"ถอนคำพูดเสีย... ถ้าไม่อยากให้อาจารย์ผู้ไร้ค่าของเจ้าต้องอับอายไปมากกว่านี้"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของ ‘เรย์มอนด์’ บุตรชายขุนนางตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูงดังสะท้อนก้องไปทั่วลานฝึกซ้อมกลางแจ้ง สายตาของบรรดานักเรียนปีหนึ่งนับร้อยชีวิตต่างจับจ้องมาที่จุดเดียวกัน บางคนมองด้วยความสมเพช บางคนมองด้วยความเวทนา แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือความสะใจที่ได้เห็นเด็กหนุ่มทุนการศึกษาอย่าง ‘เซน’ และอาจารย์สาวผู้ไร้พลังอย่าง ‘เอลาร่า’ กลายเป็นตัวตลกของสถาบัน
เซนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าอาจารย์สาว แผ่นหลังของเขาแผ่ซ่านความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนระอุไม่ใช่เพราะความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นความเดือดดาลจากความไม่ยุติธรรม เอลาร่าในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่ากำลังก้มหน้าลงเล็กน้อย เส้นผมสีเงินยวงปรกใบหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ร่างกายที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตบัดนี้ไร้ซึ่งพลังเวทหลงเหลือ เป็นเพียงเป้านิ่งให้พวกสุนัขป่ารุมทึ้งทางวาจา
"แกพูดว่าอะไรนะ เรย์มอนด์" เซนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นเยียบ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขัน แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่คนคุ้นเคยกับเขาจะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังอดทนถึงขีดจำกัดแล้ว
"ข้าบอกว่า... อาจารย์ของเจ้ามันก็แค่เศษสวะที่เกาะสถาบันกินไปวันๆ ถ้าไร้พลังเวทแล้ว ไฉนจึงยังหน้าด้านสอนคนอื่นอยู่ได้เล่า?" เรย์มอนด์ยักไหล่ ท่าทางเย่อหยิ่งทอดสายตามองลงมาเบื้องล่างด้วยความเหยียดหยาม พร้อมกับควงไม้เท้าเวทมนตร์หัวคริสตัลสีฟ้าเข้มในมืออย่างเหนือกว่า "ถ้าเจ้าอยากปกป้องศักดิ์ศรีของนางนัก ก็มาลองพิสูจน์สิ... ในการประลองกระชับมิตรตัวต่อตัว ถ้าเจ้าชนะ ข้าจะกราบขอขมาอาจารย์ของเจ้าต่อหน้าทุกคน แต่ถ้าเจ้าแพ้ ทั้งเจ้าและนางต้องก้มหัวให้ข้าตลอดปีการศึกษา กล้าพอไหมล่ะ เจ้าดาบไร้ค่า"
บรรยากาศรอบลานฝึกเงียบกริบลงทันที เสียงลมหายใจของฝูงชนดูจะแผ่วเบาลงไปถนัดตา
เซนไม่ได้ตอบรับทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองอัจฉริยะกำลังประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว เรย์มอนด์ไม่ได้เก่งกาจแค่คำพูด เวทมนตร์สายฟ้าวงกว้างระดับสามที่อีกฝ่ายครอบครองเป็นของจริง แถมยังมีอุปกรณ์เวทมนตร์เสริมพลังระดับสูงคอยหนุนหลังอยู่ การจะเอาชนะด้วยดาบศัสตรานิรันดร์ที่ยังปลดผนึกไม่เต็มที่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทว่า... ในสายตาของเซน ศักดิ์ศรีของเอลาร่าไม่ใช่สิ่งที่เอามาเดิมพันเล่นๆ
"เซน... พอเถอะ" เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบามาจากด้านหลัง มือเรียวเล็กที่ไร้ซึ่งออร่าเวทมนตร์เอื้อมมาจับชายเสื้อผ้าของเขาไว้ เอลาร่าเงยหน้าขึ้นมองลูกศิษย์ด้วยแววตาไหววูบ ความห่วงใยฉายชัดในดวงตาสสีเทาน้ำเงินคู่นั้น "เจ้าไม่ต้องเอาอนาคตมาเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระแบบนี้... ข้าชินแล้ว"
เซนหันกลับไปมองอาจารย์สาว รอยยิ้มอบอุ่นและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน เขากลับเอื้อมมือไปกุมมืออันเย็นเฉียบของอาจารย์ไว้เบาๆ
"อาจารย์ครับ... ท่านสอนผมเสมอว่า ดาบที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาในร่างกาย แต่วัดกันที่เจตจำนงของผู้ถือครอง" เซนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นก้องกังวานพอให้คนรอบข้างได้ยิน "วันนี้... ขอให้ผมได้ใช้สิ่งที่อาจารย์สั่งสอนมา ปกป้องเกียรติของอาจารย์บ้างนะครับ"
หัวใจของเอลาร่ากระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกที่ด้านชามาเนิ่นนาน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม และพบแต่ความมุ่งมั่นที่บริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความกลัวใดๆ
"ตามใจเจ้า..." อาจารย์สาวหลบสายตาเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่น แต่ในใจกลับมีความหวังริบหรี่จุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
"ตกลง ข้ารับคำท้า" เซนหันกลับมาเผชิญหน้ากับเรย์มอนด์อีกครั้ง ร่างกายผ่อนคลายลงแต่สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มพิกัด มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามดาบข้างเอว "แต่เปลี่ยนกติกาเล็กน้อย... การประลองครั้งนี้ จะไม่มีการยั้งมือ"
เรย์มอนด์แค่น "ปากดีนัก! อยากเจ็บตัวเร็วสินะ"
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศเริ่มการประลองจากกรรมการสนาม เรย์มอนด์ไม่รอช้า เขาควงไม้เท้าวงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าปรากฏขึ้นใต้เท้าถึงสามชั้น ประกายสายฟ้าสีขาวโพลนพวยพุ่งออกมาจากปลายไม้เท้าเสียงดังเปรี๊ยะปร๊ะ อากาศรอบตัวสั่นสะเทือนด้วยแรงดันมานาที่กดทับจนเหล่านักเรียนปีหนึ่งต้องถอยร่นไปด้านหลัง
"รับไปซะ! หอกอัสนีคำราม!"
สายฟ้าพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาเซนด้วยความเร็วสูงราวกับลูกธนูมรณะ แสงสว่างวาบสะท้อนบนใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเซน พร้อมกับหน้าต่างระบบสนับสนุนที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[ระบบสนับสนุนอัศวิน: ตรวจพบภัยคุกคามระดับกลาง]
[วิเคราะห์จุดอ่อนเป้าหมาย: มานาของเรย์มอนด์กระจายตัวหนาแน่นเกินไปที่จุดศูนย์กลาง การโจมตีต่อเนื่องจะทำให้แกนเวทมนตร์เกิดภาวะโอเวอร์โหลดชั่วขณะ (0.5 วินาที)]
[คำแนะนำ: ใช้ทักษะ 'ก้าวพริบตาอัศวิน' หลบมุมองศา 45 องศา แล้วสวนกลับด้วยการสะสมพลังจิตที่คมดาบ]
รอยยิ้มมุมปากของเซนผุดขึ้นอีกครั้ง สมองทำงานประสานกับคำแนะนำของระบบอย่างสมบูรณ์แบบ
ในเสี้ยววินาทีที่หอกอัสนีพุ่งเข้ามาใกล้จนเส้นผมของเซนปลิวไสว ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภาพลวงตา!
*ตูมมม!*
พื้นสนามหญ้าบริเวณที่เซนยืนอยู่เมื่อครู่ระเบิดออกเป็นหลุมลึก เศษดินและหินกระจายไปทั่ว เรย์มอนด์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "หายไปไหนวะ?!"
"ทางนี้ต่างหากครับ คุณชายเรย์มอนด์"
เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหู ขนทั่วร่างของเรย์มอนด์ลุกชันขึ้นทันที เขารีบหันกลับไปพร้อมกับกางบาเรียเวทมนตร์ป้องกันตัวอัตโนมัติ แต่ทว่า... มันช้าไปเสี้ยววินาที
เซนปรากฏตัวขึ้นด้านข้างในมุมอับสายตา ดาบศัสตรานิรันดร์ในมือไม่ได้ถูกชักออกจากฝักทั้งหมด แต่ปลายคมดาบที่โผล่พ้นฝักออกมาเพียงนิดเดียวกลับเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ พร้อมกับพลังจิตมหาศาลที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะจากการตวัดดาบเพียงครั้งเดียวส่งคลื่นกระแทกสะท้อนออกไปเป็นวงกว้าง บาเรียเวทมนตร์ระดับสามของเรย์มอนด์แตกละเอียดราวกับกระจกเปราะบาง แรงอัดกระแทกซัดร่างของเรย์มอนด์จนปลิวถอยหลังไปไกลหลายเมตร ก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาหินสนามฝึกจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
ความเงียบสงัดปกคลุมลานฝึกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหนุ่มทุนการศึกษาผู้ใช้ดาบไร้ชื่อจะสามารถเอาชนะคุณชายตระกูลใหญ่ผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์สายฟ้าได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
เซนเก็บดาบเข้าฝักอย่างนุ่มนวล เขาเดินเข้าไปใกล้เรย์มอนด์ที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะย่อตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบคม
"คำพูดที่ดูถูกอาจารย์ของผม... หวังว่าจะไม่หลุดออกมาจากปากท่านอีกนะครับ"
เรย์มอนด์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจและอับอาย แต่แรงกดดันจากเซนทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงเถียง
เซนหันหลังกลับเดินตรงไปยังจุดที่เอลาร่า站อยู่ อาจารย์สาวยืนนิ่งค้าง ดวงตาคู่สวยมองลูกศิษย์หนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งทึ่ง ซาบซึ้ง และภาคภูมิใจอย่างที่สุด
เซนโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ ก่อนจะส่งยิ้มสดใสให้เธอ "ภารกิจปกป้องเกียรติของอาจารย์... สำเร็จลุล่วงด้วยดีครับ"
เอลาร่ายกมือขึ้นปิดปากเล็กน้อย ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้มานานหลายปี รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอาจารย์สาว เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เซนเคยเห็นมาในชีวิต
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะอบอวลไปด้วยความประทับใจนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือสถาบันเวทมนตร์ที่เคยแจ่มใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา!
เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนขนาดยักษ์กำลังก่อตัว แรงกดดันมหาศาลชนิดที่ทำเอาทุกคนในลานฝึกทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามกึกก้องเสียดแก้วหู ดังสะเทือนมาจากหอคอยโบราณต้องห้ามใจกลางสถาบัน หอคอยที่ถูกผนึกไว้ด้วยอักษรเวทมนตร์โบราณมานานนับร้อยปี และในวินาทีต่อมา ประตูเหล็กกล้าหนาเตอะของหอคอยนั้นก็ระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาที่ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด!
[คำเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]
[ตรวจพบการตื่น 0f 'ราชันย์อสูรบรรพกาล' ภัยพิบัติที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ กำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่คุณยืนอยู่...]
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เปิดเผยนี้นะครับ
ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง•ตอนที่ 7
การประลองกระชับมิตร
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทสยบฟ้ากับอาจารย์สาวผู้ไร้พลัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!