"ถ้าเจ้ายังควบคุมจังหวะการหายใจไม่ได้ ต่อให้ถือครองศาสตราที่สยบได้แม้แต่ทวยเทพ ดาบเล่มนั้นก็จะเป็นเพียงแค่เศษเหล็กขึ้นสนิมที่พร้อมจะย้อนกลับมาตัดคอเจ้าเองนะครับ เซน"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมดั่งใบมีดของอาจารย์เอลาร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องฝึกซ้อมใต้ดิน กลิ่นอายของหินผาอับชื้นและคราบเขม่าจากการใช้เวทมนตร์ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือหุ่นฝึกซ้อมเหล็กกล้าคาร์บอนหนาเตอะ รอยร้าวลึกรากเหง้าพาดผ่านกลางลำตัวมัน เป็นหลักฐานยืนยันถึงความรุนแรงของพลังที่เพิ่งถูกปลดปล่อยออกไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
เซนหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย มือขวายังคงกำด้าม 'ดาบศัสตรานิรันดร์' แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วแขนขวา ราวกับมีกระแสลาวาหลอมเหลวไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บ แต่เป็นเสียงคำรามก้องจากภายในจิตวิญญาณของดาบที่พยายามจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขา
"ผมพยายามแล้วครับอาจารย์... แต่แรงสะท้อนจากแก่นมานาของมันมันหนักหน่วงเกินไป เหมือนกับว่าทุกครั้งที่ผมดึงพลังออกมา เจ้าดาบนี่พยายามจะทดสอบว่าผมคู่ควรที่จะยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยนี้หรือเปล่า" เซนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาคมกริบยังคงจดจ้องไปยังคมดาบสีนิลกาฬที่สั่นระริกด้วยความกระหาย
อาจารย์เอลาร่าก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรเวทมนตร์ที่นางใช้ประคบแผลเป็นประจำลอยแตะจมูก แม้ร่างเพรียวบางนี้จะสูญเสียพลังเวทไปจนหมดสิ้นจากเหตุการณ์เมื่ออดีต แต่แววตาคู่คมที่มองตรงมากลับทรงพลังยิ่งกว่ายอดฝีมือคนใดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้
นางยื่นมือเรียวบางออกไปแตะลงบนหลังมือของเซนที่กำลังสั่นเทา ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของหญิงสาวทำหน้าที่ราวกับสายน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองเพลิง ช่วยดึงสติของเด็กหนุ่มให้กลับคืนมาสู่ศูนย์กลาง
"อย่าไปสู้กับมัน เซน" เอลาร่ากระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาท "ดาบเล่มนี้ไม่ได้เลือกเจ้าเพื่อเป็นทาสรับใช้ แต่มันเลือกเจ้าเพื่อเป็น 'ผู้ถือครอง' สิ่งที่เจ้าต้องทำไม่ใช่การกดขี่มันให้สยบด้วยกำลัง แต่เป็นการประสานจังหวะหัวใจของเจ้าให้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรของมัน หายใจเข้าลึกๆ... ปล่อยให้มานาไหลผ่านเส้นลมปราณโดยไม่มีสิ่งใดติดขัด"
เซนหลับตาลงตามคำแนะนำ เขากลืนก้อนความตึงเครียดลงคอ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกมัดตามหลักการทฤษฎีการต่อสู้ที่อาจารย์สาวพร่ำสอนมาแรมเดือน ในโลกแฟนตาซีที่ตัดสินคุณค่าของคนด้วยปริมาณมานาในกระแสเลือด การที่เขาซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็น 'คนไร้พรสวรรค์' กลับสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงจุดนี้ ล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและกลยุทธ์อันแยบยลที่สั่งสมร่วมกัน
ในห้วงความคิด ระบบสนับสนุนในจิตวิญญาณของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ เพื่อประเมินสถานการณ์
*[ระบบประเมินสถานะปัจจุบัน]*
* *เป้าหมาย:* ควบคุมพลังดาบศัสตรานิรันดร์ระดับเริ่มต้น (0 -> 100%)
* *ความคืบหน้า:* 89.4% ... 92.1% ... 95.8%
* *คำเตือน:* ตรวจพบความผัน
เซนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองอ่อนๆ สะท้อนวาววับในม่านตา ดาบในมือหยุดสั่นเทาอย่างฉับพลัน ราวกับพายุร้ายที่สงบลงเหลือเพียงผิวน้ำอันราบเรียบ มานาสีดำสนิทที่เคยแผ่พุ่งพล่าน กลับถูกบีบอัดจนกลายเป็นละอองแสงบางเบาเคลือบทับคมดาบไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
นี่คือความสำเร็จขั้นแรก... การควบคุมพลังดาบศัสตรานิรันดร์ได้ในระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเอลาร่า นางชักมือกลับและถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้ายังคงความเคร่งขรึมตามนิสัย แต่แววตาคู่สวยกลับฉายประกายความภาคภูมิใจที่ยากจะปิดมิด
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ เจ้าศิษย์ตัวแสบ" เอลาร่าเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังต่อจิตใจของเซนมากกว่าคำสรรเสริญใดๆ ในโลก "อย่างน้อย ในการประลองรอบคัดเลือกพรุ่งนี้ เจ้าก็คงจะไม่ทำให้อายจนต้องเอาปีบคลุมหัวเดินออกจากสนามหรอกนะ"
"ระดับผมแล้ว ไม่มีทางทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวังหรอกครับ" เซนยิ้มรับด้วยความมั่นใจ พลางสะบัดคมดาบในมือเบาๆ เกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นคราหนึ่ง แรงลมจากการสะบัดเพียงครั้งเดียวทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงหล่นลงมา
ทว่า บรรยากาศอันผ่อนคลายในห้องใต้ดินกลับอยู่ได้ไม่นานนัก
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหินเบื้องบน ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้คบเพลิงบนผนังวูบวาบจนเกือบดับลง กลิ่นอายอันคุ้นเคยแต่ชวนให้รู้สึกอึดอัดแผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตห้องฝึกซ้อม มันคือกลิ่นอายมานาธาตุไฟผสมผสานกับจิตสังหารอันเข้มข้นที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
เซนและเอลาร่าหันขวับไปมองทางเข้าสัญชาตญาณนักรบตื่นตัวขึ้นทันที
ม่านพลังเวทป้องกันรอบห้องฝึกซ้อมถูกกระชากกระชั้นด้วยพลังภายนอกจนเกิดรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุม ประตูเหล็กหนาหนักถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากบานพับ เสียงหัวเราะเยาะหยันอันคุ้นเคยดังแทรกสายลมเย็นยะเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามา
"โอ้... ดูนี่สิครับท่านอาจารย์เอลาร่า คนพิการไร้พลังกับเด็กเส้นที่ใช้ทางลัด... พวกท่านกำลังเล่นขายของอะไรกันอยู่ใต้รูหนูแห่งนี้หรือครับ?"
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลขุนนางชั้นสูงก้าวเข้ามาในแสงไฟเงาร่างนั้นทอดทดยาว น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยเจตนาร้ายอย่างชัดเจน ดวงตาสีฟ้าครามทอประกายเหยียดหยามขณะกวาดมองดาบในมือของเซน
เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย มือที่เพิ่งควบคุมดาบได้สงบนิ่งเมื่อครู่ กลับมากระชับแน่นขึ้นอีกครั้งด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งการเอาตัวรอด
ขณะที่อาจารย์เอลารนาก้าวขึ้นมาบังหน้าศิษย์รักไว้ครึ่งก้าว ใบหน้าหวานเย็นชาขึ้นถนัดตา
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS]*
* *เหตุการณ์แทรกซ้อน:* ตรวจพบผู้บุกรุกระดับสูงจากตระกูลขุนนางผู้ทรงอิทธิพล
* *เงื่อนไขพิเศษ:* ปลดล็อกภารกิจลับ "บททดสอบแห่งโลหิตและเกียรติยศ"
* *คำเตือนจากระบบ:* หากพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ ชีวิตของอาจารย์เอลาร่าและตัวท่านจะถูกลบออกจากหอคอยเวทมนตร์อย่างถาวร... และบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังการบุกรุกครั้งนี้ หาใช่ใครอื่น—แต่มันคือ...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ... วาเลนเทียอัศวินมืด
ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 12
ดาบที่ตื่นขึ้น
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!