ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่ทำเอาหญิงสาวต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังเรียอบบางชนเข้ากับชั้นวางเอกสารกระจกเบาๆ ขณะที่เงาสูงใหญ่ของธามินทร์โน้มลงมาปิดกั้นอิสรภาพของเธอไว้จนหมดสิ้น "คุยกันสนิทสนมขนาดนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่" น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นลอดไรฟัน สายตาคมดุจดั่งคมมีดกวาดมองใบหน้าหวานที่กำลังกระพริบตาปริบๆ อย่างนึกฉุน "หมายถึงใครคะ... เอ๊ย หมายถึงใครล่ะคะ" รินรดาเกือบหลุดปากพูดเสียงห้วนตามความคุ้นชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนคำลงท้ายให้ดูสุภาพขึ้นเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาคู่คมของอีกฝ่าย แม้จะปากเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่เธอก็ยอมรับว่าเวลาธามินทร์โหมดหึงโหดแบบนี้ รัศมีรอบตัวเขามันน่ากลัวจนชวนใจสั่นแปลกๆ "อย่ามาทำไขたたกนะรินรดา" ธามินทร์กดเสียงต่ำลงไปอีก มือหนายกขึ้นเท้ากับขอบชั้นวางเอกสารกั้นเธอกักไว้ตรงกลาง "คุณเป็นสถาปนิกในโปรเจกต์ของผม งานดราฟต์แบบแปลนตึกเฟสใหม่ยังไม่เสร็จดี แต่เวลาส่วนตัวของคุณดูจะหมดไปกับการนัดกินข้าวกับไอ้หนุ่มพีอาร์คนนั้นบ่อยเกินไปแล้วมั้ง" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้ทันที เธอมองหน้าคนปากร้ายที่พยายามหาข้ออ้างสารพัดเพื่อกลบเกลื่อนความหึงหวงอย่างรู้ทัน "อ๋อ... คุณหมายถึงพี่กรณ์เหรอคะ" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'พี่' ให้ดังเป็นพิเศษ เพื่อความสะใจที่ได้เห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้ากระตุกแรงขึ้น "เขาก็แค่ชวนไปคุยเรื่องเรฟเฟอเรนซ์งานนิทรรศการสัปดาห์หน้าค่ะ อีกอย่าง... มันเป็นเวลานานหลังเลิกงานแล้วด้วย ฉันว่าฉันมีสิทธิ์ไปไหนมาไหนกับใครก็ได้นะคะ ท่านสถาปนิกใหญ่" คำว่า 'มีสิทธิ์ไปไหนมาไหนกับใครก็ได้' กระแทกใจคนฟังเข้าอย่างจัง ธามินทร์รู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ มาจุกอยู่ที่อก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะผสมความน้อยเนื้อต่ำใจที่เขาไม่มีวันปริปากบอกออกไปเด็ดขาด "มีสิทธิ์เหรอ?" ธามินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ลืมไปแล้วหรือไงว่าสัญญาว่าจ้างระบุไว้ชัดเจนว่าคุณต้องทุ่มเทเวลาให้กับโปรเจกต์นี้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือสมองคุณมันบรรจุแต่เรื่องไปเดตกับผู้ชายจนความจำเสื่อมไปหมดแล้ว" "นี่คุณธามินทร์!" รินรดาหมดความอดทน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาวาวโรจน์ไม่แพ้กัน "อย่ามาพาลใส่กันนะ ฉันทำงานคุ้มเกินเงินเดือนที่คุณจ้างมาตลอดสัปดาห์นี้ด้วยซ้ำ เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาจุ้นจ้าน!" "ไม่มีสิทธิ์?" ธามินทร์ทวนคำ เสียงของเขาเบาลงแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียนจนรินรดาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "งั้นคุณก็ลองบอกผมมาสิ... ว่าผู้ชายคนไหนที่มีสิทธิ์ในตัวคุณบ้าง" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแต่กลับไม่ได้ยินเข้าไปในโสตรประสาทของคนทั้งคู่ สายตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีคุกรุ่นบางอย่างแผ่ซ่านออกมาราวกับประจุไฟฟ้าที่พร้อมจะสпарกได้ทุกเมื่อ รินรดาใจเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอนึกอยากจะเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบเหมือนเคย แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งเมื่อปลายนิ้วเรียวของธามินทร์เคลื่อนมาแตะที่ปลายคางมนเบาๆ อย่างถือวิสาสะ "ปากเก่งนักนะ..." ธามินทร์พึมพำชิดริมฝีปาก สายตาที่ทอดมองลงมาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก "แต่เวลาคุณพูดถึงไอ้หมอนั่น... ผมโคตรเกลียดเลยรู้ไหม" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวทำเอารินรดาถึงกับนิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปหมด ความซึนที่เคยเกราะกุมตัวเขาไว้พังทลายลงในประโยคเดียวนั้น ดวงตาคู่คมที่มองมาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความเว้าวอนระคนหวงแหนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งมาตลอด ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งสติหรือเอաբคำพูดใดตอบกลับไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "คุณธามินทร์คะ เรื่องแบบแปลนโซน B ที่ลูกค้าขอแก้..." เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องหยุดชะงักกึกทันทีเมื่อก้าวเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังก้มตัวครอบงำพื้นที่ของนักออกแบบสาวโดยมีใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ธามินทร์ผละตัวออกอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย ดวงตาดุวัดรอยตวัดมองเลขาที่หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ "ออกไป!" ธามินทร์คำรามลั่นห้องด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ รินรดาลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอก้มหน้าหลบสายตา แล้วฉวยจังหวะชุลมุนที่ธามินทร์กำลังหันไปไล่ตะเพิดเลขา เดินเลี่ยงหลุดจากวงล้อมของเขาแล้วก้าวพรวดพราดออกจากห้องทำงานไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้ากันนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%