ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 2

ศิษย์ของอาจารย์นอกคอก

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
เสียงกระดาษแผ่นบางถูกพลิกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวดังสวบสาบ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องพักอาจารย์หมายเลข 404 ซึ่งตั้งอยู่มุมอับที่สุดของตึกอำนวยการเก่าแก่ "เธอกล้ามากนะ... เด็กน้อย" ซุ่มเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากของอาจารย์สาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยวง เอลาร่าเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารรายงานการทดลองเวทมนตร์ที่ถูกตีตก เธอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยนัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้น—ดวงตาที่ปราศจากประกายแสงแห่งมานาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือดวงตาของอดีตจอมเวทผู้ตกสวรรค์อย่างแท้จริง เซนไม่หลบสายตา เขายืนตัวตรงหลังตรงในชุดเครื่องแบบนักเรียนปีหนึ่งที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการวิ่งวุ่นตลอดช่วงบ่าย ในมือขวาของเขา ซ่อนผนผนึกพลังงานระดับ SSS ที่ระบบแจ้งเตือนไว้เมื่อครู่ ทว่าภายนอกเขากลับแสดงออกเพียงความนิ่งสงบ "ผมไม่ได้มาเพื่อล้อเล่นครับ อาจารย์เอลาร่า" เซนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ตลอดการปฐมนิเทศสามวันที่ผ่านมา ผมเดินตรวจดูรายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษามาครบทุกภาควิชาแล้ว... และผมพบว่ามีเพียงห้องนี้ห้องเดียว ที่ไม่มีนักเรียนคนไหนกล้าเดินเฉียดเข้าใกล้เลยแม้แต่คนเดียว" เอลาร่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาทางภาษากายเพียงเล็กน้อยนั้นบ่งบอกถึงความแปลกใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าราวกับรูปปั้นหินอ่อน "การไม่มีใครเข้าใกล้... ในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ มันหมายถึงการเป็นขยะเปียกที่รอวันถูกคัดชื่อออก เธอคงไม่คิดจะเอาอนาคตสามปีในโรงเรียนหลวงมาทิ้งไว้กับคนพิการทางเวทมนตร์หรอกนะ?" คำพูดตัดพ้อตนเองถูกพ่นออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่มันกลับแฝงไปด้วยร่องรอยของความขมขื่นที่สะสมมานานนับปี เอลาร่าย่อมรู้ดีว่าเพราะเหตุใดตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอจึงว่างเปล่า—มันเป็นสถานที่พักพิงปลายแถวที่ทางผู้บริหารใช้เนรเทศอาจารย์หมดสภาพ เพื่อรอวันให้พวกเขาลาออกไปเอง เซนก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งอีกหนึ่งก้าว เขาวางฝ่ามือลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน "สำหรับคนอื่น อาจารย์อาจเป็นแค่เศษสaักของสถาบัน... แต่สำหรับผม อาจารย์คือคนเดียวในที่นี้ที่ยังมองเห็น 'แก่นแท้' ของศาสตร์เวทมนตร์ ไม่ใช่แค่การร่ายคาถาฉาบฉวยเพื่ออวดเบ่งพลัง" รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เอลาร่ารู้สึกราวกับว่าเด็กตรงหน้ากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ชีวิตของเธอทะลุปรุโปร่ง "เธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันมองเห็นแก่นแท้?" เอลาร่าทวนคำ เสียงของเธอเริ่มมีน้ำหนักกดดันมากขึ้น มานาที่หลับใหลในบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกระตุ้นให้สั่นไหว แม้เธอจะไร้พลัง แต่จิตวิญญาณแห่งนักสู้ระดับปรมาจารย์ยังคงอยู่ครบถ้วน "เพราะรายงานการวิจัยชิ้นที่อยู่ใต้สุดของกองนั้นครับ..." เซนพยักเพยิดไปยังเอกสารปกสีซีดที่ถูกทับไว้ "ทฤษฎีการผสานเวทธาตุผ่านการสั่นสะเทือนของโมเลกุล... เป็นผลงานตีพิมพ์เมื่อเจ็ดปีก่อน ก่อนที่อาจารย์จะสูญเสียพลังไป ทฤษฎีนั้นถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกคอกและบ้าคลั่งจากสภาคณาจารย์... แต่ผมลองคำนวณดูแล้ว มันคือทางออกเดียวที่จะทำให้คนไร้พลังอย่างผม... สามารถใช้ดาบเล่มนี้ได้" สิ้นคำพูดของเซน บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงทันที เอลาร่าชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเทาเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ความลับเรื่องทฤษฎีต้องห้ามนั้นถูกเก็บไว้ในลิ้นชักส่วนตัวที่ไม่มีใครไขกุญแจเข้าถึงมานานนับปี แล้วเด็กหนุ่มปีหนึ่งคนนี้รู้ได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น... ประโยคที่ว่า 'คนไร้พลังอย่างผม' กำลังสื่อถึงอะไรกันแน่? [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ยืนยันการฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์เอลาร่าสำเร็จ] [ระบบปลดล็อก: เวิร์กช็อปตีเหล็กเวทมนตร์ระดับตำนาน และแผนผังวงจรมานาโบราณ] [ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์-อาจารย์: ระดับความไว้วางใจเริ่มต้นที่ 15%] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของเซน พร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจที่ฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของเขา เอลาร่าถอนหายใจยาวเหยียด เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาดารารายคู่นั้นหรี่ลงพินิจพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้าใหม่อีกครั้งอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นสำคัญที่ถูกส่งมาประมูลโดยไม่คาดฝัน "เธอนี่มัน... อันตรายกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ เซน" เอลาร่าเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกบนใบหน้าของอาจารย์สาว "การเลือกอาจารย์นอกคอก แปลว่าเธอจะต้องยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกฎเกณฑ์ทั้งหมดของสถาบันแห่งนี้... เธอพร้อมจะแลกมันด้วยอะไรล่ะ?" "ผมพร้อมแลกทุกอย่าง... เพื่อเปลี่ยนอนาคตที่กำลังจะมาถึงครับ" เซนตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ทว่า ในวินาทีที่เอลาร่ากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำรับรองสถานะศิษย์ใหม่อย่างเป็นทางการนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วใสคมกริบปลิวว่อนไปทั่วอากาศพร้อมกับกระแสลมรุนแรงที่พัดพาเอาฝุ่นละอองคละคลุ้ง เงาสะท้อนร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือทัน ปลายดาบสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าจี้ที่ลำคอของเซนโดยไร้ซึ่งเสียงเตือนใดๆ ทั้งสิ้น! "ระวัง!" เอลาร่าตาดำขยายกว้าง เธอพยายามลุกขึ้นคว้าไม้เท้าเพื่อป้องกันตัว แต่ช้าเกินไป เซนเอี้ยวตัวหลบคมดาบได้อย่างเฉียดฉิว เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามแรงลม ปลายดาบเฉียดผิวหนังบริเวณต้นคอจนเกิดรอยขีดสีแดงจางๆ พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่แผ่ซ่านออกมาจากผู้บุกรุก เมื่อฝุ่นควันจางลง เงาสะท้อนภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏชัดขึ้น บุคคลปริศนาสวมหน้ากากเวทมนตร์ลายกางเขนกลับด้าน ดวงตาสองข้างส่องแสงสีเลือดจ้องมองตรงมาที่เซนด้วยรังสีอำมหิต "เจอตัวแล้ว... ผู้ถือครองศัสตรานิรันดร์" เสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกดังลอดออกมาจากหน้ากาก "ท่านผู้นำสั่งให้เก็บกวาดให้สิ้นซาก... ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้นจริง" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "วาเลนเทียอัศวินมืด" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%