ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 8

เกมธุรกิจเริ่มต้น

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
"คุณพูดว่าอะไรนะริน ซื้อ... ซื้อหมดเลยงั้นเหรอ?" เสียงของประธานชัย The Legend Corporation สั่นระรอกจนเกือบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยในวันวาน บัดนี้ซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเส้นผมชุ่มโชก ดวงตาเบิกโพ้งมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงตัวเลขสถานะทางการเงินของบริษัท ซึ่งกำลังถูกรีเซ็ตสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดอย่างเลือดเย็น ผมส่งยิ้มบางๆ ให้กับชายแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามผมไว้สารพัด รอยยิ้มนี้ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกไปจนบรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ลดฮวบลงหลายองศา "ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะครับท่านประธานชัย" ผมก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมกระจกนิรطةราคาแพง ปลายรองเท้าหนังขัดเงาหยุดลงตรงหน้าเขาพอดี "ตึกนี้ หนี้สินทั้งหมดห้าร้อยล้านที่บริษัทคุณกู้ยืมมา และหุ้นสามัญแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในมือผู้ถือหุ้นใหญ่... ตอนนี้ ถูกโอนมาเป็นชื่อของผม 'ผู้กล้าตกอับ' คนนี้เรียบร้อยแล้วครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับป่าช้า บรรดาบอร์ดบริหารที่เคยนั่งไขว่ห้างทำหน้าดูถูกเหยียดหยามผมในวันเซ็นสัญญาโปรเจกต์นรกเมื่อหกเดือนก่อน บัดนี้ต่างก้มหน้าคุดคู้อยู่กับโต๊ะ ไม่มีใครกล้าสบตาผมสักคนเดียว ความพ่ายแพ้ ความอับอาย และความกลัว กำลังกัดกินขั้วหัวใจของพวกมันทีละนิด ผมไม่ได้สนใจพวกสุนัขรับใช้เหล่านั้น สายตาของผมเหลือบไปมองร่างบางของมินตรา หญิงสาวคนเดียวที่นั่งเคียงข้างผม เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้าหวานสะสวยประดับด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจที่ซ่อนความอ่อนล้าจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผมมานานนับปีไว้ภายใต้แววตากล้าหาญ มือเรียวบางเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทของผมไว้เบาๆ เป็นเชือกใยบางๆ ที่ดึงสติผมให้อยู่กับความเป็นจริง ว่าต่อให้ผมจะมีระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้นอยู่ในมือ แต่มินตรานี่แหละ คือความร่ำรวยที่แท้จริงที่สุดในชีวิตของผม "เหนื่อยไหมครับคนดี" ผมกระซิบถามเสียงนุ่ม พลางยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ มินตราส่ายหัวเล็กน้อย รอยยิ้มของเธองดงามยิ่งกว่าเพชรเม็ดใดในโลก "ไม่เลยค่ะ... อ่า ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก... ไม่เลยครับริน ตั้งแต่มีคุณอยู่เคียงข้าง ผมไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด" เธอยิ้มขำให้กับความเผลอตัวของตัวเองจนผมอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มตาม "แก... แกทำได้อย่างไรกัน! เงินก้อนโตขนาดนั้น... ระบบฟอกเงินที่ไหนจะบ้าบิ่นกล้าโอนให้แกภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีแบบนี้!" ประธานชัยตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูดโปนขมับ ดวงตาสดใสของเสนาบดีแห่งวงการธุรกิจสั่นระริกด้วยความเคียดแค้น ชายแก่พยายามคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเพื่อโทรหาทนายความส่วนตัว แต่ทว่า... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวของผมดังขึ้น ขัดจังหวะความดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของศัตรู [ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามติดต่อบุคคลภายนอกเพื่อขัดขวางกระบวนการซื้อกิจการ] [ระบบทำการแทรกแซงและบล็อกสัญญาณการสื่อสารของเป้าหมายทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ] [โบนัสพิเศษ: "เผด็จศึกเด็ดขาด" ถูกปลดล็อก! มอบเงินสดเข้าบัญชีสำรองอีก 1,000 ล้านบาท!] มุมปากของผมกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย โลกใบนี้มันช่างหมุนเร็วจริงๆ เมื่อมีเงินตราค้ำคอ "ไม่ต้องพยายามหาทางหนีหรอกครับท่านประธานชัย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "บริษัทที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและความโลภของพวกคุณ กำลังจะกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม และเริ่มศักราชใหม่ภายใต้ชื่อของผม... มินตรา กรุ๊ป" คำว่า 'มินตรา กรุ๊ป' หลุดออกจากปากผม ทำให้หญิงสาวข้างกายถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอมองหน้าผมนิ่ง คล้ายอยากจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง แต่ผมกลับใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากอิ่มสวยนั้นเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "ของขวัญชิ้นนี้... ผมมอบให้คุณนะครับมินตรา" ผมกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและจริงจังที่สุดในรอบหลายปี มินตราเม้มปากแน่น ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความตื้นตัน เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ความยากลำบาก การถูกดูถูกเหยียดหยาม การกินมาม่าประทังชีวิตในห้องเช่าแคบๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพความทรงจำเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาในหัวราวกับภาพยนตร์สอดประสาน แต่วินาทีนี้... มันถูกชำระล้างด้วยอำนาจและเกียรติยศที่ผมหยิบยื่นให้เธอด้วยสองมือนี้เอง "ไอ้... ไอ้เด็กเวร! แกคิดว่าซื้อหุ้นแล้วจะจบงั้นเหรอ?" ประธานชัยหัวoเราะลั่นอย่างคนเสียสติ น้ำลายกระเด็นเปรอะเปื้อนคาง "แกไม่มีวันบริหารบริษัทนี้รอดหรอก! หนี้สินก้อนโต ลูกค้าเก่าที่พร้อมใจกันแคนเซิลออเดอร์ และพนักงานครึ่งบริษัทที่จะลาออกตามฉัน... แกจะเอาปัญญาที่ไหนมาพยุงซากปรักหักพังนี้!" เสียงโวยวายของชายแก่ดังสะท้อนไปทั่วห้องประชุม แต่มันกลับไม่สร้างความระคายผิวให้ผมเลยแม้แต่น้อย ผมหันกลับไปมองหน้าเขา ชemตาคมกริบกวาดมองประธานบริษัทผู้พ่ายแพ้ด้วยความสมเพชเวทนา "คุณคิดผิดแล้วล่ะครับชัย..." ผมก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นอายของความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวผมจนชายแก่ต้องถอยหลังกรูด "ลูกค้าที่แคนเซิลเหรอครับ? ผมซื้อบริษัทคู่แข่งของพวกเขาทั้งหมดแล้ว และบังคับให้พวกเขากลับมาเซ็นสัญญาใหม่ด้วยราคาที่สูงกว่าเดิมสามเท่า... ส่วนพนักงานที่จะลาออก?" ผมหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา กดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะโชว์หน้าจอให้ประธานชัยดู บนหน้าจอแสดงรายชื่ออีเมลลาออกจากบริษัทเก่าเพื่อย้ายมาซบตัก 'มินตรา กรุ๊ป' ด้วยเงินเดือนและสวัสดิการที่สูงลิ่ว ซึ่งส่งตรงเข้ามานับร้อยฉบับในเวลาไล่เลี่ยกัน รายชื่อเหล่านั้นคือหัวกะทิ หัวใจหลักของ The Legend Corporation ทั้งสิ้น! "พนักงานเก่งๆ เขาไม่เลือกจมอยู่กับเรือที่กำลังจะจมและกัปตันที่ไร้สมองหรอกครับ... เขาก็แค่วิ่งเข้าหาคนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าเท่านั้นเอง" ผมพูดเบาๆ แต่บาดลึกถึงกระดูกดำ หน้าของประธานชัยเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาว เขาล้มทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ประชุม ร่างกายสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์แบบ เกมธุรกิจที่เขาภูมิใจนักหนา ถูกเด็กหนุ่มที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นแค่ขยะสังคม พลิกกระดานและตบหน้าจนคว่ำไม่เป็นท่าภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะเอ่ยประโยคปิดฉากชีวิตนักธุรกิจจอมปลอมของชายแก่คนนี้ ทว่า... *พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!* เสียงใบคอปเตอร์ขนาดมหึมาแผดเสียงคำรามก้องกังวานมาจากด้านนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ แรงลมมหาศาลพัดปะทะกระจกจนเกิดเสียงสั่นระรอก บรรดาบอร์ดบริหารต่างพากันแตกตื่นลุกขึ้นมองออกไปด้านนอกด้วยความตกใจ ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ดาดฟ้าของตึก ซึ่งควรจะว่างเปล่าในเวลานี้ กลับมีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันลำใหญ่บินลงมาจอดสนิทอย่างอสง่าผ่าเผย สัญลักษณ์รูปตราอินทรีทองคำสลักอยู่ข้างลำตัวเครื่องบินลำนั้น... มันไม่ใช่ของใครที่ไหนเลย แต่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศที่แม้แต่ประธานชัยยังไม่เคยมีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง! ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวลงมา พร้อมกับบอดี้การ์ดสวมแว่นดำอีกนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวลงมาอย่างเป็นระเบียบ มินตราขมวดคิ้วแน่น หันมามองผมด้วยความประหลาดใจ "ริน... นั่นใครกัน? คุณไม่ได้บอกผมว่าจะมีแขกคนอื่นมาร่วมประชุมด้วยนี่คะ?" ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอ นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่กำลังเดินตรงมายังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นมายังชั้นนี้ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของผมอีกครั้ง เพราะในระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น ไม่ได้มีแค่ฟังก์ชันซื้อกิจการ... แต่มันยังมีภารกิจลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเทคโอเวอร์ครั้งนี้ด้วย *ติ๊ง!* เสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในบทนี้ พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏตรงหน้าผม [ภารกิจลับระดับ S: ต้อนรับ "ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง" ของตระกูลอภิมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมประเทศ] [บุคคลปริศนาที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องนี้... คือผู้มีพระคุณ หรือคือศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบทุกอย่างไปจากคุณกันแน่?] ประตูลิฟต์หน้าห้องประชุมค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างของชายผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ผู้กล้าตกอับ" นะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%