เสียงปรบมือเยาะเย้ยถากถางดังระเบิดขึ้นในห้องประชุมใหญ่ของตึกแกรนด์ทาวเวอร์ ชั้นสี่สิบ ทว่ามันกลับถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ประตูลิฟต์หน้าห้องประชุมค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างของชายผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ ริน กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยแววตานิ่งสนิทราวกับมองฝุ่นผงบนพื้นถนน โดยมีมินตราเดินเคียงข้างมาด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าของหญิงสาวเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าขวางทาง
"โอ้ ดูนั่นสิ... นึกว่าใครที่ไหน ไอ้อดีตพนักงานกระจอกที่โดนไล่อציออกไปเพราะทำบริษัทเจ๊ง" เสียงของ 'ภาคภูมิ' ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจดังขึ้นขัดจังหวะ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหนาของเขา ภาคภูมิเป็นชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ เขายืนกอดอกพิงโต๊ะประชุมตัวยาวด้วยท่าทีเหนือกว่า สายตาที่มองรินเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "แกเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าเดินเหยียบเข้ามาที่นี่? หรือว่าเงินก้อนสุดท้ายหมด จนต้องมาขอทานพวกฉันกินกันแน่?"
เสียงหัวoเราะเยาะดังขึ้นจากเหล่าคณะกรรมการและพนักงานเลียแข้งเลียขาที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ หลายคนส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์มายังรินราวกับเขากับมินตราเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารังเกียจ
รินไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ชายหนุ่มล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะไทเทเนียมแท้ขึ้นมาควงเล่นอย่างสบายอารมณ์ แสงไฟในห้องประชุมสะท้อนกับพื้นผิวโลหะเกิดเป็นประกายวาววับที่บาดตาผู้พบเห็น
"ความกล้าหรือครับ?" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานก้องไปทั่วห้อง "ผมไม่ได้เอาความกล้ามาหรอกครับ... แต่ผมเอาเงินมาซื้อตึกนี้ต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงหัวเราะในห้องก็ดังลั่นยิ่งกว่าเดิม ภาคภูมิถึงกับหัวเราะจนตัวโยン เขาชี้หน้ากร่างใส่รินด้วยความสมเพช
"ฮ่าๆๆ! สมองกระทบกระเทือนจนเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วมั้งไอ้ริน! ตึกแกรนด์ทาวเวอร์มูลค่าหลายพันล้านแห่งนี้ เจ้าของคือบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ และพวกเราก็เช่าพื้นที่ชั้นนี้ในราคาเดือนละหลายล้านบาท! แก... คนที่เคยเป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือนหลักหมื่น จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อตึกนี้? อย่ามาทำเป็นตลกในงานประชุมระดับพรีเมียมแบบนี้เลย ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนหัวพวกแกออกไป!"
มินตราขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องมองภาคภูมิด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาไม่แพ้กัน หญิงสาวรู้ดีว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเธอนี้ไม่ได้เป็นเพียงพนักงานตกงานคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้นที่ตื่นขึ้นในมือของรินเมื่อวันก่อน ได้เปลี่ยนฐานะของเขาให้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจการเงินที่ทรงพลังที่สุดในโลกเบื้องหลังไปเสียแล้ว
รินไม่สนใจเสียงเห่าหอนของสุนัขรับใช้เหล่านั้น เขายกสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้าเรียบเฉย นิ้วเรียวยาวกดเข้าไปในแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกที่เชื่อมต่อกับระบบลับของเขาโดยตรง หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือที่เป็นตัวเลขจำนวนมหาศาลจนแทบจะล้นจอ—ตัวเลขที่ต่อให้เอาบริษัทของภาคภูมิมายำรวมกันสิบรอบก็ยังซื้อไม่ได้
"ไม่เชื่ออย่างนั้นหรือครับ?" รินเงยหน้าขึ้นสบตากันตรงๆ น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นจนภาคภูมิรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "งั้นเรามาลองพิสูจน์กันดูไหมล่ะครับ ว่าระหว่างปากดีๆ ของคุณ กับอำนาจเงินของผม... อันไหนมันจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน"
รินส่งสัญญาณมือให้มินตรา หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เธอนำเอกสารสัญญาเช่าพื้นที่และเอกสารติดต่อตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ระดับมหภาคที่เตรียมมา ออกมาจากกระเป๋าเอกสารหนังแท้ วางลงบนโต๊ะประชุมตรงหน้าภาคภูมิอย่างนุ่มนวล แต่เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบที่จู่ๆ ก็ปกคลุมห้องประชุม
ภาคภูมิขมวดคิ้วแน่น เขาก้มลงมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความระแวง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "เอกสารปลอมๆ แบบนี้ คิดว่าจะเอามาหลอกใครได้? แกคิดว่าทำตัวเป็นพวกมิจฉาชีพสวมรอยแล้วฉันจะกลัวเรอะ?"
"ผมไม่ได้ให้คุณกลัวครับ..." รินก้าวเข้าไปใกล้ภาคภูมิทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขากดดันบรรยากาศรอบตัวให้ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนเหล่าคณะกรรมการที่เคยส่งเสียงหัวเราะต่างพากันหุบปากเงียบและถอยร่นโดยไม่รู้ตัว "ผมกำลังจะบอกคุณว่า... สัญญาเช่าที่พวกคุณกำลังภาคภูมิใจนักหนาน่ะ มันหมดอายุลงตั้งแต่วินาทีที่ผมเซ็นสัญญาซื้อขายตึกนี้เสร็จสิ้นแล้วต่างหาก"
รินยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู เปิดลำโพงให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน
[เรียนท่านประธานผู้ถือหุ้นใหญ่สูงสุด...] เสียงปลายสายดังขึ้นด้วยความนอบน้อมและตื่นตระหนก เป็นเสียงของประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหาฯ เจ้าของตึกแกรนด์ทาวเวอร์ตัวจริง [ทางเราได้รับการโอนเงินจำนวนเต็มจำนวนห้าพันล้านบาทเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วครับ! ตึกแกรนด์ทาวเวอร์ทั้งตึก รวมถึงกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทั้งหมด ได้กลายเป็นของท่านอย่างสมบูรณ์แบบตามกฎหมายแล้วครับท่าน!]
เสียงรายงานนั้นดังลั่นไปทั่วห้องประชุม เงียบกริบ... ไร้ซึ่งเสียงหายใจ
ใบหน้าที่เคยยโสโอหังของภาคภูมิซีดเผือดลงทันที สีเลือดบนใบหน้าของเขาหายวับไปกับตา ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"เป็น... เป็นไปไม่ได้..." ภาคภูมิพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว "แก... แกเป็นใครกันแน่? แกเอาเงินมาจากไหนตั้งห้าพันล้าน?!"
รินหยุดยืนตรงหน้าภาคภูมิ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเหลือเพียงแค่คืบเดียว รินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของชายผู้เคยเหยียดหยามเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ
"จำคำพูดที่แกเคยบอกฉันตอนที่โดนไล่ออกได้ไหมครับ... ว่าคนไร้ค่าอย่างฉัน ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีวันเหยียบขึ้นมาถึงจุดนี้ได้" รินผกายรอยยิ้มเยือกเย็นออกมา "วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาถามคุณกลับบ้าง... ภาคภูมิ... ระหว่างผมที่มีปัญญาซื้อตึกทั้งตึก เพื่อไล่สุนัขอย่างแกออกไป กับแกที่ต้องมานั่งคุกเข่าขอร้องให้ฉันต่อสัญญาเช่า... ใครกันแน่ครับ... ที่ไร้ค่าอย่างแท้จริง?"
ภาคภูมิเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นห้องประชุมเสียงดัง **"ตุบ!"** ต่อหน้ารินและมินตราอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป มือทั้งสองข้างสั่นระริกพยายามจะเอื้อมไปควชายเสื้อของรินเพื่อขอความเมตตา
"ท่านริน... ผม... ผมผิดไปแล้ว! ได้โปรดเมตตาผมด้วย อย่าเพิ่งไล่พวกเราออกเลยนะครั—"
รินยกมือขึ้นปัดมือของภาคภูมิออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปหากรรมการคนอื่นๆ ที่ตอนนี้ต่างพากันหน้าซีดตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
"ผมให้เวลาพวกคุณเก็บของออกจากตึกนี้ภายในสิบนาทีนี้ครับ..." รินกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไร้ซึ่งความปราณี "ไม่อย่างนั้น... ผมจะสั่ง รปภ. โยนพวกคุณลงไปจากชั้นสี่นี้เอง"
ทันทีที่พูดจบ รินก็กดปุ่มตัดสายโทรศัพท์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างต่อเนื่องเพื่อยืนยันความสำเร็จในการครอบครองสินทรัพย์มูลค่ามหาศาล ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรินกลับดังแทรกขึ้นมาด้วยเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีการบันทึกชื่อ
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายหนุ่มกดรับสายโดยไม่ลังเล และทันทีที่ปลายสายเอ่ยประโยคแรกออกมา รอยยิ้มเย็นเยียบของเขาก็ต้องชะงักค้าง ร่างทั้งร่างนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาที่คุ้นเคยจากอดีตชาติที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว—
*[แกคิดจริงๆ หรือวะไอ้ริน... ว่าเกมนี้มันจบลงแค่นี้?]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ!
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 9
ใครกันแน่ที่ไร้ค่า?
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!