ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 12

ดาบที่ตื่นขึ้น

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"ถ้าเจ้ายังควบคุมจังหวะการหายใจไม่ได้ ต่อให้ถือครองศาสตราที่สยบได้แม้แต่ทวยเทพ ดาบเล่มนั้นก็จะเป็นเพียงแค่เศษเหล็กขึ้นสนิมที่พร้อมจะย้อนกลับมาตัดคอเจ้าเองนะครับ เซน" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมดั่งใบมีดของอาจารย์เอลาร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องฝึกซ้อมใต้ดิน กลิ่นอายของหินผาอับชื้นและคราบเขม่าจากการใช้เวทมนตร์ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือหุ่นฝึกซ้อมเหล็กกล้าคาร์บอนหนาเตอะ รอยร้าวลึกรากเหง้าพาดผ่านกลางลำตัวมัน เป็นหลักฐานยืนยันถึงความรุนแรงของพลังที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เซนหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย มือขวายังคงกำด้าม 'ดาบศัสตรานิรันดร์' แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วแขนขวา ราวกับมีกระแสลาวาหลอมเหลวไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บ แต่เป็นเสียงคำรามก้องจากภายในจิตวิญญาณของดาบที่พยายามจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขา "ผมพยายามแล้วครับอาจารย์... แต่แรงสะท้อนจากแก่นมานาของมันมันหนักหน่วงเกินไป เหมือนกับว่าทุกครั้งที่ผมดึงพลังออกมา เจ้าดาบนี่พยายามจะทดสอบว่าผมคู่ควรที่จะยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยนี้หรือเปล่า" เซนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาคมกริบยังคงจดจ้องไปยังคมดาบสีนิลกาฬที่สั่นระริกด้วยความกระหาย อาจารย์เอลาร่าก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรเวทมนตร์ที่นางใช้ประคบแผลเป็นประจำลอยแตะจมูก แม้ร่างเพรียวบางนี้จะสูญเสียพลังเวทไปจนหมดสิ้นจากเหตุการณ์เมื่ออดีต แต่แววตาคู่คมที่มองตรงมากลับทรงพลังยิ่งกว่ายอดฝีมือคนใดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ นางยื่นมือเรียวบางออกไปแตะลงบนหลังมือของเซนที่กำลังสั่นเทา ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของหญิงสาวทำหน้าที่ราวกับสายน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองเพลิง ช่วยดึงสติของเด็กหนุ่มให้กลับคืนมาสู่ศูนย์กลาง "อย่าไปสู้กับมัน เซน" เอลาร่ากระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาท "ดาบเล่มนี้ไม่ได้เลือกเจ้าเพื่อเป็นทาสรับใช้ แต่มันเลือกเจ้าเพื่อเป็น 'ผู้ถือครอง' สิ่งที่เจ้าต้องทำไม่ใช่การกดขี่มันให้สยบด้วยกำลัง แต่เป็นการประสานจังหวะหัวใจของเจ้าให้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรของมัน หายใจเข้าลึกๆ... ปล่อยให้มานาไหลผ่านเส้นลมปราณโดยไม่มีสิ่งใดติดขัด" เซนหลับตาลงตามคำแนะนำ เขากลืนก้อนความตึงเครียดลงคอ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกมัดตามหลักการทฤษฎีการต่อสู้ที่อาจารย์สาวพร่ำสอนมาแรมเดือน ในโลกแฟนตาซีที่ตัดสินคุณค่าของคนด้วยปริมาณมานาในกระแสเลือด การที่เขาซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็น 'คนไร้พรสวรรค์' กลับสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงจุดนี้ ล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและกลยุทธ์อันแยบยลที่สั่งสมร่วมกัน ในห้วงความคิด ระบบสนับสนุนในจิตวิญญาณของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ *[ระบบประเมินสถานะปัจจุบัน]* * *เป้าหมาย:* ควบคุมพลังดาบศัสตรานิรันดร์ระดับเริ่มต้น (0 -> 100%) * *ความคืบหน้า:* 89.4% ... 92.1% ... 95.8% * *คำเตือน:* ตรวจพบความผัน เซนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองอ่อนๆ สะท้อนวาววับในม่านตา ดาบในมือหยุดสั่นเทาอย่างฉับพลัน ราวกับพายุร้ายที่สงบลงเหลือเพียงผิวน้ำอันราบเรียบ มานาสีดำสนิทที่เคยแผ่พุ่งพล่าน กลับถูกบีบอัดจนกลายเป็นละอองแสงบางเบาเคลือบทับคมดาบไว้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือความสำเร็จขั้นแรก... การควบคุมพลังดาบศัสตรานิรันดร์ได้ในระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเอลาร่า นางชักมือกลับและถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้ายังคงความเคร่งขรึมตามนิสัย แต่แววตาคู่สวยกลับฉายประกายความภาคภูมิใจที่ยากจะปิดมิด "ทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ เจ้าศิษย์ตัวแสบ" เอลาร่าเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังต่อจิตใจของเซนมากกว่าคำสรรเสริญใดๆ ในโลก "อย่างน้อย ในการประลองรอบคัดเลือกพรุ่งนี้ เจ้าก็คงจะไม่ทำให้อายจนต้องเอาปีบคลุมหัวเดินออกจากสนามหรอกนะ" "ระดับผมแล้ว ไม่มีทางทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวังหรอกครับ" เซนยิ้มรับด้วยความมั่นใจ พลางสะบัดคมดาบในมือเบาๆ เกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นคราหนึ่ง แรงลมจากการสะบัดเพียงครั้งเดียวทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงหล่นลงมา ทว่า บรรยากาศอันผ่อนคลายในห้องใต้ดินกลับอยู่ได้ไม่นานนัก *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหินเบื้องบน ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้คบเพลิงบนผนังวูบวาบจนเกือบดับลง กลิ่นอายอันคุ้นเคยแต่ชวนให้รู้สึกอึดอัดแผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตห้องฝึกซ้อม มันคือกลิ่นอายมานาธาตุไฟผสมผสานกับจิตสังหารอันเข้มข้นที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เซนและเอลาร่าหันขวับไปมองทางเข้าสัญชาตญาณนักรบตื่นตัวขึ้นทันที ม่านพลังเวทป้องกันรอบห้องฝึกซ้อมถูกกระชากกระชั้นด้วยพลังภายนอกจนเกิดรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุม ประตูเหล็กหนาหนักถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากบานพับ เสียงหัวเราะเยาะหยันอันคุ้นเคยดังแทรกสายลมเย็นยะเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามา "โอ้... ดูนี่สิครับท่านอาจารย์เอลาร่า คนพิการไร้พลังกับเด็กเส้นที่ใช้ทางลัด... พวกท่านกำลังเล่นขายของอะไรกันอยู่ใต้รูหนูแห่งนี้หรือครับ?" ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลขุนนางชั้นสูงก้าวเข้ามาในแสงไฟเงาร่างนั้นทอดทดยาว น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยเจตนาร้ายอย่างชัดเจน ดวงตาสีฟ้าครามทอประกายเหยียดหยามขณะกวาดมองดาบในมือของเซน เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย มือที่เพิ่งควบคุมดาบได้สงบนิ่งเมื่อครู่ กลับมากระชับแน่นขึ้นอีกครั้งด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งการเอาตัวรอด ขณะที่อาจารย์เอลารนาก้าวขึ้นมาบังหน้าศิษย์รักไว้ครึ่งก้าว ใบหน้าหวานเย็นชาขึ้นถนัดตา *[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS]* * *เหตุการณ์แทรกซ้อน:* ตรวจพบผู้บุกรุกระดับสูงจากตระกูลขุนนางผู้ทรงอิทธิพล * *เงื่อนไขพิเศษ:* ปลดล็อกภารกิจลับ "บททดสอบแห่งโลหิตและเกียรติยศ" * *คำเตือนจากระบบ:* หากพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ ชีวิตของอาจารย์เอลาร่าและตัวท่านจะถูกลบออกจากหอคอยเวทมนตร์อย่างถาวร... และบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังการบุกรุกครั้งนี้ หาใช่ใครอื่น—แต่มันคือ... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ... วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%