"ถ้าคุณจะขยับเข้าใกล้กว่านี้อีกแค่เซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจยั่วยวน และผลลัพธ์หลังจากนั้น... คุณก็น่าจะรู้นะว่าผมไม่ใช่สุภาพบุรุษขนาดที่จะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป"
ธามินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าอยู่ข้างใบหูของรินรดา มือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะครัวกั้นขังร่างบางไว้ในวงแขนอย่างจงใจ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัวที่เงียบสงัด
รินรดาไม่ถอยหนี เธอทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองสบตาสถาปนิกหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายแต่ในยามนี้กลับแผ่ซ่านด้วยไอความร้อนแรงเกินกว่าเหตุ
"คนปากร้ายที่เอาแต่ขู่ฟ่อฟอดเหมือนแมวหวงก้างแบบคุณเนี่ยนะ จะกล้าทำอะไรมากกว่าขู่?" รินรดาแกล้งยืดตัวขึ้นจนปลายจมูกแทบจะแตะกับสันกรามคมของเขา "หรือว่าที่ต้องเอาตัวมาขวางไว้ เพราะกลัวว่าถ้าฉันหันไปมองหน้าคุณตรงๆ แล้วคุณจะต้านทานเสน่ห์ของฉันไม่ไหว?"
ธามินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นระริกด้วยความขบขันและแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับเอาไว้ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกคลอเคลียอยู่แถวพวงแก้มใส "กล้าท้าเหรอ? รินรดา"
เขาไม่ได้รอคำตอบ มือข้างหนึ่งที่เคยวางบนโต๊ะเลื่อนขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่ปรกหน้าเธออย่างแผ่วเบา ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้ง มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่อที่ถูกใจที่สุด และเขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้เหยื่อตัวนี้หลุดมือไปไหน
"คุณควรจะรู้ได้แล้วนะ ว่าพื้นที่เซฟเฮาส์แห่งนี้มันไม่มีที่ว่างสำหรับความไร้เดียงสาของพวกเราสองคน" เขากระซิบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง "ทุกอย่างที่ผมทำ ทุกคำที่ผมด่า... คุณน่าจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันคือเกราะป้องกันที่ผมสร้างไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอทำอะไรที่มันเกินเลยไปกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง"
"แต่ตอนนี้เราไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้องแล้วนี่" เธอสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตสั่นไหวนิดๆ เมื่อมือหนาของเขาเริ่มลากไล้จากท้ายทอยลงมาตามแนวไหล่มน "หรือว่าคุณอยากให้ฉันเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะ... คุณสถาปนิกจอมเผด็จการ?"
บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะแสนธรรมดากลับร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน ธามินทร์มองริมฝีปากที่ขยับเจื้อยแจ้วด้วยความหมั่นเขี้ยว เขามักจะเกลียดความวุ่นวาย แต่ในยามนี้ การที่มีรินรดาอยู่ตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบนั้นดูจืดชืดไปถนัดตา
"เรียกอะไรก็ได้ที่คุณอยากเรียก" เขาพึมพำ ก่อนจะลดระยะห่างระหว่างใบหน้าลงจนแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว "แต่หลังจากวันนี้ไป... อย่าหวังว่าผมจะยอมให้คุณทำตัวเป็นอิสระจากสายตาผมอีก"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำขู่ แต่มันคือคำสัญญาที่ลึกซึ้งท่ามกลางความเงียบงัน รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เธอรู้จักธามินทร์ดี ปากที่บอกว่าเย็นชาและซึนเดเระนั่น แท้จริงแล้วซ่อนความหวงแหนและคลั่งรักไว้มหาศาลขนาดไหน
มือของเธอวางลงบนอกแกร่งของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ ทว่าก่อนที่ความเงียบอันแสนหวานจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น เสียงเคาะประตูบ้านที่ดังกึกก้องกัมปนาทจากภายนอกก็ทำลายบรรยากาศจนพังทลาย
มันไม่ใช่การเคาะประตูแบบปกติ แต่มันคือการทุบด้วยความร้อนรนและหนักหน่วง ธามินทร์ชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นดุดันในพริบตา เขารีบผละออกจากร่างบางทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าช็อต
"อย่าเพิ่งขยับไปไหน" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าต่างบานเล็กที่มองเห็นลานจอดรถด้านนอก
รินรดาเดินตามไปอย่างใจหาย มือที่ยังสั่นเทาจากการใกล้ชิดเมื่อครู่กำแน่น เมื่อเห็นสีหน้าของธามินทร์ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่บีบคั้น
"รินรดา กลับไปที่ห้องทำงานแล้วล็อคประตูซะ อย่าเปิดให้ใครเด็ดขาดไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร"
"เกิดอะไรขึ้น? ใครมา?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
ธามินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความบางอย่างด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลที่เขาพยายามปิดบังไว้
"ผมเตือนคุณแล้วว่าพายุจะเข้า... แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้"
เขาก้าวเท้าออกไปทางประตูหน้า ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว เธอตัดสินใจวิ่งตามไปที่ช่องมองตาแมวที่ประตู และภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
บุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นผู้หญิงที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่มีวันหันกลับไปเผชิญหน้ากับหล่อนอีกตลอดชีวิต พร้อมกับเอกสารในมือที่ธามินทร์เคยพยายามปกปิดมันเป็นความลับสุดยอดมาโดยตลอด
"ธามินทร์... คุณทำอะไรลงไป..." รินรดาพึมพำกับตัวเองด้วยความสิ้นหวัง
ประตูบานใหญ่เริ่มถูกผลักเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนเข้ามาในหัวใจของคนทั้งคู่
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและธามินทร์มาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 25
เช้านี้มีแต่เรา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!