"เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นร้อยละเจ็ดสิบห้า... จะถูกโอนย้ายมาเป็นของตระกูลวรโชติภายในเที่ยงวันนี้อย่างแน่นอนครับท่านประธาน"
เสียงรายงานจากปลายสายของทนายความประจำตระกูลดังลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานหรูหรา ภายในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลใหญ่โตระดับประเทศ บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโลภและความมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูล
"ดีมาก... จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้ไอ้เด็กสร้างภาพนั่นมันทันตั้งตัว"
ชัยยุทธ วรโชติ ปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงด้วยท่าทีผู้ชนะ เขากวาดสายตามองหน้าบรรดากรรมการบริษัทและญาติสนิทที่ต่างพากันหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ แผนการฮุบกิจการสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ที่รินสร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและมันสมองกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า สำหรับพวกเขาแล้ว รินก็เป็นเพียงแค่อดีตพนักงานกระจอกๆ ที่บังเอิญจับพลัดจับผลูสร้างนวัตกรรมขึ้นมาได้ แต่ไร้ซึ่งเส้นสายและอำนาจทางการเงิน การจะบดขยี้มดปลวกตัวหนึ่งให้จมดิน จึงเป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องประชุม มินตรา หญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและคู่ชีวิตของริน กำลังยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอกเมื่อได้ยินแผนการชั่วช้าที่พวกมันกำลังร่วมมือกันปล้นชิงหยาดเหงื่อแรงกายของชายคนรักอย่างหน้าด้านๆ
"พวกคุณทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ!" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความสั่นเทา ดวงตากลมโตจ้องมองกลุ่มคนผู้ทรงอิทธิพลด้วยความเดือดดาล "กิจการนั่นรินเขาทุ่มเทสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว พวกคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมันด้วยซ้ำ!"
ชัยยุทธแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาใกล้มินตราด้วยท่าทีคุกคาม สายตาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน
"สิทธิ์งั้นเหรอแม่หนู? ในโลกธุรกิจนี้... อำนาจและเงินตราต่างหากคือสิทธิ์ที่แท้จริง" ชายวัยกลางคนโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แฟนของเธอมันก็แค่ไอ้ขยะไร้ค่าคนหนึ่ง ต่อให้เก่งกาจแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีเงินค้ำจุน สุดท้ายก็ต้องก้มหัวให้พวกเราอยู่ดี... ถ้าไม่อยากให้ชีวิตของพวกเธอต้องพังพินาศไปมากกว่านี้ ก็เซ็นเอกสารยินยอมสละสิทธิ์นี่ซะดีๆ"
มินตราสะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ แม้ในใจจะหวาดกลัวต่ออิทธิพลมืดของตระกูลนี้ แต่สายตาของเธอกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่มีวันยอมจำนนอย่างเด็ดขาด
"ฝันไปเถอะ..." มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้ "รินเขาไม่ใช่คนเดิมที่พวกคุณจะรังแกได้ตามอำเภอใจอีกต่อไปแล้ว!"
"ปากดีนักนะ!" กรรมการอีกคนตบโต๊ะเสียงดังลั่น "คิดว่าแค่หมายศาลหรือทนายกระจอกๆ จะช่วยพวกเธอได้งั้นรวด? หึ... เที่ยงนี้ บริษัทของพวกเธอจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าอย่างสมบูรณ์แบบ!"
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้าประตูห้องประชุมใหญ่
*ปัง!*
ประตูบานคู่ไม้มะฮอกกานีถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ แรงกระแทกนั้นทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปอย่างประณีต ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสุขุม เยือกเย็น และเปี่ยมไปด้วยออร่าอันทรงพลังที่กดดันให้คนทั้งห้องต้องหายใจไม่ทั่วท้อง
ริน...
ชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดมองรอบห้อง แววตานั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก แต่กลับซ่อนเร้นพายุอารมณ์ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าเอาไว้ได้อย่างน่ากลัว มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจและโล่งอกในคราวเดียวกัน เธอรีบวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มทันที รินส่งยิ้มอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นให้เธอ พร้อมกับยกมือขึ้นโอบไหล่บางไว้เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณว่า *'ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ทุกอย่างจะปลอดภัย'*
ชัยยุทธขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ เขาจำหน้าไอ้เด็กหนุ่มคนนี้ได้แม่น ชายหนุ่มที่เขาเพิ่งจะเหยียบย่ำไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
"แก... กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในนี้!" ชายวัยกลางคนตะคอกเสียงดังลั่น "รปภ.! อยู่ไหน! ลากคอมันออกไปเดี๋ยวนี้!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากภายนอก... มีเพียงความเงียบงันที่น่าประหลาดใจ รินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังจะมาเก็บเกี่ยววิญญาณ
"เรียก รปภ. ของพวกคุณอยู่เหรอครับ?" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มลึกก้องกังวานไปทั่วห้อง "เกรงว่าตอนนี้... พวกเขาคงกำลังยุ่งอยู่กับการเซ็นเอกสารลาออก และเตรียมตัวตกงานพร้อมกับคดีอาญาข้อหาสมรู้ร่วมคิดแล้วล่ะครับ"
"แกพูดบ้าอะไรของแก!" ชัยยุทธหน้าถอดสีเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาฟอร์มเอาไว้ได้
รินไม่ตอบคำถาม เขาหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะโยนมันลงบนกลางโต๊ะประชุมกระจกใส หน้าจอนั้นฉายภาพถ่ายของเอกสารลับทางบัญชีและการทุจริตของตระกูลวรโชติทุกบรรทัด พร้อมกับตัวเลขบัญชีธนาคารที่ถูกอายัดแบบเรียลไทม์
"พวกคุณคงคิดสินะครับว่า ตระกูลวรโชติมีอิทธิพลมากพอที่จะฮุบทุกอย่างในประเทศนี้ได้ตามอำเภอใจ..." รินก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้โต๊ะประชุม สายตากวาดมองหน้าทุกคนทีละคน "น่าเสียดายจริงๆ... ที่พวกคุณดันประเมิน 'ความร่ำรวย' ของผมต่ำเกินไป"
[แจ้งเตือนจากระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น: ตรวจพบความพยายามในการฮุบกิจการโดยกลุ่มบุคคลภายนอก]
[ดำเนินการตอบโต้: ทำการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลวรโชติในตลาดหลักทรัพย์สำเร็จ 100%]
[สถานะปัจจุบัน: ท่านได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและมีอำนาจสิทธิ์ขาดสูงสุดในกลุ่มบริษัทวรโชติโฮลดิ้ง เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของริน ทำให้เขายิ่งเหยียดยิ้มกว้างขึ้นไปอีก
"เช็คดูโทรศัพท์ของพวกคุณสิครับ..." รินกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เยือกเย็นเสียจนกระดูกสันหลังของทุกคนในห้องเยียบเย็น "ว่าตอนนี้... บริษัทที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนา มันยังเป็นของพวกคุณอยู่หรือเปล่า"
สิ้นคำพูดนั้น โทรศัพท์มือถือของกรรมการหลายคนในห้องก็เริ่มส่งเสียงดังระรัวพร้อมกันราวกับนัดหมาย เสียงแจ้งเตือนสายด่วนจากธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ดังระระงม ชัยยุทธรีบหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรสีแดงฉานแจ้งเตือนว่า *'บัญชีถูกระงับ หุ้นทั้งหมดร่วงหล่นถึงขีดจำกัด และอำนาจบริหารถูกถอดถอนโดยผู้ถือหุ้นรายใหม่'*
"มะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไง!" ชัยยุทธหวีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ใบซีดเผือดไร้สีเลือด เขาลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "แก... แกทำอะไรกับบริษัทของฉัน!"
รินยืนกอดอกมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปราณี เขาขยับตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของชายผู้เคยยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
"ผมไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ..." รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด "ผมก็แค่วิเคราะห์ราคาของพวกคุณ... แล้วก็ซื้อกิจการทั้งหมดของพวกคุณด้วยเงินสด... เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นเองครับ"
ดวงตาของชัยยุทธเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขาทรรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้องประชุมที่ได้แต่ยืนแข็งค้าง ทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ที่พลิกผันราวกับพลิกฝ่ามือ
มินตรามองแผ่นหลังอันอบอุ่นและมั่นคงของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ความทุกข์ยากที่เคยร่วมฝ่าฟันกันมานับไม่ถ้วน บัดนี้มันถูกชดเชยด้วยความยิ่งใหญ่ที่รินมอบให้จนหมดสิ้น
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนพูดไม่ออก เสียงแจ้งเตือนระบบปริศนาดังขึ้นอีกครั้งในห้วงความคิดของริน พร้อมกับภารกิจใหม่ที่ถูกปลดล็อกขึ้นอย่างกะทันหัน
[ภารกิจลับระดับ S: กวาดล้างรากฐานตระกูลวรโชติให้ราบคาบ]
[เงื่อนไข: บีบให้ผู้นำตระกูลเซ็นเอกสารยอมจำนนและย้ายทรัพย์สินทั้งหมดเข้าสู่บัญชีของท่านภายใน 24 ชั่วโมง]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ไม่มี... เพราะระบบจะไม่ยอมให้ผู้เป็นนายต้องพ่ายแพ้เด็ดขาด]
รินหรี่ตามองร่างของชัยยุทธที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่รอยยิ้มอันทรงเสน่ห์แต่เย็นชาจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง
ชายหนุ่มหยพัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไร้ขีดจำกัดออกมาถือไว้ในมือ หมุนเล่นเบาๆ พลางเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
"ถ้ายังไม่พอใจกับผลลัพธ์ตอนนี้... เชิญโทรหาทนายของผมได้เลยนะครับ" รินก้มมองชัยยุทธที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าด้วยสายตาเหนือกว่า "เพราะวงเงินในบัตรใบนี้... ซื้อชีวิตพวกแกทั้งตระกูล... ได้สิบชาติเลยล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มาโดยตลอดนะครับ!
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 11
แผนการร้ายของตระกูลดัง
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!