กลิ่นไอน้ำมันเครื่องและฝุ่นผงของย่านโกดังร้างปลายเขตเมืองลอยอบอวลปะปนกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืน ร่างของชายฉกรรจ์สربعةคนนอนโอครวญครั่งอยู่บนพื้นคอนกรีต ประตูรถยนต์หรูฝั่งที่มินตรานั่งถูกปิดล็อกสนิทตามคำสั่งเด็ดขาดของริน สายตาของเขายังคงจดจ้องไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า—ตึกสำนักงานชั่วคราวของ "กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ" คู่ปรับทางธุรกิจที่ใช้เล่ห์กลสกปรกแย่งชิงสยามเกมเวอร์ชันเบต้าไปจากมือเขาเมื่อหลายเดือนก่อน
"มินตรา อยู่ในรถ อย่าเพิ่งไปไหนเด็ดขาด"
รินเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง "ผมต้องไปเคลียร์ ‘ขยะ’ ที่บังอาจมาล้ำเส้นซะหน่อย"
ประตูรถฝั่งคนขับปิดลงพร้อมเสียงทุบกระจกเบาๆ จากความเป็นห่วงของหญิงสาว รินไม่ได้หันกลับไปมอง เขารู้ดีว่ามินตราคือน้ำทิพย์หนึ่งเดียวในโลกที่เน่าเฟะใบนี้ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ใครก็ตามที่บังaาญแตะต้องชีวิตของเธอ หรือแม้แต่ทำให้รอยยิ้มของเธอดับลง... พวกมันต้องชดใช้ด้วยความพินาศย่อยับ
ก้าวเท้าเดินผ่านกองเหล็กสนิมสร้อย รินปลดกระดุมเสื้อสูทออกเล็กน้อย มือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทสัมผัสกับความเย็นเฉียบของบัตรสีดำสนิท—"ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น" ไม่ได้ประทานแค่ตัวเลขในบัญชีที่ไร้ขีดจำกัด แต่มันมอบอำนาจในการซื้อ "จิตวิญญาณ" ของมนุษย์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความโลภและความสิ้นหวัง
ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังถูกถีบเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงโลหะกระแทกผนังดังสนั่นก้องกังวาน เรียกสายตาทุกคู่ของคนที่อยู่ข้างในให้หันมามองเป็นตาเดียว
"เฮ้ย! แกเป็นใครวะ... ไอ้ริน?"
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากปากของ "ชัยยุทธ" หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ ชายวัยกลางคนผู้มีแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วจนถึงมุมปาก เขากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ล้อมรอบด้วยลูกน้องอีกเกือบสิบคนที่ถือท่อเหล็กและไม้หน้าสาม
รินกวาดสายตามองบรรยากาศภายในห้อง สมุดบัญชีลับ จอคอมพิวเตอร์ที่เปิดข้อมูลโครงการเกม และซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะ—หลักฐานทั้งหมดที่พวกมันใช้บีบบังคับบริษัทเก่าของเขาปรากฏเด่นชัด
"ตกใจอะไรกันครับ ชัยยุทธ" รินเดินสาวเท้าเข้าไปช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตาย "ผมแค่มารับของที่ควรจะเป็นของผมคืน... และก็มาดูหน้าพวกสุนัขรับจ้างที่คิดว่าตัวเองฉลาดนัก"
"ไอ้เด็กเวร! แกยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกเรอะ!" ชัยยุทธลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังสนั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "บริษัทแกมันเจ๊งไปแล้ว! ผลงานวิจัยชิ้นนั้นเป็นของนายใหญ่กู! ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่างไร้ค่า ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่กูจะสั่งให้ลูกน้องหักขาแกเป็นท่อนๆ!"
รินหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงสามก้าว เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความโกรธแค้นเจือปน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อดิ้นรนในกรง
"หักขาผม?" รินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "น่าสนใจดีครับ แต่ผมเกรงว่า... คนที่จะต้องคุกเข่าขอร้องในวันนี้ จะไม่ใช่ผม"
เขายื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟนีออนออกมาวาง "แปะ" ลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงเสียงดังฟังชัด
ลูกน้องรอบห้องหัวเราะเยาะออกมาพร้อมกัน คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคงสติหลุดไปแล้ว ถึงได้เอาบัตรเครดิตธรรมดามาขู่คนนับสิบ
"อะไรวะ เอาบัตรเอทีเอ็มมาโชว์? คิดว่าจะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลี้ยงพวกกูรึไงไอ้กระจอก!" ลูกน้องคนหนึ่งก้าวออกมาพร้อมเงื้อท่อเหล็กขึ้นหมายจะฟาด
"เดี๋ยวก่อน" ชัยยุทธยกมือห้ามลูกน้อง สายตาของเขาเพ่งมองไปยังตัวบัตรสีดำที่มีลวดลายอักษรนูนต่ำสีทองคำบริสุทธิ์ สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวของนักธุรกิจสีเทาบอกว่า บัตรใบนี้ไม่ใช่บัตรธรรมดา ไม่มีธนาคารไหนในประเทศออกบัตรที่มีเนื้อสัมผัสและประกายแสงแบบนี้
รินดึงเก้าอี้ตัวใกล้ที่สุดมานั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าที่นี่คือห้องนั่งเล่นในคฤหาสน์ของตนเอง ไม่ใช่รังของพวกอันธพาล
"ผมไม่ได้เอามาซื้อบะหมี่หรอกครับ ชัยยุทธ" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปยังชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังชัยยุทธ "แต่ผมเอามาซื้อ... พวกคุณทุกคน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ ก่อนที่ชัยยุทธจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "ซื้อพวกเรา? ฮ่าๆๆๆ! แกฝันไปรึเปล่าไอ้ริน? นายใหญ่กูจ่ายเงินเดือนพวกมันปีละหลายล้าน แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อวะ!"
รินไม่ตอบคำถาม เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา วางทับลงบนบัตรสีดำ พร้อมกับกดเปิดหน้าจอแอปพลิเคชันระบบพิเศษที่เชื่อมต่อกับกองทุนระดับโลกโดยตรง หน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือที่เป็นตัวเลขศูนย์เรียงรายจนแทบมองไม่เห็นจุดทศนิยม
"เงินเดือนปีละหลายล้านเหรอครับ?" รินเงยหน้าขึ้นมอง ชัยยุทธ "น่าสมเพชจังนะ... สำหรับค่าความจงรักภักดีที่ต่ำต้อยขนาดนั้น"
รินเลื่อนสายตาไปหยุดที่ "ชาติ" ชายหนุ่มร่างสันทัดผู้ทำหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์มือหนึ่งของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ มือขวาผู้กุมรหัสผ่านระบบเกมทั้งหมด ซึ่งยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่มุมห้อง รินจำได้ดี ชาติเคยเป็นรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยที่เขาเคยช่วยเหลือไว้หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็หักหลังเขาเพื่อเงินก้อนโตจากชัยยุทธ
"ว่าไงครับ ชาติ... จำผมได้ไหม?" รินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ชาติสะดุ้งเฮือก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า เขาขยับตัวอย่างอึดอัดภายใต้สายตาคุกคามของชัยยุทธ "พ... พี่ริน ผม... ผมไม่มีทางเลือก นายใหญ่บังคับผม..."
"ทางเลือกมีเสมอครับ ชาติ เพียงแต่นายเลือกเส้นทางที่คิดว่าจะได้ผลประโยชน์มากที่สุด" รินลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาชาติทีละก้าว "แต่ก็น่าเสียดายนะ... ที่นายดันประเมินมูลค่าของตัวเองต่ำเกินไป"
รินหยิบซองเอกสารจากมือชาติมาเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะโยนมันทิ้งลงพื้น "ข้อมูลโปรเจกต์นั่น... นายขายมันให้ชัยยุทธไปเท่าไหร่? สิบล้าน? หรือยี่สิบล้าน?"
ชาติหน้าซีดเผือด ไม่กล้าสบตา
รินหันกลับไปหาชัยยุทธ คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง
*ติ๊ด!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของชัยยุทธดังขึ้น ชัยยุทธขมวดคิ้วด้วยความฉงน ควักโทรศัพท์ออกมาดูตามสัญชาตญาณ ลูกน้องคนอื่นๆ ก็เริ่มหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเช่นกันเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนพร้อมเพรียงกันในห้อง
ดวงตาของชัยยุทธเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย จนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เมื่อกวาดสายตาอ่านตัวเลขยอดเงินฝากในบัญชีที่เพิ่งโอนเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
"นี่มัน... อะไรวะ..." ชัยยุทธพึมพำเสียงสั่น ร่างกายเริ่มสั่นเทาไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นความตื่นตระหนก "ห้าสิบล้าน... นี่มันเงินอะไรวะไอ้ริน!"
รินยิ้มเยาะ "โบนัสพิเศษครับ... สำหรับการตัดสินใจลาออกจากงานของพวกคุณทุกคน"
"แก... แกหมายความว่ายังไง!" ชัยยุทธตวาดลั่น หันไปมองลูกน้องรอบตัว
ทว่า บรรยากาศในห้องได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว บรรดาลูกน้องร่างยักษ์ที่เคยถือท่อเหล็กด้วยความดุดัน บัดนี้ต่างก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภและความลังเล ตัวเลขห้าสิบล้านสำหรับพวกมัน คือเงินที่ทำงานทั้งชีวิตก็ไม่มีทางหาได้
ชาติ โปรแกรมเมอร์มือหนึ่ง เป็นคนแรกที่ทนแรงกดดันไม่ไหว มือที่ถือมือถือสั่นเทารุนแรง เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"พี่ริน..." ชาติละล่ำละลัก "ถ้าผม... ถ้าผมเอาข้อมูลทั้งหมดคืนให้พี่ แล้วกลับไปทำงานกับพี่... เงินจำนวนนี้..."
"ยังเป็นของนายครับ ชาติ" รินตอบทันควัน น้ำเสียงหนักแน่น "แถมผมจะบวกให้อีกเท่าตัว ถ้าตอนนี้... นายช่วยจัดการ ‘เก็บกวาด’ ขยะชิ้นใหญ่บนโซฟานั้นให้พ้นทาง"
"ไอ้ชาติ! แกกล้าเรอะ!" ชัยยุทธแผดเสียงคำรามลั่น ชักปืนพกสั้นออกจากเอวเล็งตรงมาที่ชาติ "ไอ้ทรยศ กูเลี้ยงพวกแกมานะเว้ย!"
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นก้องโกดัง แต่กระสุนกลับไม่ได้พุ่งชนชาติ หากแต่เจาะทะลุกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจาย เพราะชาติอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งเข้าชาร์จชนร่างของชัยยุทธจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ลูกน้องอีกสามคนที่เหลือมองหน้ากันไปมา ชั่วพริบตาเดียว ความจงรักภักดีที่เคยมีก็พังทลายลงด้วยอำนาจของตัวเลขมหาศาลในบัญชี
พวกมันทิ้งท่อเหล็กในมือลงพื้นเสียงดังโครมคราม กรูเข้าไปช่วยกันรุมจับตัวชัยยุทธที่กำลังดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง เสียงร้องตะโกนด่าทอและเสียงชกต่อยดังระงมไปทั่วโกดัง มืดมน อลหม่าน และไร้ซึ่งเกียรติยศใดๆ ของกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ
รินยืนมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาหย็พบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีเทาจางๆ ออกมาท่ามกลางความโกลาหล
โลกใบนี้ยุติธรรมเสมอ... สำหรับคนที่มีเงินมากพอที่จะซื้อทุกสิ่ง
เมื่อเสียงการต่อสงบลง ชัยยุทธถูกกดให้นอนหมอบราบไปกับพื้นคอนกรีต สภาพยับเยิน เลือดกลบปาก ใบหน้าอัดแน่นด้วยความแค้นเคืองและหวาดกลัว ชาติยืนหอบหายใจโยนแฟลชไดรฟ์ข้อมูลทั้งหมดลงแทบเท้าของริน
"พี่ริน... ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ" ชาติเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ปานจะก้มกราบแทบเท้า
รินก้มลงเก็บแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ก่อนจะปรายตามองชัยยุทธที่พยายามเงยหน้าขึ้นส่งเสียงคำรามในลำคอ
"จำไว้นะครับชัยยุทธ..." รินก้มตัวลงกระซิบเบื้องหน้าชายผู้พ่ายแพ้ น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "อำนาจที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ว่าแกมีพวกมากแค่ไหน... แต่อยู่ที่ว่า ฉันสามารถซื้อหัวใจของพวกมันได้ด้วยเงินกี่บาทต่างหาก"
รินหมุนตัวเดินหันหลังให้ภาพความอัปยศเหล่านั้น ก้าวเท้าเดินออกจากโกดังร้างท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาบางเบา
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะเปิดประตูขึ้นรถเพื่อกลับไปหามินตรา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่กลับมีรหัสพื้นที่ที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—รหัสลับจากบริษัทแม่ระดับโลกที่เคยปฏิเสธเขาอย่างไรเยื่อใยเมื่อสามปีก่อน
รินกดรับสาย ชั่วพริบตานั้น เสียงทุ้มต่ำของผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศก็ดังลอดผ่านลำโพงเข้ามาโดยไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยทัก
*"คุณริน... ทางเราสนใจร่วมลงทุนในโปรเจกต์เกมของคุณ... ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณสะดวกคุยเรื่องตัวเลข ‘หนึ่งหมื่นล้าน’ เลยไหมครับ?"*
รินชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เกมกระดานนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มา ณ ที่นี้นะครับ)*
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 18
เจรจาด้วยเงินก้อนโต
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!