แรงกระแทกจากบานประตูไม้สักหนาหนักที่ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือปริศนา ทำเอาเอกสารแบบแปลนร่างบนโต๊ะทำงานตัวยาวถึงกับปลิวว่อน รินรดาผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตัวระแวดระวัง ผิดกับธามินทร์ที่ขยับตัวเข้ามายืนบังร่างบางเอาไว้ครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของสถาปนิกหนุ่มพุ่งพล่าน ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนตึงเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างที่ก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดของโถงทางเดินเซฟเฮาส์
"คิดว่าจะซ่อนหลักฐานชิ้นนั้นไว้พ้นสายตาของผมได้ตลอดรอดฝั่งหรือไงครับ... คุณธามินทร์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ภาคิน' หุ้นส่วนรุ่นพี่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งบริษัทออกแบบชื่อดัง รอยยิ้มเยдяบนมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้บรรยากาศอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแผ่รังสีความกดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง
ธามินทร์แค่น A เสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที ความรำคาญฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ถ้าคิดจะมาหาเรื่องถึงที่นี่อย่างไร้มารยาทแบบนี้ ผมว่าคุณควรเอาเวลาไปเช็คสมองส่วนความจำเสียหน่อยนะภาคิน ว่านี่มันพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกชอบฉวยโอกาส"
"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ... แต่น่าเสียดาย ที่ต่อให้ปากเก่งแค่ไหน หลักฐานตัวจริงที่มัดตัวโปรเจกต์นี้มันไม่ได้อยู่กับนายอีกต่อไปแล้ว" ภาคินหัวเราะในลำคอ สายตาสมเพชเวทนาพุ่งตรงมาที่คนทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะยกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลขึ้นโบกเบาๆ ในอากาศ "แฟ้มสรุปงบประมาณและบันทึกการประชุมลับ... หายไปไหนเสียล่ะ? หรือว่าหมาตัวไหนมันคาบไปกินซะแล้ว"
รินรดาใจหายวาบ มือเรียวเผลอกำชายเสื้อเชิ้ตของธามินทร์แน่นโดยไม่รู้ตัว เธอกวาดสายตาไปยังลิ้นชักลับที่เคยเก็บแฟ้มเอกสารสำคัญชิ้นนั้นไว้ มันว่างเปล่า... เอกสารที่พวกเขาใช้เวลาอดหลับอดนอนตรวจสอบมาหลายคืนเพื่อเปิดโปงความทุจริตของภาคิน บัดนี้กลับไปอยู่ในมือของอีกฝ่ายเสียแล้ว
"คุณภาคิน! คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาค้นของส่วนตัวของเรานะ นั่นมันการบุกรุก!" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตกใจ แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ภาคินหันมามองหญิงสาว หัวเราะร่าด้วยความชอบใจ "โอ๊ะ... น้องรินคนเก่ง อย่าเพิ่งใช้อารมณ์เลยครับ คนเราเนี่ย ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษความสะเพร่าของคนที่ไว้ใจผิดคนต่างหาก"
คำพูดนั้นสะกิดใจธามินทร์เข้าอย่างจัง สถาปนิกหนุ่มหรี่ตาลงอันตราย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก มือหนาเอื้อมไปควաբจับข้อมือบางของรินรดาไว้หลวมๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนให้อยู่ข้างหลัง ขณะที่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่ผู้มาเยือนอย่างไม่ลดละ
"พูดจาให้มันระวังปากหน่อยภาคิน อยากได้หลักฐานนักใช่ไหม... งั้นก็เชิญไสมือออกไปจากบ้านของผมได้แล้ว ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกจริงๆ" ธามินทร์กดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของรินรดาที่ยืนอยู่ใกล้จนเจ้าตัวต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ
"เชิญแจ้งเลยครับ... เพราะกว่าตำรวจจะมาถึง แฟ้มในมือผมนี่แหละที่จะถูกส่งต่อไปให้บอร์ดบริหาร พร้อมกับข่าวลือหนาหูว่าบริษัทของคุณกำลังจะล้มละลายเพราะบริหารงานผิดพลาด!" ภาคินยัก The กายกยิ้มกวนประสาท ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินจากไปอย่างไร้ความเกรงใจ
"เดี๋ยวก่อน!"
เสียงของธามินทร์หยุดฝีเท้าของภาคินไว้ได้ในวินาทีสุดท้าย ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางหน้าอีกฝ่ายไว้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะประชิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่นพี่ทรยศอย่างกดดัน
"นายคิดจริงๆ เหรอว่าสิ่งที่นายถืออยู่... มันคือต้นฉบับจริง?"
ภาคินชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกเกร็งเล็กน้อย "นายหมายความว่ายังไง?"
ธามินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยдяหยันแบบฉบับของสถาปนิกปากร้าย รอยยิ้มที่ต่อให้มองกี่ครั้งก็ชวนให้หมั่นไส้แต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน "ก็หมายความว่า... ของปลอมทำเหมือนน่ะ มันมักจะหลอกคนตาถึงอย่างนายได้เสมอแหละนะภาคิน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ภาคินหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความไม่แน่ใจ ขณะที่รินรดาที่ยืนมองอยู่ด้านหลังถึงกับลอบถอนหายใจโล่งอก พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนข้างกายที่ยังคงตีสีหน้านิ่งสนิทได้อย่างแนบเนียน
แต่ทว่า... ความตึงเครียดไม่ได้คลี่คลายลงอย่างที่คิด เมื่อจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของธามินทร์ก็ดังขึ้นตัดความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับภาพถ่ายบางอย่างที่ส่งตรงเข้ามาจากเบอร์แปลก
ธามินทร์ก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักกึก สสันกรามที่ขบแน่นอยู่แล้วกลับยิ่งนูนเด่นขึ้นไปอีก แววตาที่เคยฉายแววเหนือกว่าเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงจนรินรดารู้สึกได้
"ธาม... มีอะไรเหรอคะ?" รินรดาเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ ยื่นมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ
ธามินทร์หันมาสบตาเธอ ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าเธอช้าๆ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นน้อยๆ
"ไม่ใช่แค่เอกสารบนโต๊ะ... แต่ตอนนี้ ระบบความปลอดภัยทั้งหมดของเซฟเฮาส์ ถูกคนวงในแฮกและสั่งปิดการใช้งานจากข้างนอกเรียบร้อยแล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะครับ เจอกันตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 26
ฟ้าหลังฝนที่ยังไม่สงบ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!