เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 17

พายุหมุนในหัวใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครูดคราดติดต่อกันเป็นรอบที่สาม ทำลายความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานสถาปนิกทันที รินรดาละสายตาจากแปลนร่างโครงสร้างกระจกโค้งในมือ หันไปมองหน้าจอเรืองแสงที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟเย็นชืด ชื่อ "พิม" ปรากฏเด่นหร่าพร้อมเบอร์โทรเข้าที่ไม่ได้รับสายติดต่อกันนับสิบครั้ง หญิงสาวถอนหายใจยาว พลางขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย เธอไม่ได้กดรับ แต่แรงสั่นสะเทือนนั้นสะท้อนความวุ่นวายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประกาศิตริมระเบียงเซฟเฮาส์ในคืนก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการก็ถูกยกระดับความเข้มข้นขึ้นชนิดที่เรียกว่า หายใจรดต้นคอตลอดเวลา แต่ทว่า ความสงบสุขในแบบของพวกเขากำลังจะถูกทำลายลงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่แม้แต่จะเคาะขออนุญาต ร่างสูงโปร่งของธามินทร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับกวาดมองทั่วห้องราวกับกำลังประเมินสถานการณ์สงคราม "ประชุมเสร็จแล้วก็เก็บของครับ เรามีงานด่วนต้องไปเคลียร์ที่ไซต์งานฝั่งธนฯ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ แต่แฝงความเร่งรีบที่ผิดวิสัย "แต่โปรเจกต์นี้ยังตรวจแบบไม่จบนะคะคุณธามินทร์..." รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณนักสู้ "อีกอย่าง รินมีเรื่องส่วนตัวที่ต้อง..." "ผมไม่ได้มาขอความเห็นครับ ผมกำลังออกคำสั่ง" ธามินทร์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนรินรดาต้องเผลอถอยหลัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความตื่นตัวในกายอย่างน่าหงุดหงิด "ส่วนเรื่องส่วนตัวของคุณ... เก็บไว้เคลียร์ทีหลัง เพราะตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่ากำลังรอเราอยู่" น้ำเสียงของเขามีความเคร่งเครียดแปลกๆ แฝงอยู่ ซึ่งรินรดารู้จักมันดี มันคืออาการของคนกำลังพยายามควบคุมความหงุดหงิดขั้นสุด ก่อนที่หญิงสาวจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาก็แทรกดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก "ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง เข้าไปไม่ได้นะคะ! ทางเรายังไม่อนุญาต..." เสียงเลขาหน้าห้องร้องห้ามเสียงหลง "ถอยไป ฉันมาหาคู่หมั้นฉัน ยัยเลขาหน้าโง่ อย่ามาแตะตัวฉัน!" เสียงแหลมสูงที่เจือความเอาแต่ใจและคุ้นหูอย่างประหลาดทำให้รินรดาชะงัก ส่วนธามินทร์ถึงกับกรามกระตุก สันจَմนคมสันขึ้นร่องลึกด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง วินาทีต่อมา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักกระแทกจนเสียงดังสนั่น ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ เรือนผมยาวสลวยดัดลอนคลอเคลียไหล่ และใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตปรากฏแก่สายตา 'พิม' อดีตคนรักเก่าที่บินลัดฟ้ากลับมาจากต่างประเทศอย่างไร้สัญญาณเตือน กวาดสายตาเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของธามินทร์ และแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นรินรดายืนอยู่เคียงข้าง "ธาม! คุณทำบ้าอะไรอยู่คะ ฉันโทรหาคุณเป็นร้อยสายทำไมไม่รับ รู้ไหมว่าฉันรอคุณอยู่ที่คอนโดนานแค่ไหน!" พิมปรี่เข้ามาหาธามินทร์ทันที มือเรียวคว้าแขนแกร่งไว้แน่น ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าสาธารณชน ธามินทร์สะบัดแขนออกอย่างไม่ไยดี ใบหน้าคมคายเย็นชาจนติดลบ "คุณไม่มีสิทธิ์มาที่นี่ และไม่มีสิทธิ์มาตะโกนโวยวายในพื้นที่ทำงานของผม พิม" "ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์!" พิมขึ้นเสียงสูง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคือง เธอหันขวับมาจ้องรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นังนี่สินะ... ผู้หญิงหน้าด้านที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา! อ๋อ ที่แท้ก็แค่เด็กกะโปโลรสนิยมต่ำ ที่ใช้เต้าไต่เข้ามาทำงานกับธามสินะ!" คำดูถูกสาดโคลนใส่หน้าอย่างไม่ไว้หน้า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เปลวไฟแห่งความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมยืนให้ใครมาตบหน้าฟรีๆ โดยไม่เอาคืน "ถ้าการใช้สมองออกแบบผลงานจนชนะการประมูล มันเรียกว่าใช้เต้าไต่... งั้นคุณคงต้องกลับไปทบทวนนิยามคำว่า 'สมอง' ใหม่แล้วล่ะค่ะคุณพิม เพราะเท่าที่ยืนมองอยู่ตอนนี้ สิ่งที่คุณกำลังใช้เห่าอยู่นี่ มันมีแต่วุฒิภาวะติดลบชัดๆ" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ "แก! นัง...!" พิมกรี๊ดลั่น ยกมือขึ้นพุ่งหมายจะตบหน้าหวานของรินรดาให้หายแค้น หมับ! มือหนาคว้าข้อมือเรียวของพิมไว้กลางอากาศ แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนหญิงสาวหน้าเหเกด้วยความเจ็บ ธามินทร์ก้าวเข้ามาขวางหน้าพิมกับรินรดาไว้ ป้องกันคนตัวเล็กกว่าราวกับแม่ไก่ปกป้องลูก แต่ทว่าแววตาของเขากลับดุดันและเย็นชาจนน่ากลัว "พอได้แล้วพิม!" ธามินทร์คำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นเยียบเย็นจนบรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที "อย่าหาญกล้าทำอะไรเธอต่อหน้าผม จำไว้ว่าเราจบกันไปนานแล้ว และผมไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะมาตามราวีตอนไหนก็ได้" "ธาม! คุณเข้าข้างมันเหรอ! ผู้หญิงคนนี้มันมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้!" พิมน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอมองหน้าธามินทร์สลับกับรินรดาด้วยความชิงชัง "คุณลืมสัญญาของเราหมดแล้วหรือไง ธามินทร์!" "ผมไม่เคยสัญญาบ้าบออะไรกับคุณทั้งนั้น มีแต่คุณที่มโนไปเองคนเดียว" ธามินทร์ตอบเสียงกร้าว ดวงตาคมกริบกวาดมองอดีตคนรักด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ถ้ายังไม่เลิกทำตัวไร้สาระ เชิญออกไปจากบริษัทผมทันที ไม่งั้นผมจะให้ รปภ. หิ้วปีกคุณโยนออกไปข้างถนน" พิมตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัดและอับอาย เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่รินรดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องเสียงดังลั่น ปัง! เสียงประตูปิดลงตามแรงอารมณ์ ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง รินรดายืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว เธอยกมือขึ้นกอดอก หันไปมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ "แฟนเก่าคุณนี่... รสนิยมแรงดีแท้นะคะคุณธามินทร์ สงสัยตอนคบกันคุณคงต้องกินพาราเซตามอลแทนน้ำข้าวแน่ๆ" รินรดาแขวะเบาๆ แต่แววตายังคงมีความระแวงซ่อนอยู่ลึกๆ "แล้วนี่... เธอกลับมาแบบนี้ คุณจะเคลียร์ยังไง ไม่ใช่ว่าสุดท้ายฉันต้องกลายเป็นตัวซวยที่โดนตามรังควานไม่เว้นแต่ละวันหรอกนะ" ธามินทร์หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่ ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว รินรดาผถอยหลังจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน แต่วงแขนแข็งแกร่งของสถาปนิกหนุ่มก็ยกขึ้นกักตัวเธอไว้ทั้งสองข้าง ไม่ยอมให้หนีไปไหนได้พ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพเงาของเธอชัดเจน "กลัวเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมหีบฝาปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว "ใครกลัว... ฉันแค่รำคาญต่างหาก" รินรดาเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนี้ หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ "ปล่อยเลยนะ คุณควรจะไปตามง้อหรือเคลียร์กับแฟนเก่าคุณให้มันจบๆ ไป ไม่ใช่มาวนเวียนอยู่แถวนี้" "ผมบอกแล้วไงว่าเราจบกันไปนานแล้ว..." ธามินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความซึนมาเนิ่นนาน "คนเดียวที่ผมอยากเคลียร์... และอยากผูกมัดไว้ข้างตัวตลอดชีวิต มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น รินรดา" รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจกระตุกวูบกับคำพูดที่ไร้ซึ่งความลังเลนั้น ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญอีกครั้ง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ เตรียมจะเอื้อมมือไปกดรับ แต่ธามินทร์กลับทำเร็วกว่า เขาคว้าหูโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้เองด้วยสีหน้าหงุดหงิดเต็มทน "มีอะไร!" ธามินทร์กรอกเสียงใส่ปลายสายอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เพียงแค่เสียงตอบกลับจากเลขาหน้าห้องดังลอดออกมาผ่านสปีคเกอร์โฟน ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มก็ถึงกับแข็งค้าง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ *(รี้ดเดอร์ที่รักครับ... อย่าเพิ่งปิดหนีผมนะ มาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าใครคือระเบิดเวลาลูกใหม่ที่กำลังเดินเข้าประตูมา แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ)*
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%