เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับดังขึ้นสนั่นห้องประชุมใหญ่ มันไม่ใช่เสียงของการวาง แต่เป็นการฟาดลงด้วยความจงใจเพื่อประกาศสงครามเงียบที่คุกรุ่นมาตลอดสัปดาห์
"ผมให้เวลาคุณปรับแก้บลูปริ้นต์นี้ใหม่ทั้งหมดภายในสามวัน... รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเยียบเย็นและรำคาญใจดังขึ้น ธามินทร์ สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะเจ้าของโปรเจกต์มหาศาลนี้ ปรายตามองหญิงสาวตรงข้ามด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขากอดอกแน่น ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง แสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแฟ้มโปรเจกต์ของตัวเองกลับมาพลิกดูหน้าต่อหน้าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"สามวัน? คุณธามินทร์คะ... เอ้ย ครับ คุณธามินทร์ครับ หูของคุณมีปัญหาหรือสมองส่วนประมวลผลของคุณมันลัดวงจรกันแน่ ถึงได้คิดว่างานดีไซน์พื้นที่นิทรรศการระดับชาติขนาดนี้ จะเสกขึ้นมาได้ภายในสามวันเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"
เธอย้อนถามเสียงใส แต่คำพูดนั้นคมกริบจนคนฟังถึงกับกรามกระตุก ธามินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นภัยต่อความสงบสุขในชีวิตของเขาเสียจริง ตั้งแต่มีชื่อเธอเข้ามาเอี่ยวในฐานะหัวหน้าฝ่ายออกแบบร่วม (Co-Designer) ชีวิตอันแสนสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถาปนิกหนุ่มผู้เน้นความสมบูรณ์แบบก็พังทลายลงไม่เป็นท่า
"ถ้าคุณมีปัญหากับการบริหารเวลา หรือสมองของคุณมันคิดไอเดียเจ๋งๆ ไม่แอดวานซ์พอที่จะตามโปรเจกต์ของผมให้ทัน ก็ลาออกไปซะ ตั้งแต่เริ่มประชุมมา ผมยังไม่เห็นผลงานชิ้นไหนของคุณที่เข้าตาเลยสักชิ้น มีแต่ไอเดียเพ้อเจ้อเหมือนเด็กฝึกงาน"
ธามินทร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขาจงใจโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาวางทราบลงบนโต๊ะ เพื่อกดดันให้เธอรู้สึกด้อยกว่า แต่รินรดากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยร่น เธอกลับยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความท้าทาย
"เพ้อเจ้อเหรอคะ... เอ๊ย ครับ! ไอเดียเพ้อเจ้อของเด็กฝึกงานคนนี้แหละ ที่สปอนเซอร์หลักเขาชื่นชมนักหนาจนยอมเซ็นสัญญาอนุมัติงบเพิ่มให้สิบล้านบาท กลับกัน... ผลงานเนี๊ยบๆ ไร้จิตวิญญาณ แบบแท่งปูนเรขาคณิตเย็นชาไร้ชีวิตชีวาของคุณต่างหาก ที่ผู้บริหารใหญ่เขาลงความเห็นว่ามันดูเหมือนสุสานมากกว่าหอศิลป์!"
"รินรดา!"
ธามินทร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ทนไม่ได้ที่ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของตัวเองถูกเปรียบเทียบกับสุสาน ความสูงและแรงกดดันจากร่างหนาทำให้บรรยากาศในห้องประชุมแคบลงถนัดตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งเฉย รัศมีคุกคามแผ่ซ่านจนคนรอบข้าง (ที่แอบหลบมุมอยู่) แทบไม่กล้าหายใจ
ทว่า รินรดากลับไม่ถอยหนี เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านและกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของธามินทร์ ทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนอันตราย หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลที่ต่างกัน—ฝ่ายหนึ่งเต้นเพราะความเดือดดาล แต่อีกฝ่าย... เต้นเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น
"อะไรคะ จะกินหัวฉันหรือไง หน้าฉันไม่มีแปลนบ้านให้คุณตรวจหรอกนะ ถอยไปหน่อยค่ะ... ครับ! คุณตัวใหญ่เกินไปจนบังแสงหมดแล้ว" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบเบาๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความเย้าแหย่ เธอรู้ดีว่ายิ่งทำแบบนี้ ธามินทร์จะยิ่งเสียอาการ
ธามินทร์ชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นรอยยิ้มท้าทายบนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้น เขาเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวอย่างไร้เหตุผลจนต้องรีบเบนสายตาหนีไปยังเอกสารบนโต๊ะเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก ปากหนาพยายามหาคำพูดมาจิกกัดเธอต่อเพื่อรักษาฟอร์ม
"ใครอยากจะกินหัวคุณกัน... รสนิยมผมไม่ได้แย่ขนาดนั้น หุบปากแล้วเอาแปลนนี้ไปแก้ซะ ถ้าพรุ่งนี้เช้างานไม่วางอยู่บนโต๊ะผม คุณเตรียมตัวเก็บของออกจากบริษัทได้เลย" เขาขู่เสียงเข้ม ทั้งที่ข้างในใจกำลังร้องตะโกนว่า *'ยัยตัวแสบเอ๊ย... ทำไมถึงดื้อด้านและทำให้ใจสั่นได้ขนาดนี้วะ'*
รินรดาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา ความสูงของเธออยู่แค่ระดับอกของเขาพอดี แต่ความมั่นใจของเธอนั้นสูงเทียมฟ้า มือเรียวคว้าแฟ้มงานของตัวเองมากอดแนบอกไว้ แล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูคมสันของสถาปนิกหนุ่มจนร่างสูงต้องเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ
"ฝันไปเถอะค่ะ... ครับ! คนอย่างรินรดาไม่มีวันก้มหัวให้ความเผด็จการไร้เหตุผลของคุณหรอกนะ พรุ่งนี้เช้าคุณจะได้เห็นผลงานที่ทำให้คุณต้องอ้าปากค้างแน่ เตรียมคำขอโทษไว้ล่วงหน้าได้เลย... เจ้านายปากร้าย!"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินสะบัดออกไปจากห้องประชุมด้วยท่าทีสง่างาม ทิ้งให้ธามินทร์ยืนค้างเติ่งอยู่กลางห้อง สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่เดินลับหายไปจากประตูห้องกระจก
ธามินทร์ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิดปนระอา ก่อนที่มุมปากหยักจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะยอมรับออกมาดังๆ
*...ให้มันได้อย่างนี้สิ ยัยตัวแสบ*
เขากล่าวกับตัวเองในใจ พลางหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปเคลียร์งานที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ก็ดังขึ้น ตามด้วยการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มหายวับไปในพริบตา
"คุณธามินทร์ครับ... คือว่าทางคุณพ่อของคุณส่งคนมาแจ้งด่วน..." เลขาหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "ท่านสั่งให้คุณกับคุณรินรดาต้องย้ายไปเคลียร์โปรเจกต์นี้ด้วยกันที่ 'เซฟเฮาส์' ริมทะเลสาบส่วนตัว เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เริ่มตั้งแต่คืนนี้ครับ!"
ธามินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความนิ่งงันแล่นริ้วไปทั่วร่าง สมองประมวลผลคำว่า *'ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่เซฟเฮาส์ส่วนตัว เป็นเวลาหนึ่งเดือน'* ซ้ำไปซ้ำมา
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 1
พื้นที่ทับซ้อน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!