"กฎข้อแรก... ห้ามขยับของในห้องทำงานผมแม้แต่มิลลิเมตรเดียว โดยเฉพาะกองเอกสารบนโต๊ะนั่น"
ธามินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างโปร่งที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์เข้ามาในเซฟเฮาส์สุดหรู ใจกลางเมืองที่เงียบเชียบราวกับป่าช้า เขายืนกอดอกพิงขอบประตูห้องโถง ท่าทางวางอำนาจของเขาทำเอารินรดารู้สึกเหมือนกำลังก้าวเท้าเข้าสู่กรงขังที่เจ้าของกรงเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เองทั้งหมด
"แล้วถ้าฉันทำความสะอาดล่ะคะ?" รินรดาย้อนถาม พลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอไม่สะทกสะท้านกับรังสีความเย็นชาที่เขาแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
"ผมมีแม่บ้านประจำมาทำสัปดาห์ละครั้ง คุณมีหน้าที่แค่ 'อยู่นิ่งๆ' ในพื้นที่ที่คุณได้รับอนุญาต" ธามินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้หอมจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "กฎข้อที่สอง... ห้ามเข้าใกล้ห้องสมุดฝั่งทิศตะวันออก ข้อที่สาม..."
"หยุดก่อนค่ะ" รินรดาแทรกขึ้น เธอวางกระเป๋าลงกับพื้นเสียงดัง 'ปัง' ก่อนจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับคนตัวสูงกว่า "นี่เรามาทำงานร่วมกันเพื่อทำโปรเจกต์นิทรรศการระดับชาติ ไม่ใช่ค่ายกักกันเชลยศึก ถ้าคุณจะให้ฉันเซ็นสัญญาอยู่ด้วยหนึ่งเดือนภายใต้กฎบ้าๆ บอๆ สิบข้อนี้ ฉันขอยกเลิกข้อตกลงเดี๋ยวนี้เลย"
ธามินทร์นิ่งไป ครู่หนึ่งที่ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด แต่แล้วเขาก็กลับมาตีหน้านิ่งเรียบตามเดิม เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกันได้ในระยะใกล้ชิด
"คุณไม่มีสิทธิ์ยกเลิก รินรดา... เพราะถ้าคุณเดินออกไปตอนนี้ คุณก็ถือว่าทำผิดสัญญาจ้างงาน และนั่นหมายถึงค่าปรับมหาศาลที่ผมจะเรียกจากบริษัทคุณ"
"ไอ้คนใจแคบ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ขอบคุณที่ชม" ธามินทร์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แล้วก็นะ... กฎข้อที่สี่ ห้ามส่งเสียงดังเกิน 30 เดซิเบลหลังจากสี่ทุ่ม และข้อที่ห้า... ห้ามทำอาหารที่กลิ่นฉุนรุนแรงในครัวของผม"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอเมินเฉยต่อใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจะภูมิใจกับกฎเกณฑ์ของตัวเองนัก เธอเดินผ่านตัวเขาไปอย่างถือดี มุ่งตรงไปยังห้องครัวที่สะอาดสะอ้านจนแทบไม่มีร่องรอยการใช้งาน ก่อนจะหยิบเอามาม่ารสเผ็ดจัดจ้านที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา
"คุณจะทำอะไร?" เสียงธามินทร์ตามมาติดๆ
"ทำอาหารไงคะ... และต้องเป็นเมนูที่ 'กลิ่นฉุน' ที่สุดด้วย"
รินรดาเริ่มลงมือแกะซองมาม่า เทน้ำร้อนลงไปในถ้วยด้วยท่าทางท้าทาย เธอรู้ดีว่าเขากำลังมองด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผา แต่เธอไม่ได้สนใจ กลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงที่หรูหราสะอาดตา ธามินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวใช้ตะเกียบคีบเส้นขึ้นมาแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างประชดประชัน
"คุณทำแบบนี้ไม่ได้!" ธามินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ พยายามจะดึงถ้วยมาม่าออกไป แต่รินรดาก็ยื้อไว้สุดแรง
"ทำไมจะไม่ได้! นี่ไม่ใช่ห้องผ่าตัดนะคุณสถาปนิก มันคือบ้าน... และถ้าคุณบอกว่ามันคือเซฟเฮาส์ ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ให้เหมือนมนุษย์ปกติ!"
แรงยื้อยุดทำให้มาม่าในถ้วยกระฉอกใส่แขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงของธามินทร์หย่อมใหญ่ เขาชะงักไป ดวงตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยความโทสะ แต่อารมณ์นั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความตกใจเมื่อรินรดาเสียหลักจากแรงดึงจนร่างของเธอถลาเข้าหาอกแกร่งของเขา
ทั้งคู่ล้มลงไปกองบนโซฟากำมะหยี่สีเข้ม รินรดาอยู่ด้านบน ในขณะที่ธามินทร์พยายามยันตัวไว้ไม่ให้ทับเธอ บรรยากาศเงียบสนิทลงฉับพลัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสองคน กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของหญิงสาวปะทะเข้ากับจมูกของคนปากร้ายจนเขาแทบคลุ้มคลั่ง
"กฎข้อที่สิบ..." ธามินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "ห้ามแตะต้องตัวผมโดยไม่ได้รับอนุญาต"
"แล้วคุณมาดึงฉันไว้ทำไมล่ะ!" รินรดาเถียงกลับ แต่เสียงของเธอกลับแผ่วลงเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขาใกล้แค่คืบ
ทันใดนั้น เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น...
มันไม่ใช่กริ่งปกติ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังลั่นไปทั่วเซฟเฮาส์ ธามินทร์ผละจากตัวรินรดาทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที เขาหยิบรีโมทข้างโซฟาขึ้นมากด หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน
ชายชุดดำสามคนในเครื่องแบบที่ไม่คุ้นตา กำลังพังประตูเหล็กกล้าเข้ามาด้วยอุปกรณ์ตัดสัญญาณระดับสูง
"ซวยแล้ว..." ธามินทร์สบถเบาๆ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือความรู้สึกหวาดหวั่นที่เขาพยายามซ่อนไว้ไม่ให้เธอเห็น "เข้าไปในห้องใต้ดิน เดี๋ยวนี้! อย่าออกมาจนกว่าผมจะเรียก!"
รินรดายังไม่ทันได้ถามอะไร มือหนาก็ผลักเธอไปทางประตูลับหลังตู้หนังสือ แต่ก่อนที่เขาจะหมุนตัวออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังจะพังเข้ามา รินรดากลับคว้าชายเสื้อเขาไว้แน่น
"คุณจะทำอะไรคนเดียว?"
ธามินทร์หันกลับมามองเธอ สายตาของเขาอ่อนลงเพียงชั่ววูบ ก่อนจะโน้มตัวลงมาประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ... เป็นสัมผัสที่รวดเร็ว แต่ทิ้งความสั่นสะเทือนไว้ทั่วหัวใจของหญิงสาว
"รักษาชีวิตตัวเองให้ได้ก่อน... แล้วเดี๋ยวผมจะมาสอนกฎข้อที่สิบเอ็ดให้คุณในตอนเช้า"
เขาสะบัดตัวออกไปพร้อมกับหยิบอาวุธที่ซ่อนอยู่ในผนังห้อง ทิ้งให้รินรดายืนอึ้งอยู่หน้าประตูลับ ในขณะที่เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางเข้าหน้าบ้าน!
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของตัวเอกของเรานะครับ หวังว่าตอนถัดไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ
จากใจ... ฟีนิกซ์สีทองครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมงาน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!