เสียงทุบประตูดังปึงปังจากด้านนอกห้องทำงานในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้ธามินทร์ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังเรนเดอร์โมเดลสามD ของโปรเจกต์ใหญ่เลยแม้แต่น้อย สถาปนิกหนุ่มพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างนึกรำคาญ ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ราวกับเสียงเรียกชื่อเขาและเรื่องสำคัญเกี่ยวกับบริษัทของรินรดาที่ผู้หญิงหน้าห้องกำลังแหกปากโวยอยู่นั้น เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่น่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น
ในขณะที่รินรดาซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงาน กำลังกอดอกมองหน้าเขาด้วยแววตานิ่งสนิท หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแหลมสูงของมินตราเล็ดลอดเข้ามาผ่านบานไม้เนื้อแน่น
"ไม่คิดจะออกไปต้อนรับแขกยามวิกาลหน่อยหรือครับ คุณสถาปนิกปากร้าย" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงประกายความเย้าแหย่ในที "คู่หมั้น... เอ๊ย อดีตคู่หมั้น หรือจะเรียกว่าอะไรดีล่ะคนที่วิ่งโร่มาหาคุณถึงเซฟเฮาส์กลางดึกแบบนี้ คงมีเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ นั่นแหละ"
ธามินทร์หันขวับมามองคนพูดทันที นัยน์ตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขาอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องผถายหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อถูกไอความร้อนจากร่างกายของเขาคุกคาม
"อย่ามาทำเป็นพูดจาประชดประชันน่ารำคาญนะรินรดา" ธามินทร์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคู่นั้นดุดันแต่กลับมีความหงุดหงิดระคนอยู่เต็มเปี่ยม "ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ธุระอะไรของผมตั้งแต่ที่เราประกาศถอนหมั้นกันไปแล้ว และคุณก็รู้ดีแก่ใจว่าผมไม่ได้สนใจ"
"อ๋อเหรอคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่เขาส่งมา "ถ้าไม่สนใจ ทำไมไม่เดินไปเปิดประตูไล่เธอกลับไปล่ะครับ ปล่อยให้ยืนแหกปากอยู่ได้ น่ารำคาญจะตายไป... หรือว่าลึกๆ แล้วคุณยังห่วงเยื่อใยเก่าอยู่กันแน่"
ธามินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนายื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวบางของเธอไว้หลวมๆ ไม่ให้ถอยหนีไปไหน แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้รินรดาต้องเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ
"ปากเก่งเหลือเกินนะช่วงนี้ อยากให้ผมพิสูจน์ให้ดูไหมล่ะว่าผมสนใจใครกันแน่" เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบหายไปแล้ว แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไป พร้อมกับเสียงลิฟต์ที่บ่งบอกว่าแขกไม่ได้รับเชิญยอมล่าถอยไปแล้วจริงๆ แต่ธามินทร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือจากรินรดา ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาก้มลงมาใกล้จนเกือบชิดกับซอกคอหอมกรุ่น ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"ปล่อยเลยนะ... งานเลี้ยงคืนนี้จะเริ่มอยู่แล้ว คุณยังมาทำรุ่มร่ามอะไรอีก" รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อสุขภาพหัวใจนี้ แต่มืออีกข้างของสถาปนิกหนุ่มกลับโอบเอวบางของเธอเข้าหาตัวจนแนบชิด
"งานเลี้ยงบ้าบออะไรนั่น ผมไม่อยากไปตั้งแต่แรก" ธามินทร์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่ม "แต่เพราะคุณยืนยันว่าจะไป... ผมถึงต้องจำใจแต่งตัวเป็นตุ๊กตาไขลานไปยืนยิ้มให้พวกนักลงทุนหน้าเลือดดู เพื่อปกป้องคุณจากการโดนพวกมันแทงข้างหลังไงเล่า"
"ฉันดูแลตัวเองได้น่า" รินรดาเถียงกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกโอบกอดไว้แน่น "ฉันเป็นนักออกแบบนะ ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะต้องให้คุณมาจูงมือปกป้องตลอดเวลา"
"เด็กอนุบาลยังเชื่อฟังมากกว่าคุณเลยรินรดา" ธามินทร์ถอนหายใจยาว ยอมผายมือออกและปล่อยให้เธอยืนเป็นอิสระ แต่สายตายังคงสำรวจร่างระหงในชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับผิวขาวผ่องให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ชุดที่เขาเป็นคนเลือกและสั่งตัดพิเศษให้เธอโดยเฉพาะ ด้วยเหตุผลที่ว่า *'ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนในงานมองเธอด้วยสายตาโลภโมระโทสัน'* ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่มีทางปริปากบอกเธอตรงๆ เด็ดขาด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวคราคร่ำไปด้วยผู้คนในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสถาปนิกชื่อดัง แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องแก้วเจียระไนบนโต๊ะอาหาร รินรดาก้าวเดินเคียงคู่มากับธามินทร์ด้วยท่าทางสง่างาม ทว่ามือเรียวกลับถูกสถาปนิกหนุ่มกุมกระชับไว้แน่นตลอดทาง ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดมือหายไปในฝูงชน
สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ทั้งสองคนทันที ด้วยความที่ธามินทร์ขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่งและไม่เคยควงใครออกงานสังคมมานานหลายปี การปรากฏตัวของเขาพร้อมกับหญิงสาวหน้าใหม่ที่เพิ่งสร้างชื่อจากผลงานนิทรรศการระดับชาติ จึงตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานในพริบตา
"ดูโน่นสิครับคุณธามินทร์..." เสียงทุ้มห้าวของนักธุรกิจรุ่นใหญ่คนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างอวบอ้วนในชุดสูทสากลที่ก้าวเข้ามาขวางหน้า "ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคุณควงผู้หญิงมาร่วมงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จได้ น่าแปลกใจจริงๆ นึกว่าหัวใจสถาปนิกมือหนึ่งคนนี้จะปิดตายไปซะแล้ว"
ธามินทร์ปั้นหน้าเรียบเฉย แววตาเยונชาปรากฏขึ้นทันทีที่ต้องเผชิญหน้ากับตาแก่เจ้าเล่ห์อย่าง "คุณกร" นักลงทุนที่เคยมีประเด็นขัดแย้งเรื่องการฮุบที่ดินโปรเจกต์เก่า
"หัวใจผมไม่ได้ปิดตายหรอกครับท่านประธานกร... แค่มันเลือกที่จะเปิดรับเฉพาะคนที่มีค่าพอ ไม่ใช่พวกที่จ้องจะเอาเปรียบคนอื่นลับหลัง" ธามินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำคำเชือดเฉือนทำเอาคู่สนทนากลืนน้ำลายไม่ลงคอ
รินรดาแอบใช้ศอกสะกิดสีข้างของคนตัวสูงเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่ธามินทร์กลับกระชับมือที่จับเธอให้แน่นขึ้นไปอีก รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้ดูอันตรายและทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
"สวัสดีค่ะท่านกร" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มพิมใจ กลบเกลื่อนสถานการณ์ตึงเครียด "ดิฉันรินรดาค่ะ ดีใจจังที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานในวันนี้ ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ"
ความอ่อนน้อมถ่อมตนแต่แฝงความมั่นใจในแววตาของรินรดา ทำให้คุณกรหัวเราะร่อออกมากลบเกลื่อนความอึดอัด ก่อนจะหันไปสนใจแขกคนอื่นต่อ ธามินทร์จึงถือโอกาสพาเธอเดินปลีกตัวออกมายังมุมเงียบสงบใกล้ระเบียงกระจกที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน
"คุณนี่นะ ไปยิ้มหวานให้ตาแก่เจ้าเล่ห์คนนั้นทำไม" ธามินทร์บ่นอุบ ทันทีที่พ้นสายตาคนอื่น มือหนายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบรวดเดียวเพื่อดับความหงุดหงิดที่แล่นพล่านในอก "รู้ไหมว่ามันจ้องจะฮุบโปรเจกต์ของคุณอยู่"
"รู้สิคะ... ถึงได้ต้องทำตัวเป็นมิตรไงคะ จะได้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเขา" รินรดาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะหันไปมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้งตึง "แล้วนี่คุณเป็นอะไรอีกเนี่ย ตั้งแต่เข้างานมาทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลา ใครทำอะไรให้ไม่ทราบคะท่านสถาปนิก"
"ก็คุณนั่นแหละ..." ธามินทร์วางแก้วในมือลงเสียงดังจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ ร่างสูงก้าวเข้าประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับกระจกใสระเบียง นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงเกินกว่าจะเรียกว่าความหงุดหงิดธรรมดา "ชุดที่คุณใส่เนี่ย... รู้ตัวไหมว่ามันดึงดูดสายตาคนทั้งงานจนผมอยากจะถอดสูทคลุมตัวคุณไว้ซะเดี๋ยวนี้"
รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ กับคำพูดที่เจือความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลนั้น เธอกะพริบตาปริบๆ พยายามจะเถียงกลับแต่ติดที่ริมฝีปากถูกสายตาคมคาวของเขากวาดมองสำรวจจนพูดไม่ออก
"หึงเหรอคะ..." เธอแกล้งเอ่ยถามเสียงเบา รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่มุมปาก
"เออ... หึง!" ธามินทร์ยอมรับออกมาหน้าตาเฉยโดยไม่คิดจะฟอร์มจัดอีกต่อไป ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวระทึกและริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เสียงปรบมือพร้อมกับเสียงประกาศผ่านไมโครโฟนจากเวทีกลางก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"และในค่ำคืนนี้... เราได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญอีกท่านที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ..."
ธามินทร์ชะงัก ชะביนหน้ามองไปทางเวทีเพียงเสี้ยววินาที แต่พอนัยน์ตาคมกริบกวาดไปเห็นร่างระหงในชุดราตรีหรูที่กำลังเดินขึ้นไปยืนเคียงข้างพิธีกร พร้อมกับรอยยิ้มคุ้นเคยที่ส่งตรงมาทางนี้ ร่างของสถาปนิกหนุ่มก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของเขา เธอหันไปมองตาม และพบว่าผู้หญิงคนที่ขึ้นไปบนเวที ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่มันคือมินตรา คนที่เพิ่งมาอาละวาดหน้าห้องทำงานของเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พร้อมกับไมโครโฟนในมือที่เธอกำลังเอ่ยชื่อธามินทร์ออกไมค์ให้คนทั้งงานได้ยิน
"และมินขอใช้โอกาสนี้... ประกาศข่าวดีเรื่องการร่วมทุนครั้งใหญ่ระหว่างบริษัทของครอบครัวเรา กับโปรเจกต์ลับที่คุณธามินทร์กำลังทำอยู่ค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 11
งานเลี้ยงที่ไม่มีใครอยากไป
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!