เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนแผ่นกระจกบานใหญ่ของไซต์งานสั่นสะเทือน หยาดฝนเม็ดโตเริ่มสาดซัดกระแทกพื้นปูนเปลือยด้านนอกจนกลายเป็นม่านหมอกสีเทาทึบ ทัศนวิสัยภายนอกมืดสนิทราวกับเวลานี้ไม่ใช่ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวัน
"ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าดันทุรังจะขับรถออกไปตอนนี้"
ธามินทร์สบถเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกทิ้งตัวพิงขอบโต๊ะทำงานชั่วคราว ดวงตาคมกราบกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นสัญญาณเตือนว่า 'ไม่มีบริการ' ก่อนจะเบนสายตาไปจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางแปลนพิมพ์เขียวอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร
รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมจำนนต่อสถานการณ์ใดๆ "ถ้าคุณไม่มัวแต่เดินตรวจหน้างานช้าเป็นเต่าคลาน ป่านนี้ฉันขับรถกลับถึงสตูดิโอตั้งแต่ฝนยังไม่ตั้งเค้าแล้วล่ะค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง *แล้วล่ะครับ* พอดีชินกับการพูดจาปกติที่มีหางเสียงรื่นหูมากกว่าจะมาฟังคนปากเสียบ่นงึมงำนะครับ"
"ปากเก่ง" ธามินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม "รถคุณไดชาร์จพังกลางลفةจอดรถใต้ดินน้ำท่วมสูงถึงฟุตครอสนั่น ไม่ใช่เพราะผมขับรถช้า แต่เป็นเพราะสมองอันปราดเปรื่องของคุณดันมั่นใจเกินร้อยว่าจะฝ่าพายุมารอนได้โดยไม่เช็คสภาพอากาศต่างหาก รินรดา"
หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผงอกกว้างก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนและไอแดดจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังรักษาสีหน้าเรียบเฉยและสายตาท้าทายเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
"อย่างน้อยสมองอันปราดเปรื่องของฉันก็ไม่ได้มีไว้ใช้คิดคำพูดเหน็บแนมคนอื่นไปวันๆ นะคะ... เอ่อ นะครับ" รินรดาแกล้งเน้นเสียงคำสุดท้ายพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้เขา "แล้วนี่เราจะติดแหง็กอยู่ที่นี่กันอีกนานแค่ไหน สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี ไฟฟ้าในตึกก็ตัดชั่วคราวเนื่องจากมาตรการความปลอดภัย... คุณสถาปนิกผู้เพอร์เฟกต์ มีแผนสำรองอะไรนอกจากยืนมองหน้าฉันด้วยสายตาดุๆ แบบนี้ไหมคะ?"
ธามินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสที่รั้นขึ้นสีเรื่อเพราะความหงุดหงิด ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้น และริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ไม่หยุด ความโกรธขึงเรื่องรถเสียและแผนงานที่สะดุดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก... ความรู้สึกที่ว่า ผู้หญิงคนนี้ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่แย่แค่ไหน ก็ยังมีพลังบางอย่างที่ทำให้โลกสีเทาหม่นของเขามีสีสันขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด
แต่คนอย่างธามินทร์มีหรือจะยอมแสดงความอ่อนแอหรือความคลั่งรักออกมาตรงๆ ใบหน้าหล่อเหลายิ่งตีสีหน้าเย็นชาใส่เข้าไปใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความหวั่นไหว
"ไม่มีแผนสำรองอะไรทั้งนั้น" เขาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสบประสานกับดวงตากลมโตนั่นอย่างไม่ลดละ "นอกจากจะต้องติดอยู่กับคนน่ารำคาญอย่างคุณไปจนกว่าฝนจะหยุด... หรือไม่ก็จนกว่าน้ำจะลด ซึ่งดูทรงแล้ว น่าจะเป็นอย่างแรก"
"พูดจาน่ารักจริงๆ นะคะ" รินรดาเบ้หน้าใส่ "รู้ตัวไหมว่าถ้ามีรางวัลสถาปนิกยอดเยี่ยมพ่วงตำแหน่งคนมนุษยสัมพันธ์ติดลบ คุณคงกวาดเรียบทุกสถาบัน"
"ถ้ามีรางวัลคนดื้อด้านและหาเรื่องเก่งที่สุดในสามโลก คุณก็คงนอนมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างไร้คู่แข่งเหมือนกัน" ธามินทร์สวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมกริบที่เคยฟาดฟันกันมาหลายครั้งกลับเริ่มเปลี่ยนโทนอารมณ์ลงทีละน้อย เมื่อระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดแคบลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
เสียงฝนที่เทกระหน่ำอยู่ภายนอกราวกับเป็นฉากกั้นโลกทั้งใบให้ออกจากห้องทำงานแคบๆ แห่งนี้ แสงสลัวจากท้องฟ้าครึ้มฝนทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจเต้นแรง ความเย่อหยิ่งและท่าทีปากร้ายของธามินทร์เริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาเห็นหยดน้ำฝนที่กระเด็นมาโดนปลายผมลอนสลวยของหญิงสาวจนมันแนบลู่ไปกับกรอบหน้าเนียน
มือหนาโดยสัญชาตญาณยกขึ้นอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นออกจากแก้มใสของรินรดาราวกับทำไปโดยไม่รู้ตัว
การกระทำนั้นหยุดชะงักลงทันที รินรดากลั้นหายใจ นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอนิ่งง้างไปกับสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของชายหนุ่มที่ไล้ผ่านผิวแก้มแผ่วเบา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตา
ธามินทร์เองก็ชะงักค้างไปเช่นกัน เมื่อรู้ตัวว่าเขาเพิ่งทำสิ่งที่ขัดกับมาดเย็นชาและปากร้ายของตัวเองลงไปอีกแล้ว แต่ทว่า... เขากลับไม่ยอมชักมือกลับ ดวงตาคมเข้มทอดมองริมฝีปากที่กำลังเผยอน้อยๆ อย่างเผลอไผล ความเงียบงันระหว่างกันเต็มไปด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามผิวสัมผัส เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยคำพูดเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันตรายที่ยากจะต้านทาน
"คุณ..." รินรดาเปล่งเสียงกระซิบแผ่วเบา ร่างกายไม่ยอมขยับหนี ปลายนิ้วของเธอเผลอแตะลงบนท่อนแขนแกร่งที่ยันขอบโต๊ะอยู่โดยไม่รู้ตัว "ธามินทร์... คุณกำลังทำอะไร"
"ผม..." สถาปนิกหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำเสียงที่เคยราบเรียบกลับแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงไปใกล้เรือนร่างหอมกรุ่นของหญิงสาวทีละนิด สัญชาตญาณความหวงของและใจที่คลั่งรักแต่ปากแข็งกำลังประจันหน้ากันอย่างดุเดือดในหัวใจ
สายตาทั้งคู่ประสานกันแนบแน่น ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก หัวใจของคนทั้งสองเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของธามินทร์กำลังจะเคลื่อนเข้าไปใกล้กว่านั้นเพื่อปิดระยะห่างทั้งหมด เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งร้อน พร้อมกับเสียงตะโกนโพล่งของผู้ช่วยหนุ่มที่วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามา
"พี่ธามครับ! แย่แล้วครับ! ท่อระบายน้ำหลักของชั้นใต้ดินแตก น้ำกำลังทะลักขึ้นมาบนชั้นโถงต้อนรับแล้วครับ!"
ธามินทร์ผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าคมคายกลับมาบึ้งตึงและเย็นชาขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับรินรดาที่รีบก้าวถอยหลัง ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายและหัวใจที่ยังเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ เธอแกล้งหันไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนอาการตื่นตระหนก
ธามินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรายตามองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันไปตะโกนตอบเสียงดังลอดประตูกระจกออกไป
"รู้แล้ว! เดี๋ยวผมลงไปดูเดี๋ยวนี้!"
เขาหันกลับมาหารินรดาเป็นครั้งสุดท้าย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใย
"อยู่ตรงนี้ ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับขึ้นมา... เข้าใจไหม?"
พูดจบ ธามินทร์ก็หมุนตัวก้าวฉับๆ เดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้รินรดายืนใจเต้นแรงอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงฝนซัดสาด—และในจังหวะที่เธอกำลังจะยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ยังร้อนผ่าวอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'อชิระ' คู่แข่งทางธุรกิจและอดีตคนคุยเก่าของเธอที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"อ้าว ริน... ติดฝนอยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอครับเนี่ย โลกกลมจังนะ"
— ฟีนิกซ์สีทอง —
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 7
ฝนตกกับรถเสีย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!