ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 5

สายตาจากความมืด

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
ประกายแสงสีม่วงเข้มจากดาบสั้นในมือของนักฆ่าปริศนาสะท้อนเข้ากับม่านตาของผมจนรู้สึกแสบขัด กลิ่นไอความตายและไอน้ำมันเวทมนตร์ราคาถูกลอยคละคลุ้งปะปนไปกับฝุ่นละอองในสนามฝึกซ้อมร้างแห่งนี้ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิติดลบในชั่วพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท "ถอยไปข้างหลัง... เซน" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นของอาจารย์เอลาร่าดังขึ้นข้างกาย ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวขึ้นมาบังหน้าผมไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ว่าในอดีตเธอจะสูญเสียพลังเวทไปจนหมดสิ้นและถูกตราหน้าว่าเป็น 'อาจารย์ขยะ' ของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แต่แผ่นหลังที่ตั้งตรงและดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความคมกริบของนักวิชาการผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน นักฆ่าในชุดคลุมสีดำสนิทไม่ได้พุ่งเข้ามาทันที เขายังคงรักษาระยะห่างพร้อมกับหมุนดาบสั้นในมือเล่นอย่างใจเย็น ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทจ้องมองทะลุผ่านพวกเราไป—เป้าหมายของมันไม่ใช่ชีวิตของเราในตอนนี้ แต่เป็นวัตถุรูปร่างประหลาดที่ส่งเสียงหึ่งๆ อยู่ในมือของผม ดาบศัสตรานิรันดร์... ศัสตราเวทที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของสถาบัน "ฉลาดใช้ได้นี่ เด็กน้อย... รู้ตัวไหมว่าแกกำลังถืออะไรอยู่" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสีดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ด "ของแบบนั้นไม่ควรอยู่ในมือของเด็กกะโหลกกะลาที่ยังเช็ดขี้ไกลไม่แห้ง ส่งมันมาให้ฉันซะดีๆ แล้วฉันจะละเว้นหัวของพวกแกเอาไว้" ผมกัดฟันกรอด ความรู้สึกโกรธเคืองแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ไสยเวทในร่างกายเริ่มปั่นป่วนตอบสนองต่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่มือของผมยังคงกำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว "ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะครับ?" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว พร้อมกับกวาดสายตาสำรวจรอบด้านอย่างรวดเร็ว ไม่มีทางที่คนๆ นี้จะหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเข้ามาได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า... มีคนวงในคอยเปิดทางให้ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของผมพร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่กระพริบเตือนรัวเร็วอีกครั้ง [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบเจตంటฆ่าระดับสูง] [ผู้ใช้กำลังเผชิญหน้ากับ: หน่วยเงาทมิฬ (สังกัดไม่ทราบฝ่าย - เชื่อมโยงกับสภาบริหารระดับสูง)] [คำแนะนำจากระบบ: หลีกเลี่ยงการปะทะตรงหน้า ใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวและทฤษฎีเวทมนตร์ของอาจารย์เอลาร่าเพื่อสร้างเส้นทางหนีทีไล่] ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อาจารย์เอลาร่าก็ขยับตัว เธอไม่ได้หยิบไม้เท้าเวทมนตร์ขึ้นมา เพราะเธอรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์ แต่เธอกลับก้มลงหยิบก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมาสามก้อนด้วยความรวดเร็วเหลือเชื่อ "เซน... มุมสิบนาฬิกา เสาหินต้นที่สาม แรงดันเวทของมันกำลังจะหมดสภาพ ใช้เวทลมผลักฐานเสาให้ล้มลงตอนนี้!" เอลาร่าสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับผู้บัญชาการสนามรบ ผมไม่ต้องคิดซ้ำสอง พลังเวทธาตุลมที่ถูกฝึกฝนมาอย่างยากลำบากถูกรีดเร้นออกมาจากจุดศูนย์กลางความรู้สึก พุ่งผ่านปลายนิ้วไปกระทบเข้ากับฐานเสาหินเก่าแก่อย่างแม่นยำ เสียงหินแตกดังสนั่นหวั่นไหว เสาหินขนาดใหญ่ถล่มลงมาขวางกั้นระหว่างเรากับนักฆ่าปริศนาทันที กลุ่มฝุ่นตลบอบอวลบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นสิ่งใด "หนี!" เอลาร่าคว้าข้อมือของผมแล้วออกวิ่งสุดกำลัง เราพุ่งตัวเข้าไปในซอกตึกแคบๆ ของอาคารเรียนเก่าที่ถูกปล่อยร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่อับสัญญาณเวทมนตร์และอยู่นอกเหนือสายตาของกล้องวงจรปิดเวทมนตร์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงไล่ตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นักฆ่าคนนั้นไม่ได้ถูกเสาหินหยุดไว้ได้นานอย่างที่คิด พลังเวทของเขาสูงส่งเกินกว่าที่เด็กนักเรียนปีหนึ่งอย่างพวกเราจะรับมือไหวในยามนี้ เราวิ่งลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งทางข้างหน้ากลายเป็นทางตัน กำแพงอิฐสูงชันปิดตาย ไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกแล้ว "แย่แล้วครับอาจารย์ ทางตัน!" ผมหันไปมองหน้าเธอ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าของอาจารย์สาว แต่แววตาของเธอกลับปราศจากความตื่นตระหนก เธอยังคงจ้องมองไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ เบื้องหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ "ไม่ใช่ทางตัน... เซน" เอลาร่ายิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ดูงดงามและน่าหลงใหลท่ามกลางสถานการณ์ความเป็นความตาย "มันคือห้องทดลองลับใต้ดินที่ถูกลืมต่างหาก ใช้ดาบของเธอ... แทงลงไปที่รอยต่ออิฐตรงนั้น" เธอนิ้วชี้ไปยังตำแหน่งที่ดูเผินๆ ก็เป็นแค่กำแพงธรรมดา ผมลังเลอยู่เสี้ยววินาที แต่ความเชื่อใจที่มีต่ออาจารย์สาวทำให้ผมตัดสินใจเงื้อดาบศัสตรานิรันดร์ขึ้นฟ้า แล้วแทงลงไปที่จุดนั้นอย่างเต็มแรง! *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีทองสว่างวาบตัดกับความมืดมิด แรงระเบิดเบาๆ ผลักร่างของเราให้ร่วงหล่นลงไปในความมืดเบื้องล่าง พื้นดินใต้เท้าทรุดตัวลงกลายเป็นอุโมงค์ลับเวทมนตร์ที่ไร้ก้นบึ้ง เสียงกรีดร้องของลมที่ตีสวนขึ้นมาทำให้ผมต้องคว้าเอวของเอลาร่าเข้าหากลายเป็นการโอบกอดเพื่อป้องกันแรงกระแทก พวกเราดิ่งพสุธาลึกลงไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดที่ปกคลุม แต่ก่อนที่สติจะหลุดลอยไปกับความเร็วในการร่วงหล่น แสงไฟสีฟ้าอ่อนจากคบเพลิงเวทมนตร์โบราณก็สว่างขึ้นเองโดยอัตโนมัติเผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่เต็มไปด้วยตำราโบราณและกลไกจักรกลเวทมนตร์ที่กำลังทำงานส่งเสียงดังฮึ่มฮั่ม และที่กลางห้องนั้น... มีร่างของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างรอคอยการมาเยือนของเราอยู่บนเก้าอี้โยกไม้เก่าๆ เงาร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา ชายชราในชุดคลุมนักเวทระดับสูงสัญลักษณ์รูปตาชั่งไขว้—ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของคณะกรรมการวินัยสูงสุดแห่งสถาบัน—กำลังแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "ยินดีต้อนรับสู่ 'บททดสอบที่แท้จริง' นะ... ผู้ถือครองดาบต้องสาปทั้งสองคน" ชายชราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ฉันรอพวกเธอมานานเหลือเกิน..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เปิดเผยนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%