เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 6

ความลับใต้พิมพ์เขียว

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงฉีกกระดาษราฟต์แผ่นโตดังแกรก... ตัดขาดความเงียบงันในห้องทำงานชั้นบนของเซฟเฮาส์จนรินรดาต้องสะดุ้ง "ถ้าคุณยังวางกาแฟแก้วนี้ไว้ชิดขอบโต๊ะแบบนั้นอีกรอบ ผมจะหักเงินเดือนคุณฐานไม่มีความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินส่วนกลาง... ซึ่งหมายถึงโต๊ะเขียนแบบราคาแพงลิบลิ่วตัวนี้ด้วย" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดตามแบบฉบับดังขึ้นทันที ธามินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากโมเดลกระดาษตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงผ้าฝ้ายสีขาวกำลังใช้คัตเตอร์คมกริบกรีดลงบนโฟมบอร์ดอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและระเบียบจัดจนน่าหมั่นไส้ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่ห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตพับแขนอย่างถือดี เธอไม่ได้ถอยหนีเหมือนทุกที แต่กลับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้นอีกสองก้าว จนกลิ่นหอมจางๆ ของเปปเปอร์มินต์จากตัวเธอเจือปนกับกลิ่นไม้และกระดาษในพื้นที่ส่วนตัวของเขา "คุณธามินทร์คะ... เอ๊ย ไม่ใช่สิครับ คุณธามินทร์ครับ" รินรดาจงใจลากเสียงกวนประสาท "โต๊ะตัวนี้ฉันเป็นคนเช็ดฝุ่นให้ทุกเช้า ถ้ากาแฟมันจะหกใส่ มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของเจ้าของแก้ว—" "คุณไม่มีสิทธิ์" ธามินทร์วางคัตเตอร์ลงเสียงดัง *กริ๊ก* เขาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองเธออย่างเอาเรื่อง สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามอารมณ์ที่พุ่งสูง "ในอาณาเขตของผม ทุกตารางนิ้วต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผม ยกเว้นก็แต่..." เขากลืนคำพูดประโยคหลังลงคอไปอย่างกะทันหัน เมื่อจู่ๆ รินรดาก้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้บรรยากาศเย็นชา รินรดาแกล้งทำเป็นก้มลงมองกระดาษโน้ตที่ซ่อนอยู่ใต้กองแบบแปลน "ยกเว้นอะไรเหรอครับ หรือว่า... กลัวว่าฉันจะเห็นความลับอะไรบางอย่างที่คุณซ่อนไว้ใต้กองกระดาษพวกนี้กันแน่" ดวงตาคมวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาที ธามินทร์ขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "ไร้สาระ หลบไปได้แล้ว ผมจะทำงานต่อ ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกก่อนโปรเจกต์เสร็จ" เขายื่นมือมาผลักไหล่เธอเบาๆ แต่จังหวะนั้นเอง ปลายแขนเสื้อของธามินทร์ไปเกี่ยวเข้ากับสันแฟ้มสีดำเข้มที่เหน็บอยู่ข้างชั้นวางหนังสือเล่มหนา *ตุบ!* แฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าร่วงลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เอกสารด้านในกระจายเกลื่อน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดาไม่ใช่แบบแปลนสถาปัตยกรรมยุคโบราณ หากเป็นสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ร่วงคว่ำหน้าลง พร้อมกับรูปถ่ายใบเล็กที่หลุดร่วงออกมา รินรดาก้มลงหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาก่อน ธามินทร์จะทันได้ขยับตัว "เฮ้ย! อย่ามองนะ!" ธามินทร์พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วสูง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่รวดเร็วและตื่นตระหนกเสียจนรินรดาชะงัก เธอก้มลงมองภาพถ่ายในมือ... เด็กผู้ชายวัยราวเจ็ดขวบ สวมเสื้อยืดมอมแมม นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีแต่รอยร้าวบนผนัง แววตาในรูปนั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งรอยยิ้ม และเต็มไปด้วยความหวาดระแวงต่อโลกกว้าง แตกต่างจากสถาปนิกหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่งในปัจจุบันราวฟ้ากับเหว หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกท้าทายและอยากเอาชนะเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยคลื่นความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก "นี่คือ... คุณเหรอครับ" เสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความกวนประสาทหายเกลี้ยง เหลือเพียงความนุ่มนวลที่เจือความเห็นใจ ธามินทร์ชะงักค้าง มือที่จับข้อมือเธออยู่ค่อยๆ คลายออก ดวงตาคมคายหลุบมองต่ำลงไปที่พื้น หลบเลี่ยงการสบตาเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบลงจนน่าใจหาย ร่างสูงหันหลังให้เธอ ไหล่กว้างไหววูบเล็กน้อยก่อนที่น้ำเสียงเรียบนิ่งจะลอดไรฟันออกมา "เก็บมันเข้าที่เดิมซะ... แล้วออกไปจากห้องนี้" "คุณธามินทร์..." "ผมบอกให้ออกไป!" เสียงตวาดห้วนจัดดังขึ้นเป็นครั้งแรก ธามินทร์หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่แดงก่ำเล็กน้อย รังสีความเย็นชาถูกสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังหนาทึบเพื่อปกป้องพื้นที่เปราะบางที่สุดในใจ "อย่ามาทำเป็นรู้ดีในเรื่องที่คุณไม่มีวันเข้าใจ รินรดา คุณก็เป็นแค่คนนอก ทำไมถึงชอบล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตคนอื่นนักวะ!" คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงปักเข้ากลางใจ แต่รินรดาไม่ถอย เธอกวาดสายตามองสมุดบันทึกเล่มหนาที่เปิดหน้าค้างไว้ เผยให้เห็นลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท อ่านผ่านๆ ได้ความว่า... *'ไม่มีใครต้องการเด็กที่สร้างแต่ปัญหา บ้านไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป'* รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไป เธอก้มลงหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาถือไว้แนบอก ช้อนตาขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังยืนหายใจหอบถี่ พยายามตั้งกำแพงสูงลิ่วเพื่อซ่อนเร้นรอยแผลเป็นในวัยเด็ก "คนนอกเหรอครับ..." รินรดากล่าวเสียงเบา แต่ก้องกังวานในความเงียบ "คนที่คุณเพิ่งไล่ออกไปเมื่อกี้... คือคนเดียวกับที่ยอมนั่งแก้แบบจนตีสามเป็นเพื่อนคุณ คือคนเดียวที่จำได้ว่าคุณเกลียดกาแฟรสชาติแบบไหน และคือคนเดียวที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อบอกคุณว่า..." เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัวความดุดัน ปลายเท้ายืนประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง รินรดายื่นมือออกไป แตะปลายนิ้วลงบนหลังมือหนาที่กำลังกำหมัดแน่นของธามินทร์อย่างแผ่วเบา "...เด็กผู้ชายในรูปคนนั้น ไม่จำเป็นต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้วนะครับ" ธามินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกคำสาป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนความสับสน ร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกเปิดเปลือยต่อหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงลมหายใจกั้น เสียงหัวใจของธามินทร์เต้นรัวจนรินรดารับรู้ได้ผ่านปลายนิ้วที่สัมผัส สถาปนิกหนุ่มอ้าปากคล้ายจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาเพื่อปฏิเสธหรือไล่เธอออกไปให้พ้นทาง ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปากหยัก *กริ๊งงงง—!* เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังลั่นแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบงันและบรรยากาศที่กำลังพะว้าพะวัง ระหว่างความเปราะบางทางอารมณ์และเคมีที่พุ่งสูงจนเกือบเกินควบคุม ธามินทร์ผละถอยหลังออกไปทันทีด้วยสัญชาตญาณ ใบหน้าหล่อเหลากลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังประตูทางเข้าชั้นล่างด้วยความฉุนเฉียวที่ถูกขัดจังหวะ รินรดาลดมือลงช้าๆ หายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ไม่ได้ล็อกก็ดังขึ้น... "ไอ้ธามินทร์! งานที่กูสั่งมึงแก้ถึงไหนแล้ววะ— เฮ้ย!" ร่างสูงโปร่งของบุคคลมาใหม่ก้าวเข้ามาหยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพห้องที่สมุดบันทึกและกระดาษกระจัดกระจาย ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่รินรดาซึ่งยืนอยู่ชิดติดตัวธามินทร์ด้วยใบหน้าแดงก่ำ รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ... เขาก็คือรุ่นพี่คนสนิทของเธอที่ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมเหยียบมาที่นี่เด็ดขาด! — ฟีนิกซ์สีทองครับ —
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%