“ถ้าคุณคิดว่าเส้นกราฟฟิกพวกนี้มันเก๋จนพาโครงการรอด ผมแนะนำให้เอาไปเปิดร้านกาแฟแนวอินดี้ดีกว่าครับ รินรดา เพราะนี่คือพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่สมุดวาดภาพเล่นของเด็กอนุบาล”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นอย่างเฉียบคม ท่าوسطความเงียบของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่ของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดัง ธามินทร์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะกระจกนิรสายตาคมกริบมองลอดกรอบแว่นสายตา ทอดมองร่างบางที่กำลังยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดพล่านที่กำลังตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ เธอไม่ได้เป็นคนใจร้อน แต่การโดนสถาปนิกหนุ่มจอมเนี๊ยบคนนี้ตามจิกกัดทุกรายละเอียดในแบบร่างนิทรรศการ "พื้นที่แห่งความทรงจำ" มาตั้งแต่เช้า มันเกินกว่าขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์ทั่วไปจะรับไหว
“คุณธามินทร์คะ... เอ้ย! คุณธามินทร์ครับ!” รินรดาเกือบหลุดปากคำเดิมเพราะความคุ้นเคย แต่รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นมุมปากยิ้มเยาะของอีกฝ่าย “ไอเดียเส้นสายพวกนี้ ฉัน... ผมไม่ได้วาดขึ้นมาเล่นๆ นะครับ แต่มันถูกกลั่นกรองมาจากพฤติกรรมผู้ใช้งานจริงต่างหาก คุณต่างหากที่ยึดติดกับกรอบสี่เหลี่ยมแข็งทื่อ จนลืมไปว่ามนุษย์เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่แค่ในกล่องคอนกรีต!”
เธอตอกกลับด้วยน้ำเสียงฉาดฉาน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่ในแววคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
ธามินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาต้องยอมรับในใจ—ยอมรับแบบเงียบเชียบและไม่มีทางปริปากบอกใครเด็ดขาด—ว่าผู้หญิงคนนี้มีบางอย่างที่น่าสนใจ รอยยิ้มมั่นใจและท่าทางเชิดหน้าท้าทายเวลาเถียง ทำให้ห้องประชุมที่น่าเบื่อกลายเป็นสนามประลองที่เขากำลังสนุกจนไม่อยากให้จบลงง่ายๆ แต่ในฐานะหัวหน้าทีมสถาปนิกที่รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ เขาจะยอมเสียฟอร์มให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่คนนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
“มนุษย์ไม่ได้อยู่ในกล่อง แต่คุณกำลังจะพาพวกเขาเดินหลงทางในเขาวงกตไร้ทิศทางต่างหาก” ธามินทร์ก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีตัวตนที่เย่อหยิ่งทำให้รินรดาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “ผมไม่ได้จ้างคุณมาสร้างงานศิลปะนามธรรม แต่ผมต้องการโครงสร้างที่ใช้งานได้จริง สวยงาม และอยู่ในงบประมาณที่จำกัด... เข้าใจตรงกันนะครับ?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังนั้นทำเอารินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่เขาสร้างขึ้น ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันหากไม่ได้ระยะห่างของโต๊ะทำงานกั้นไว้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องแอบสูดหายใจลึก
“ถ้าคุณคิดว่าแบบของผมมันแย่ขนาดนั้น ทำไมเมื่อคืนตอนตีสอง คุณถึงยังส่งอีเมลแก้สเปกโครงสร้างฐานรากมาให้ผมล่ะครับ?” รินรดาเอียงคอมองอย่างรู้ทัน มุมปากหยักยิ้มยั่วเย้า “ปากบอกว่าไร้สาระ แต่ลงมือช่วยแก้ปัญหาให้จนดึกดื่น... ตกลงว่าเกลียดผลงานผม หรือว่าแอบหลงเสน่ห์ไอเดียผมกันแน่ครับ คุณสถาปนิกปากร้าย”
คำถามสวนกลับแบบหมัดฮุกทำเอาธามินทร์ชะงักไปชั่ววินาที แววตาคมกริบไหววูบเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกจับไต๋ได้ เขาเม้มปากเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะเมื่อธามินทร์ไม่คิดว่าเธอจะกล้าหยิบยกเรื่องงานนอกเวลามาตอกหน้าเขาตรงๆ
“อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย รินรดา” ธามินทร์ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และไร้ความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว เขาก้มลงหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเลื่อนดูแบบร่างผ่านๆ เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความประหม่าที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ “ผมแค่ไม่อยากให้งานของบริษัทพังเพราะความอินจัดของคุณก็เท่านั้นเอง แบบร่างนี้... เอาไปปรับปรุงใหม่ตามที่ผมวงไว้ แล้วส่งให้ผมดูอีกรอบก่อนเลิกงาน”
พูดจบเขาก็หมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องประชุมทันที ทว่า...
“เดี๋ยวก่อนครับ!” เสียงใสเอ่ยเรียกไว้ ธามินทร์ชะงักฝีเท้าแต่ยังไม่หันกลับมา “ที่คุณวงสีแดงมาทั้งหมดเนี่ย แปลว่าถ้าผมแก้ตามนี้แล้ว คุณจะเซ็นอนุมัติให้โปรเจกต์นี้เริ่มสร้างได้ทันทีใช่ไหมครับ?”
ธามินทร์หันกลับมามองเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้าเรียวสวยนั้น ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกหมั่นไส้ในความหัวรั้นที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้ใคร
“ถ้าคุณทำได้ตามเงื่อนไขของผม... ผมอาจจะพิจารณาดูอีกที” ธามินทร์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวขาเดินพ้นประตูกระจกออกไป
รินรดามองตามแผ่นหลังกว้างที่ลับตาไป เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ขาเรียวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประชุมอย่างหมดแรง แม้ภายนอกเธอจะดูสตรองและเถียงฉอดๆ ใส่เขาได้อย่างไม่เกรงกลัว แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอก ทุกครั้งที่ได้ปะทะคารมกับธามินทร์ เธอมักจะพบว่าตัวเองต้องใช้พลังงานมหาศาลในการควบคุมสติไม่ให้เผลอไปเคลิ้มกับดวงตาสีเข้มคู่นั้น
*ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ทั้งปากร้าย เอาแต่ใจ แถมยังอันตรายต่อหัวใจเป็นบ้า!*
เธอก้มลงมองกระดาษโน้ตที่ธามินทร์เขียนคอมเมนต์ไว้ รอยหมึกสีแดงที่ขีดเขียนลงบนแบบร่างไม่ได้มีแต่คำตำหนิ แต่มันกลับเต็มไปด้วยคำแนะนำทางวิศวกรรมที่แม่นยำและช่วยแก้จุดบกพร่องของเธอได้อย่างไม่น่าเชื่อ ลายมือหวัดๆ นั้นแฝงความใส่ใจที่ขัดกับคำพูดเชือดเฉือนอย่างสิ้นเชิง รินรดาเผลอยิ้มออกมาบางๆ โดยไม่รู้ตัวเมื่อตระหนักได้ว่า... สถาปนิกจอมเนี๊ยบคนนี้ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด
ในขณะที่บรรยากาศในห้องประชุมกำลังกลับคืนสู่ความสงบ ร่างสูงของใครบางคนก็ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ได้เคาะขออนุญาต รินรดารีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
“คุณธามินทร์ลืม—เอ่อ ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาหรือเปล่า?”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มแปลกหน้าดังขึ้น รินรดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ธามินทร์ แต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มเป็นมิตร ดวงตาพราวระยับมองมาที่เธออย่างสนใจ และที่สำคัญ... เขาคือคนที่ถือเอกสารสำคัญของโปรเจกต์คู่แข่งที่กำลังจะมาซื้อตัวเธอลับๆ!
รินรดาลุกขึ้นยืนทันที หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมาเต้นรัวระรัวอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก เมื่อประตูกระจกถูกเปิดค้างไว้ พร้อมกับเงาของธามินทร์ที่เดินกลับเข้ามาพอดี สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีที่เห็นว่าใครยืนอยู่ข้างใน
“คุณมาทำอะไรที่นี่... ปกรณ์?” ธามินทร์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
จากใจ... ฟีนิกซ์สีทองครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 3
สนามประลองไอเดีย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!