เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 23

เดิมพันสูงขึ้น

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
แท็บเล็ตในมือรินรดาถูกกระชากออกไปอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสะท้อนบนกรอบแว่นสายตาที่เจ้าตัวมักสวมเฉพาะเวลากดดันขั้นสุด ธามินทร์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขและกราฟฟังก์ชันบนหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มุมปากกลับกระตุกขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังดูแคลน "คุณคิดตื้นเกินไป รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่มีคำทักทาย ร่างสูงขยับเข้าใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยปะทะจมูก "ถ้าเรายังเสนอโมเดลนิทรรศการอนุรักษ์แบบเดิม บอร์ดบริหารของกลุ่มทุน 'ภัทรวณิชย์' จะฉีกข้อเสนอของเราทิ้งตั้งแต่หน้าแรก แล้วหันไปเซ็นสัญญากับบริษัทของไอ้พงศธรภายในหนาวนี้แน่" รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ปากบางยกยิ้มเยาะอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริงอันโหดร้าย คู่แข่งตัวฉกาจอย่างพงศธร อดีตรุ่นพี่ร่วมสำนักพิมพ์ที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจสายเทรด กำลังกว้านซื้อโปรเจกต์สำคัญทับไลน์พวกเขาในทุกทาง "ตื้นตรงไหนคะ... เอ๊ย! หมายถึง ตื้นตรงไหนครับคุณธามินทร์" เธอเผลอหลุดคำพูดติดปาก แต่แก้เกมกลับได้อย่างรวดเร็วด้วยการกระตุกยิ้มมุมปาก "ถ้าข้อเสนอของฉันมันตื้นเขิน แล้วทำไมคุณถึงต้องเดินมาหัวเสียใส่ฉันถึงโต๊ะล่ะคะ... ครับ?" ธามินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน แต่นัยน์ตากลับไหววูบด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาเกลียดรอยยิ้มอวดดีนี้ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามที่เธอดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้ใครแบบนี้ มันกลับดึงดูดสายตาเขาจนละไปไหนไม่ได้ "ผมไม่ได้หัวเสีย ผมแค่มารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยเช็ดก้นให้เด็กดื้อที่กำลังจะพาโปรเจกต์มูลค่าร้อยล้านเจ๊งไม่เป็นท่าต่างหาก" ธามินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ปรายตามองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี "พงศธรมันใช้ทุนหนาเข้าซื้อใจกรรมการ แต่เรามีดีไซน์ที่กินขาด... เพียงแต่คุณกำลังเอาความอาร์ตส่วนตัวมาบดบังโจทย์ธุรกิจ" "งั้นเชิญท่านศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมผู้รอบรู้ แสดงวิสัยทัศน์ให้คนตื้นเขินอย่างฉันตาสว่างทีสิคะ เอ๊ย... ครับ!" รินรดาจงใจลากเสียงสูงเพื่อกวนประสาท เธอผายมือเชิญไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ธามินทร์กลับเลือกที่จะทรุดตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของเธอแทน การกระทำนั้นทำให้ใบหน้าของเขาลอยอยู่เหนือเธอเพียงคืบเดียว จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "เลิกประชดผมสักวินาทีได้ไหม รินรดา" เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มทุบลงอย่างกะทันหัน ความใกล้ชิดนี้ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันลงทันตาเห็น จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานหึ่งๆ "สถานการณ์ตอนนี้เราหลังชนฝาแล้ว พงศธรมันกุมจุดอ่อนเรื่องงบประมาณของบริษัทเราไว้ ถ้าเราไม่ร่วมมือกันงัดแผนสำรองออกมาสู้ คราวนี้เราไม่ได้แค่เสียโปรเจกต์... แต่บริษัทนี้จะไม่มีที่ยืน" รินรดาชะงัก ประกายตาคมกล้าอ่อนลงชั่วขณะเมื่อเห็นความจริงจังที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมของคนตรงหน้า แม้ปากจะร้ายและชอบออกคำสั่ง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ธามินทร์ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญปัญหาตามลำพังเลยสักครั้ง เขามักจะเป็นเกราะกำบังให้เสมอในยามที่เธอพุ่งชนปัญหาอย่างบ้าบิ่น "แล้ว... คุณมีแผนอะไรล่ะ นายสถาปนิกปากร้าย" เธอยอมลดทิฐิลง น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ธามินทร์จ้องมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอนิ่งนาน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลิด มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังแก้มเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินรดาหัวใจกระตุกวูบ "แผนเหรอ..." เขากระซิบเสียงพร่า ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้ม "เราจะใช้จุดแข็งที่คุณถนัดที่สุด... มาขยี้หัวใจคณะกรรมการให้ราบคาบ แต่ก่อนอื่น..." เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งร้อน ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง "คุณธามินทร์คะ! แย่แล้วค่ะ ทางคุณพงศธรส่งตัวแทนยื่นข้อเสนอตัดหน้าเราไปที่บอร์ดบริหารแล้วค่ะ แถมตัวเลขงบประมาณต่ำกว่าที่เราคำนวณไว้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์!" ธามินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที รังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ขยายออกมาจากร่างหนาราวกับพายุลูกใหญ่ เขากวาดตามองรินรดาที่กำลังลุกขึ้นยืนตามด้วยสีหน้าตึงเครียด ไม่มีเวลาให้ลังเล หรือแม้แต่จะคิดหาทางหนีทีไล่ ธามินทร์หันกลับมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปาก แรงบีบที่กระชับแน่นถ่าย าทความมั่นใจและความเด็ดเดี่ยวมาถึงตัวเธออย่างชัดเจน "เก็บกระเป๋าซะ รินรดา" สถาปนิกหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ทำให้คนฟังใจเต้นระรัว "เราจะไปตบหน้าพวกมันกลางห้องประชุมใหญ่เดี๋ยวนี้แหละ" ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของคนตัวสูง ความท้าทาย ความตื่นเต้น และเคมีอันร้อนแรงที่พุ่งพล่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ทำให้การเดิมพันครั้งนี้สูงลิ่วจนแทบหยุดหายใจ และไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่า บทสรุปของสงครามครั้งนี้จะจบลงที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะ หรือรอยแผลจากความพ่ายแพ้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับตัวละครทุกก้าวเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%