"เอกสารลับกองอำนวยการพิเศษ... ถูกกวาดล้างเกลี้ยงตู้เซฟแล้วครับท่าน"
เสียงรายงานของสหายร่วมชั้นปีอย่าง 'เรย์' ดังลอดผ่านรอยแง้มของประตูห้องสมุดเก่าแก่ น้ำเสียงของเด็กหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อย แม้เจ้าตัวจะพยายามควบคุมมันให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ในมือของเขากำแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่เพิ่งดึงออกมาจากผนังบอร์ดประกาศลับของสมาคมนักเรียน
เซนยืนพิงชั้นหนังสือโบราณ นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ความเงียบงันปกคลุมรอบตัวเขากับเรย์อยู่หลายวินาที มีเพียงเสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ และกลิ่นอับของตำราเวทมนตร์โบราณที่ลอยอบอวลในอากาศ
"ไม่ใช่แค่หาย... แต่ถูกย้ายไปพร้อมกับการอนุมัติเบิกจ่ายศาสตราวุธระดับท็อปของหอพัก A ใช่มั้ย?" เซนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ทางเดินนอกหน้าต่างที่เวลานี้ไร้เงาผู้คน
เรย์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยักหน้ารับช้าๆ "ใช่... ข่าวลือเรื่องการกบฏภายในโรงเรียนเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วทุกหอพักแล้วตอนนี้ สภานักเรียนกำลังจะประกาศภาวะฉุกเฉิน และที่แย่ที่สุดคือ... อาจารย์เอลาร่าถูกเรียกตัวไปสอบสวนที่ตึกอำนวยการด่วนเมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
กึก!
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านสันหลัง เซนผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ 'ดาบศัสตรานิรันดร์' ที่ถูกผนึกไว้ในแหวนมิติข้างกายส่งเสียงสั่นพ้องเบาๆ ราวกับรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ซ่านมาจากความผิดปกติรอบตัว โรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
"พาฉันไปที่ตึกอำนวยการ เดี๋ยวนี้" เซนสั่งเสียงเฉียบขาด
นี่ไม่ใช่เวลามานั่งคำשนวณความเสี่ยง เมื่ออาจารย์สาวผู้ไร้พลังแต่กุมความลับทั้งหมดของค่ายกลโรงเรียนถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเกมอำนาจของพวกผู้บริหารระดับสูง เซนในฐานะลูกศิษย์และผู้ถือครองพลังที่อันตรายที่สุด ย่อมไม่มีทางนิ่งดูดาย
บรรยากาศภายในตึกอำนวยการยามบ่ายคล้อยดูวังเวงผิดปกติ แสงแดดสีส้มสาดส่องผ่านกระจกสีลายวิจิตร ทอดเงายาวเหยียดลงบนพื้นหินอ่อนขัดมัน กลิ่นอายของเวทมนตร์คุ้ม0กันระดับสูงลอยอบอวลจนกดทับจนหายใจลำบาก เซนก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและไร้เสียง เคียงคู่มากับเรย์ที่คอยระวังหลังให้
เบื้องหน้าของพวกเขาคือบานประตูไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตรของห้องประชุมสภาบริหาร เสียงทุ้มต่ำและเคร่งเครียดของเหล่าผู้อำนวยการกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเล็ดลอดออกมา
"...ปล่อยให้ยัยอาจารย์ตกอับคนนั้นถือครองกุญแจผนึกมานานเกินไปแล้ว! ถ้าพวกนอกรีตบุกเข้ามาจริงๆ คนที่จะเปิดทางให้ก็คือเธอนี่แหละ!"
เสียงตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นอย่างไม่รักษาภาพพจน์ เซนจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของ 'มาสเตอร์แบรดلي' หัวหน้าฝ่ายวินัยผู้เคร่งครัดและเกลียดชังอาจารย์เอลาร่าเข้ากระดูกดำ
"ดิฉันทำหน้าที่ตามกฎของสภามาโดยตลอดค่ะ มาสเตอร์แบรดلي" เสียงของอาจารย์เอลาร่าดังแทรกขึ้นมา แม้จะไร้ซึ่งพลังเวทหลงเหลือในร่างกาย แต่สุ้มเสียงของเธอกลับนิ่งสงบ เยือกเย็น และทรงพลังอย่างประหลาด "การเคลื่อนย้ายศาสตราเวทไม่ได้เกิดจากคำสั่งของดิฉัน แต่เป็นระบบอัตโนมัติที่ถูกตั้งค่าไว้ตั้งแต่ยุคก่อตั้งโรงเรียน หากพวกท่านไม่อ่านบันทึกโบราณให้ถ่องแท้ ก็อย่าได้โยนความผิดให้คนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถของตนเองเลยค่ะ"
เพี๊ยะ!
เสียงวัตถุกระแทกโต๊ะอย่างแรงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงขู่คำรามด้วยความโกรธ
เซนขมวดคิ้วแน่น มือหนาเอื้อมไปแตะที่ลูกบิดประตูโดยไม่ลังเล แม้เรย์จะพยายามส่งสายตาห้ามปราม แต่สำหรับเซนแล้ว เส้นความอดทนได้ขาดผึ่งลงเรียบร้อย
แกร็ก!
ประตูกลอนไม้สักถูกผลักเปิดออกกว้าง เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมขนาดใหญ่ สายตาทุกคู่ของเหล่าอาจารย์และผู้อำนวยการนับสิบชีวิตหันขวับมามองที่ผู้บุกรุกเป็นตาเดียว
อาจารย์เอลาร่ายืนอยู่กลางห้อง ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยขีดข่วน แต่มุมปากมีรอยช้ำจางๆ และเส้นผมสีเงินยววงหลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการถูกกระชาก เธอมองมาที่เซนด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความโล่งใจและความกังวลลึกๆ
"เซน... เธอเข้ามาที่นี่ทำไม?" เอลาร่าเอ่ยถามเสียงเรียบ
เซนก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไอปราณสีครามจางๆ แผ่ขยายออกมาจากร่างอย่างควบคุมไม่ได้ แรงกดดันระดับสูงจากจิตวิญญาณของดาบศัสตรานิรันดร์แผ่ซ่านจนแก้วน้ำบนโต๊ะประชุมสั่นระริก
"ผมมาพาอาจารย์กลับครับ" เซนกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยกระแสอันตราย "และก็มาเพื่อฟังคำอธิบายด้วยว่า... ทำไมพวกท่านถึงกล้าแตะต้องคนของผม"
มาสเตอร์แบรดليหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาชี้หน้าเด็กหนุ่ม "ไอ้เด็กสามหาว! กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีในที่ประชุมสภา! จับตัวมันไว้!"
เหล่าทหารยح์เวทมนตร์ประจำสภาขยับตัวเข้ามาล้อมกรอบเซนทันที หอกเวทมนตร์นับสิบเล่มพุ่งเป้ามาที่จุดสำคัญของร่างกาย บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับเส้นลวดที่ดึงจนตึงเปรี๊ยะ
เซนไม่แม้แต่จะชายตามองทหารเหล่านั้น สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่อาจารย์เอลาร่า เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆ
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะปะทุเป็นสงครามขนาดย่อมภายในห้องประชุมนั้นเอง หน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังห้องก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิดมหาศาล!
เศษกระจกนับล้านชิ้นโปรยปรายลงมาท่ามกลางกลุ่มควันสีดำทึบ ร่างของเงาดำร่างหนึ่งทะยานผ่านม่านควันลงมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเซนและเอลาร่าอย่างสง่างาม ดาบยาวในมือของเงาลึกลับนั้นอาบไปด้วยเลือดสดๆ และสัญลักษณ์ประหลาดที่สลักไว้บนเกราะอกก็ทำให้ทุกคนในห้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว
มันคือตราสัญลักษณ์ของ 'กองกำลังกบฏเงาทมิฬ' ที่ควรจะถูกกวาดล้างไปเมื่อสิบปีก่อน!
เงาดำนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
"ท่านผู้นำ... ส่งสัญญาณเรียกตัวแล้วครับ ประตูมิติเปิดออกแล้ว"
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้นะครับ
— วาเลนเทียอัศวินมืด
ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 11
รอยร้าวแห่งโรงเรียน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!