เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 5

ปากร้ายก็ไม่เท่าใจหวั่น

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
แฟ้มเอกสารดีไซน์โปรเจกต์ ‘The Echo of Time’ ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังปึง จนกระดาษแผ่นบนสุดปลิวหวิดจะหลุดร่วงลงพื้น ถ้ามือเรียวของรินรดาไม่เอื้อมคว้าไว้เสียก่อน “นี่คุณธามินทร์ กินรังแตนมาจากไหนไม่ทราบคะ... อ้อ ขอโทษทีครับ ผมหมายถึง ‘ครับ’ ไม่ใช่ค่ะ” รินรดาแกล้งกระแอมกระไอมพร้อมเอียงคอยิ้มเยาะใส่สถาปนิกหนุ่มผู้มีใบหน้าบึ้งตึงราวกับโลกทั้งใบติดหนี้เขาอยู่ร้อยล้าน ธามินทร์ชักสีหน้าใส่ เธอไม่เพียงแต่กวนประสาทเก่ง แต่ยังจับผิดเขาได้ทุกเม็ด ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นแปลนจัดแสดงนิทรรศการที่เธอกองไว้ด้วยความหงุดหงิด “ผมไม่ได้กินรังแตน แต่ผมกำลังกินหญ้าอยู่... ถึงได้ต้องมาทนดูงานออกแบบเด็กประถมที่เต็มไปด้วยความเพ้อฝันอย่างไร้เหตุผลแบบนี้!” ธามินทร์พ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่หน้าเธอแบบไม่ไว้หน้า น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบกระแทกกระทั้นความรู้สึก “ทางเดินแคบเกินไป แสงไฟสปอตไลท์ส่องเข้าหน้างานประติมากรรมจนมิติของเงาเพี้ยนหมด คุณใช้สมองส่วนไหนคิดครับคุณรินรดา ถึงกล้าเสนอแปลนนี้ให้ลูกค้าเซ็นอนุมัติ” รินรดาเม้มปากแน่น ความโกรธวาบขึ้นมาในอกจนตาพาวาวโรจน์ เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ใครพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะกับตาผู้ชายปากร้ายที่เอาแต่วิจารณ์คนอื่นโดยไม่ฟังเหตุผล “ถ้าคุณธามินทร์ใช้สมองส่วนหน้าสักนิดคิดตาม ไม่ใช่เอาแต่อคติบังตา คุณก็จะรู้ว่าทางเดินแคบๆ นั่นผมตั้งใจบีบมุมมองของผู้ชมให้รู้สึกอึดอัดก่อนจะเปิดกว้างในห้องโถงสุดท้าย มันคือจิตวิทยาสถาปัตยกรรมครับ! ไม่ใช่ความมักง่ายอย่างที่คุณกล่าวหา!” เธอเถียงกลับฉอดๆ เชิดหน้าสู้สายตาดุๆ ของเขาอย่างไม่เกรงกลัว “อ๋อเหรอครับ จิตวิทยาเด็กแนวว่างั้นเถอะ?” ธามินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับด้วยประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก “ถ้าลูกค้าเดินแล้วล้มหัวฟาดพื้นตายในนิทรรศการของคุณ คุณคิดว่าบริษัทเราจะได้ค่าจ้างหรือจะได้หมายศาลก่อนกันแน่” “มันไม่มีทางล้มหรอกครับ เพราะผมคำนวณระยะก้าวมาอย่างดีแล้ว—โอ๊ย! หลบไปเลยนะ จะมายืนกดดันอะไรตรงนี้เล่า” รินรดาผลักอกแกร่งที่โน้มตัวเข้ามาใกล้เสียจนเธอต้องเอนหลังติดพนักเก้าอี้ ธามินทร์ไม่ได้ขยับหนີแถมยังใช้มือข้างหนึ่งเท้าขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ เคมีคุกรุ่นระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนอากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน “จำไว้ว่าพรุ่งนี้เช้า... ก่อนประชุมกับบอร์ดบริหาร ผมต้องการเห็นแปลนที่แก้แล้ว วางอยู่บนโต๊ะผมแบบไร้ที่ติ ไม่อย่างนั้น... คุณเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากเซฟเฮาส์นี้ได้เลย” ธามินทร์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำทิ้งระยะห่างเพียงคืบเดียวจนรินรดาใจกระตุกวูบ ก่อนที่เขาจะผละตัวออกแล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานไปอย่างไร้เยื่อใย รินรดายกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่เต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่กันแน่ที่ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง “ปากร้ายที่สุด! ผู้ชายอะไร เย่อหยิ่ง เย็นชา แถมยังชอบเผด็จการเป็นที่สุด!” เธอบ่นพึมพำกระฟัดกระเฟียด แต่สุดท้ายก็ต้องนั่งก้มหน้าก้มตาแก้แบบตามที่เขาสั่งจนล่วงเลยเข้าสู่ยามดึก นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสอง ขอบตาของรินรดาร้อนผ่าวด้วยความง่วงและเหนื่อยล้า กองกระดาษร่างแบบระเกะระกะเต็มโต๊ะ เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะฟุบหลับคาโต๊ะทำงานไปทั้งอย่างนั้นด้วยความหมดแรง ท่ามกลางความเงียบสงบของเซฟเฮาส์ยามวิกาล ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งของธามินทร์ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมกวาดมองไปที่ร่างบางซึ่งฟุบหลับคากองงาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งเมื่อตอนหัวค่ำแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ธามินทร์ถอนหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้แล้วดึงเสื้อสูทของตัวเองคลุมไหล่ให้รินรดากันความหนาวจากแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ เขามองกระดาษแปลนที่เธอพยายามแก้อย่างหนักหน่วง แต่ติดปัญหาเรื่องมุมองศาและการรับน้ำหนักโครงสร้างที่เธอไม่มีทางรู้ลึกเท่าวิศวกรหรือสถาปนิกโครงสร้างอย่างเขา มุมปากหยักยกยิ้มบางๆ สายตาคู่นั้นทอดมองใบหน้ายามหลับใหลของคนปากเก่งด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลลิบ “ดื้อจริงๆ... ปากดีแบบนี้ น่าจับจูบให้เข็ดนัก” เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง มือหนาหยิบปากกาเคมีและไม้บรรทัดขึ้นมา ลากเส้นแก้ไขโครงสร้างในแปลนของรินรดาอย่างประณีตและรวดเร็ว เขาแก้จุดที่อันตราย ปรับสัดส่วนทางเดินให้ปลอดภัยตามที่เขาต้องการ โดยไม่ลืมคงคอนเซปต์ ‘จิตวิทยาสถาปัตยกรรม’ ตามที่เธอตั้งใจไว้แต่แรกทุกประการ ทุกรอยขีดเขียนและโน้ตย่อด้วยลายมือคมเข้มถูกทิ้งไว้บนกระดาษแผ่นนั้นอย่างเงียบเชียบ ธามินทร์ยืนมองผลงานที่ถูกแก้ไขจนสมบูรณ์แบบในเวลาเกือบตีสาม เขาก้มลงมองรินรดาอีกครั้ง ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมาต่อปากต่อคำกับเขาอีก แต่ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะผละออก รินรดากดันขยับตัวและงอแงเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตที่ควรจะหลับสนิทกลับค่อยๆ ปรือขึ้นสบตาเข้ากับนัยน์ตาคมของธามินทร์พอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่มีไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในความมืดสลัว ธามินทร์ชะงักค้าง มือที่ยังแตะอยู่ข้างแก้มเธอลืมชักกลับ หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองที่ยังงงงวยจากการตื่นนอนกะทันหันประมวลผลไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น “คุณ... ธามินทร์?” เสียงแหบพร่าเอמהชื่อเขาเบาหวิว ขณะที่ดวงตาส2คู่ประสานกันนิ่งสนิทโดยไม่มีใครยอมหลบสายตาหนี จากใจ... ฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%