หน้าจอแท็บเล็ตในมือรินรดาสั่นระรัว ข้อความแจ้งเตือนจากระบบควบคุมไซต์งานก่อสร้างเด้งขึ้นมาติดต่อกันสามครั้งติด ภาพสามมิติของโครงสร้างโถงนิทรรศการหลักที่เธอใช้เวลาปั้นโมเดลและคำนวณสัดส่วนมานานนับเดือน บัดนี้ถูกขีดเส้นทับด้วยสีแดงฉาน พร้อมข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาอุณหภูมิในห้องประชุมเดือดพล่าน
*“ตรวจพบความล้มเหลวของโครงสร้างเหล็กรับน้ำหนักหลัก องศาการรับน้ำหนักเบี่ยงเบนเกินเกณฑ์ความปลอดภัย 3.4 เปอร์เซ็นต์ สั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราว”*
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงอุทานของรินรดาขาดห้วงไปทันที เมื่อเอกสารรายงานการตรวจสอบฉบับจริงถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้า เสียงนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดพอๆ กับเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกอยู่
ธามินทร์ยืนค้ำโต๊ะประชุมด้วยมือข้างหนึ่ง สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาโลหะสีดำจ้องมองเธอด้วยความเย็นชาที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า ปากร้ายๆ ของเขาไม่ได้เอ่ยคำตำหนิออกมาทันที แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าการตะโกนด่าเสียอีก
"คุณเช็กแบบร่างครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไปมั่นอกมั่นใจกับชัยชนะปลอมๆ จนลืมดูว่าเสาหลักของโปรเจกต์นี้ มันกำลังจะพังลงมาทับหัวพวกเราทุกคนอยู่แล้ว"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีด เธอลุกพรวดขึ้นเผชิญหน้ากับเขา ความโกรธตีตื้นขึ้นมากลบความตกใจชั่วขณะ แม้ในใจลึกๆ จะเริ่มหวาดหวั่นกับตัวเลขความผิดพลาดที่ปรากฏบนหน้าจอ แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณนักสู้ก็ไม่ยอมให้เธอตกเป็นฝ่ายจำนนแต่เพียงผู้เดียว
"ฉันตรวจทานกับทีมวิศวกรโครงสร้างสามรอบก่อนส่งมอบแบบครับคุณธามินทร์ และตัวเลข 3.4 เปอร์เซ็นต์ที่คุณเห็น มันไม่ใช่ความผิดพลาดจากการออกแบบของฉันแน่นอน... มันมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นที่หน้างาน และคุณเองก็รู้ดีกว่าใคร" รินรดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคู่คมของชายหนุ่มอย่างไม่หลบเลี่ยง ปลายเล็บจิกเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนอาการสั่นเทา
ธามินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เสียจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับพนักเก้าอี้ เคมีที่เคยคุกรุ่นด้วยความเย้ายوانในยามปกติ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นแรงปะทะทางความคิดที่ดุเดือดและเร่าร้อนจนน่าแปลกใจ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ธามินทร์ก้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ท่าทีเยชา "คุณคิดว่าผมโง่พอที่จะไม่รู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไซต์งาน? แต่ตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนทำ... แต่อยู่ที่คุณจะแก้ปัญหานี้ยังไง ก่อนที่บอร์ดบริหารจะรู้เรื่องแล้วสั่งปลดคุณพ้นโปรเจกต์"
คำพูดของเขาทำให้รินรดาชะงัก ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ ธามินทร์ไม่ได้มาเพื่อซ้ำเติม... เขามาเพื่อยื่นเส้นทางรอดให้ แต่เป็นเส้นทางที่เธอต้องเลือกเดินด้วยตัวเอง
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ... เอ้ย... ทำยังไงครับ" รินรดาเกือบหลุดสรรพนามคุ้นเคยออกไปเมื่อถูกเขาต้อนด้วยสายตาคู่นั้น
"ถอนหายใจทำไมครับ หรือว่าคิดไม่ออกว่าจะต้องก้มหัวขอร้องผมยังไงดี" ธามินทร์ลากเก้าอี้ตัวข้างๆ ออกแล้วทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ทั้งที่สถานการณ์รอบตัวกำลังวิกฤต "ทางเลือกมีแค่สองทาง หนึ่งคือยอมรับความผิดแล้วไสหัวออกจากโปรเจกต์นี้ไปซะ กับสอง... เชื่อใจผม แล้วลงไปลุยหน้างานด้วยกันตอนนี้เลย"
รินรดามองหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะปากร้ายแต่กลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอในยามวิกฤตเสมอ ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งซาบซึ้ง และพะว้าพะวังในคราวเดียวกัน มือเรียวคว้ากระเป๋าหนังบนโต๊ะขึ้นมาสะพายไหล่ทันที พร้อมกับส่งยิ้มท้าทายกลับไปให้คนตัวโต
"ฉันไม่เคยต้องก้มหัวให้ใครหรอกค่ะ... อ้อ, ครับ!" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วเข้มของอีกฝ่ายเลิกขึ้นสูง "แต่ถ้าเป็นการจับมือร่วมงานกับสถาปนิกปากจัดอย่างคุณ... ฉันคิดว่าก็น่าสนุกดีเหมือนกัน"
ธามินทร์ชะงักไปชั่วครู่ รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แรงกระชับที่อบอุ่นและมั่นคงทำเอาหัวใจของคนปากเก่งเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"งั้นก็ตามมาครับ... คุณนักออกแบบ"
ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากห้องประชุมด้วยก้าวที่มั่น and ฉับไว โดยไม่รู้เลยว่า ที่มุมตึกฝั่งตรงข้ามผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของพวกเขาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เอกสารลับฉบับสุดท้ายที่ถูกส่งแฟกซ์มาเมื่อห้านาทีមុន ระบุชื่อของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความพังพินาศครั้งนี้ไว้อย่างชัดเจน... และมันไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากคนที่รินรดาเพิ่งจะหันหลังให้เมื่อวานนี้เอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 13
รอยร้าวในแบบร่าง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!