ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 10

อำนาจเงินคือของจริง

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
"แกคิดจริงๆ หรือวะไอ้ริน... ว่าเกมนี้มันจบลงแค่นี้?" เสียงเย้ยหยันผ่านหน้าจอโทรศัพท์ยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ แต่สำหรับรินในเวลานี้ เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงหริ่งเรไรที่กำลังจะถูกบดขยี้ด้วยส้นรองเท้าหนังราคาแพง เอกสารกองโตนับร้อยหน้าถูกวางลงบนโต๊ะไม้สักทองในห้องรับรองของสำนักงานกฎหมายระดับท็อปของประเทศ เสียงกระดาษเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับสายตาของทนายความหนุ่มใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและค่าตัวแพงลิบลิ่ว เขากำลังกวาดสายตามองเอกสารหลักฐานในมือด้วยความสนใจระคนทึ่ง "คุณรินครับ... หลักฐานชุดนี้" ทนายความหนุ่มนามว่า 'ธนา' เงยหน้าขึ้นมองลูกค้าหนุ่มด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากทีแรกที่มองว่าเป็นเพียงเหยื่อรายหนึ่งในสังคม ตอนนี้เขากลับมองรินราวกับกำลังจ้องมองสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่ถูกสร้างขึ้นจากความแค้นและเม็ดเงินมหาศาล "เส้นทางการเงิน บันทึกการสนทนา หลักฐานการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน และการปล่อยข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียง... ทั้งหมดนี่แน่นหนาจนผมบอกได้คำเดียวว่า พวกมันไม่มีทางดิ้นหลุดแม้แต่ตัว 0.01 เปอร์เซ็นต์เดียวครับ" รินยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมเข้มของอาราบิก้าชั้นดีไม่ได้ทำให้ใจของเขาสสงบลง แต่มันช่วยขับเน้นความเยือกเย็นในอกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านไออุ่นของกาแฟไปยังกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าเบื้องล่าง โลกใบนี้มันก็เป็นเช่นนี้... ยามที่นายไร้ค่า แม้แต่สุนัขข้างถนนยังเมินหน้าหนี แต่ยามที่นายกุมอำนาจและเม็ดเงินไว้ในมือ แม้แต่ผู้พิพากษาก็พร้อมจะฟังเสียงกระซิบของนายด้วยความเคารพ "ผมไม่ได้ต้องการแค่ให้พวกมันแพ้คดีครับคุณธนา" รินวางถ้วยลง เสียงกระทบกับจานรองดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับทรงพลังจนทนายธนาต้องกลืนน้ำลาย "ผมต้องการให้พวกมันสูญสิ้นทุกอย่าง สูญเสียแม้กระทั่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และคุกเข่าร้องขอความเมตตาต่อหน้าผม... ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ไม่ใช่ปัญหา สำคัญแค่ว่า ใช้เวลานานแค่ไหน?" ธนากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างปิดไม่มิด เมื่อนึกถึงตัวเลขค่าจ้างก้อนโตที่เพิ่งโอนเข้าบัญชีของสำนักงานเมื่อไม่กี่นาที "สำหรับผม... เงินสดสามสิบล้านที่ถูกโอนเข้ามาล่วงหน้า บวกกับอำนาจศาลที่ผมสามารถขับเคลื่อนได้ทันที... พรุ่งนี้เช้า หมายศาลชุดแรกจะไปเคาะประตูบ้านพวกมัน พร้อมกับข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เรียกค่าเสียหายรวมย่อยยับจนชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาใช้คืนครับ" ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักขนาดเล็กในอพาร์ตเมนต์เก่าๆ บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่ตัดกับความโหดร้ายในโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มินตรากำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมเอกสารการสมัครงานใหม่ แม้รินจะบอกหลายครั้งแล้วว่าเธอไม่ต้องทำงานอีกต่อไป เพราะเขาสามารถเลี้ยงดูเธอได้ด้วยเงินในระบบเทพเจ้าที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด แต่หญิงสาวก็ยังคงยืนยันที่จะมีคุณค่าในแบบของตัวเอง รินที่เพิ่งกลับมาถึงก้าวเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างแผ่วเบา ใบหน้าคมซบลงที่ลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย "เหนื่อยไหมครับ" เสียงทุ้มกระซิบข้างหู มินตราสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง เธอยิ้มบางๆ แล้วหันกลับมาใช้มือเรียวลูบแก้วสากของชายหนุ่ม "ฉันไม่เหนื่อยเลยค่ะริน... แต่ฉันเป็นห่วงคุณ คุณใช้เงินไปมากมายขนาดนั้นกับการฟ้องร้องพวกนั้น มันคุ้มค่าจริงๆ หรือคะ? ปล่อยพวกมันไปตามเวรตามกรรมไม่ได้หรือ" รินสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มืออุ่นกุมมือเรียวของเธอขึ้นมาจูบเบาๆ ความแข็งกร้าวในดวงตาเมื่อครู่ละลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มีให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว "โลกนี้ไม่มีคำว่าเวรตามกรรมหรอกครับที่รัก มีแต่ 'ความแค้นที่ต้องชำระด้วยดอกเบี้ย' เท่านั้น" รินเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น "พวกมันเหยียดย่ำหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรีของคุณและผมมาตลอดหลายปี วันนี้... ถึงเวลาที่พวกมันต้องจ่ายคืนเป็นร้อยเท่า" ก่อนที่มินตราจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของรินก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนจากธนาคาร แต่เป็นระบบเกมต่างโลกที่เขาผูกติดไว้ หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับข้อความตัวอักษรที่ทำให้รินต้องหรี่ตาลง [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ S "การล้างบางมดปลวก" เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ] [เป้าหมาย: กลุ่มทุนและอดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยทรยศท่าน] [สถานะปัจจุบัน: หมายศาลส่งถึงมือเป้าหมาย 3 รายแรกเรียบร้อยแล้ว ความตื่นตระหนกกำลังกัดกินจิตใจพวกมัน] [ของรางวัลพิเศษปลดล็อก: บัตรอภิสิทธิ์สีดำสนิทไร้ขีดจำกัด (Infinite Black Card) เวอร์ชันอัปเกรด - สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ระดับโลกได้ทันที] รินมองหน้าจอโฮโลแกรมนั้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น เขารู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น ทว่า ในขณะที่รินกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะขั้นแรก เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก *ปัง! ปัง! ปัง!* ตามมาด้วยเสียงทุบและเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดที่คุ้นหูอย่างยิ่ง "ไอ้ริน! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้ไอ้ขยะ! แกกล้าดียังไงส่งหมายศาลมาฟ้องพวกกูวะ!" เสียงนั้นคือเสียงของ 'ชาติชาย' อดีตหัวหน้างานจอมเผด็จการที่เคยเตะโด่งรินออกจากบริษัทอย่างไร้เยื่อใย รินหันไปมองหน้าประตูช้าๆ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก ขณะที่มินตรามีสีหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รินยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าไม่ต้องกลัว ก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบกระเป๋าเงินหนังแท้ราคาแพงขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วก้าวเข้าไปใกล้ประตูห้องที่กำลังถูกทุบทำลายอย่างบ้าคลั่ง มือหนาเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูออกอย่างไร้ความลังเล แสงไฟจากทางเดินสาดส่องกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของชาติชายและสมุนอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านนอก ทว่า ทันทีที่ชาติชายเงยหน้าขึ้นสบตากับรินที่ยืนสงบนิ่งราวกับพญายม ชายวัยกลางคนก็ชะงักก้างค้าง ราวกับถูกน้ำแข็งสาดซัดเข้ากลางกระบาล เมื่อเห็นเครื่องแต่งกายราคาแพงระยับและแววตาที่ทรงอำนาจผิดหูผิดตาของคนที่เคยเป็นแค่ลูกน้องกระจอกๆ คนนั้น "ไงครับ... หัวหน้าชาติชาย" รินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก "ดูท่าทางร้อนรนแบบนี้... หมายศาลของผมคงไปถึงมือคุณเร็วกว่าที่คิดสินะครับ?" ชาติชายหน้าซีดเผือก อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าสั่นเทาด้วยความตกตะลึง ก่อนที่รินจะยื่นนามบัตรสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟวิบวับเข้าไปจ่อตรงหน้าผากของอีกฝ่าย พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวหน้าเก่าของเขาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที "ถ้ายังไม่พอใจกับหมายศาล... เชิญโทรหาทนายของผมได้เลยนะครับ เพราะวงเงินในบัตรใบนี้... ซื้อชีวิตพวกแกได้ทั้งบริษัทเลยล่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%