คราบเขม่าสีดำสนิทที่ยังหลงเหลืออยู่บนกำแพงหินศิลาแกรนิตของลานฝึกซ้อมเวทมนตร์เขตตะวันออก คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ย้ำเตือนว่าเหตุการณ์ระเบิดเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน กลิ่นอายของมานาที่ปะปนด้วยไອความร้อนยังคงลอยเค្វ้งอยู่ในบรรยากาศ เซนกวาดสายตาคมกริบมองผ่านกลุ่มควันจางๆ ไปยังเงาร่างของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีเหวทอดยาวกั้นกลางระหว่างพวกเขากับความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผย
"อาจารย์เอลาร่า ถอยไปข้างหลังก่อนครับ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น มือขวาของเด็กหนุ่มกระชับด้ามดาบศัสตรานิรันดร์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้แน่นจนข้อต่องอขาว แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากตัวดาบส่งผ่านมายังฝ่ามือราวกับมันกำลังตื่นตัวและพร้อมที่จะคำรามออกมาทุกเมื่อ แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดคลุมสีเทาเข้มแห่งสภาเวทมนตร์ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับพราวระยับด้วยความเยือกเย็นและรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งน่าขนลุก
"ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนูอย่างเธอจะไวกว่าที่คาดไว้... เซน" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้นจากปากของ 'มาสเตอร์แบรด' อาจารย์ผู้รับผิดชอบดูแลภาคสนามและเป็นหนึ่งในบุคคลที่นักเรียนทุกคนให้ความเคารพมาโดยตลอด
เอลาร่ายังคงยืนขวางอยู่เบื้องหน้าของเซน แม้ว่าร่างบางนั้นจะไม่มีมานาหลงเหลืออยู่ในจุดศูนย์กลางพลังเวทอีกแล้ว แต่แผ่นหลังที่ตั้งตรงและสติปัญญาอันแหลมคมของเธอกลับทำหน้าที่เป็นโล่กำบังชั้นยอด เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อยจนห่อเลือด ขณะที่ดวงตาสสีนิลจ้องมองอดีตสหายร่วมรบที่ผันตัวไปเป็นอาชญากรเวทมนตร์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งผิดหวัง โกรธเกรี้ยว และระแวดระวัง
"สภากำลังตามล่าตัวคุณมาสิบปีเต็ม แบรด... ทำไมคุณถึงเลือกที่จะแทรกซึมเข้ามาในสถาบันการศึกษาแห่งนี้ หรือเป้าหมายที่แท้จริงของคุณไม่ใช่แค่การทดสอบพลังของเด็กพวกนี้" เอลาร่าเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บภายใน แต่ความเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงนั้นกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีด
แบรดหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าอึดอัดดังก้องไปทั่วลานฝึกที่ตอนนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยม่านพลังเวทสีดำสนิท เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากขมับซ้ายลงมาถึงกราม "สภาเวทมนตร์งั้นเหรอ? อย่าทำให้ขำหน่อยเลย เอลาร่า สถานที่แห่งนั้นมันเน่าเฟะมานานแล้ว พวกมันเหยียบย่ำความจริงและกวาดล้างผู้ที่รู้มากใต้พรม... เช่นเดียวกับที่พวกมันทำลายอนาคตของเธอจนกลายเป็นคนไร้พลังแบบนี้ไงล่ะ"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในใจของเซน เด็กหนุ่มเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง เขาเห็นกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ของเธอเกร็งกระตุกเล็กน้อย ความจริงอันเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวงล้อมของศัตรูคือกลยุทธ์ทางจิตวิทยาที่ชั่วร้าย แบรดต้องการทำลายสมาธิของพวกเขาจากภายใน
"อย่าไปฟังคำพูดปั่นหัวของมันครับ อาจารย์" เซนก้าวเท้าขวาขึ้นมาเหลื่อมล้ำไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่างกายอยู่ในท่าเตรียมพร้อมพุ่งตัว "คนที่ทรอ่ยศอุดมการณ์ของตัวเองและใช้เด็กนักเรียนเป็นเครื่องมือทดลอง ไม่มีสิทธิมาพูดเรื่องความยุติธรรม"
"โอ้? เด็กน้อย... เธอคิดจริงๆ หรือว่าดาบเล่มนั้นในมือเธอจะปกป้องทุกคนได้?" แบรดหรี่ตาลง รอยยิ้มหายวับไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนกลุ่มเมฆเหนือสถาบันเริ่มบิดเบี้ยวเป็นวงกลม "เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามิตรภาพที่เธอเชื่อมั่นนักหนาในห้องเรียนนี้... ใครบ้างที่เป็นคนขายข่าวข้อมูลของเธอให้แก่สภาเบทมนตร์"
สิ้นคำพูดนั้น หัวใจของเซนก็กระตุกวูบไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ รอยยิ้มที่เป็นมิตรของเพื่อนร่วมชั้น เสียงหัวเราะในโรงอาหาร และความช่วยเหลือในยามคับขัน ทุกสิ่งทุกอย่างถูกนำมาปะติดปะต่อใหม่ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป
*เบนจามิน...* เด็กหนุ่มผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ตรวจจับและมักจะอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับเขาเสมอในคาบเรียนภาคปฏิบัติ หรือจะเป็น *ลูคัส* หัวหน้าห้องผู้เพียบพร้อมและไม่เคยมีประวัติบกพร่อง?
เซนขบกรามแน่น ความตึงเครียดในสถานการณ์นี้ไม่ได้มาจากความกลัวต่อพลังของมาสเตอร์แบรดเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความจริงที่ว่า "หนอนบ่อนไส้" กำลังแฝงตัวอยู่ใกล้ชิดกว่าที่คิด และนั่นหมายความว่าทุกย่างก้าวที่เขากับเอลาร่าเดินผ่านมาตลอดสิบตอนที่ผ่านมา ล้วนแต่อยู่ภายใต้สายตาของศัตรูที่คอยส่งข่าวมาโดยตลอด
"คุณกำลังหลอกลวง..." เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นประกายสีฟ้าครามจางๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่ามานาภายในร่างกายกำลังถูกรีดเร้นออกมาใช้อย่างเต็มพิกัด "ผมไม่สนหว่าใครจะขายข่าวอะไร เพราะสุดท้ายแล้ว... เส้นทางที่ผมเดิน ผมเป็นคนเลือกเอง"
บรึ้ม!
ยังไม่ทันที่แบรดจะได้ตอบโต้ พื้นดินเบื้องล่างของลานฝึกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดใหญ่ปริแตกออกพร้อมกับเสาแสงสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นล้อมรอบตัวของมาสเตอร์แบรดไว้ แรงระเบิดจากการปะทะของพลังงานลึกลับทำให้เศษหินกระเด็นว่อนไปทั่วทิศทาง
ไม่ใช่ฝีมือของแบรด... และไม่ใช่ฝีมือของเซน!
เอลาร่าเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานแปลกปลอมที่ทรงพลังยิ่งกว่า ร่างของเธอเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวแต่เซนใช้มือซ้ายคว้าต้นแขนของเธอไว้ได้ทันเพื่อประคองให้ทรงตัว
"มีแขกไม่ได้รับเชิญเพิ่มเข้ามาในเขตอาคมแล้วครับ" เซนพึมพำ ดวงตากวาดมองไปยังหมอกควันหนาทึบที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เงาร่างของบุคคลสามคนค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด ชุดคลุมที่พวกเขาใส่ไม่ใช่ทั้งเครื่องแบบของสถาบันเวทมนตร์และไม่ใช่ชุดของสภา แต่เป็นสัญลักษณ์รูป 'ตาชั่งไขว้กับดาบหัก' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรใต้ดินที่ไม่มีใครอยากข้องแวะ—'กลุ่มผู้พิพากษาเงา'
แบรดเองก็ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของอาจารย์ทรยศเริ่มเปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเงาร่างตรงกลางก้าวออกมาจากหมอกควัน พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นอย่างน่าขนลุก
"แปะ... แปะ... แปะ..."
"ไม่เลวเลยนี่ เจ้าหนู... สมกับที่เป็นผู้ครอบครองศัสตรานิรันดร์ แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่วันนี้... จะไม่มีใครได้เดินออกไปจากเขตอาคมนี้ทั้งเป็น" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับที่บุคคลปริศนาถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่ถูกปกกป้องด้วยหน้ากากโลหะเวทมนตร์ และดวงตาข้างที่เหลืออยู่กำลังจ้องมองตรงมาที่เซนด้วยความกระหายใคร่รู้
เซนรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่คนทรยศธรรมดา แต่คือคนที่กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับชาติกำเนิดและดาบในมือของเขา
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเซน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน:
[แจ้งเตือนระบบภารกิจเร่งด่วน: ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยพิบัติ 'ผู้พิพากษาเงา - คาลิล']
[เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: ปลดผนึกดาบศัสตรานิรันดร์ขั้นที่ 2 ภายใน 180 วินาที มิฉะนั้นอัตราการรอดชีวิตของเป้าหมายร่วม (อาจารย์เอลาร่า) จะลดลงเหลือ 0%]
[คำเตือนจากระบบ: หนึ่งในสหายร่วมชั้นที่ท่านไว้ใจที่สุด กำลังยืนอยู่เบื้องหลังเงาของศัตรูในขณะนี้...]
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนและอาจารย์เอลาร่าในทุกๆ บทตอนนะครับ
— วาเลนเทียอัศวินมืด
ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 10
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!