"ขอโทษนะครับ... พอดีผมไม่มีเวลามาฟังพวกสุนัขเห่าหอนแถวนี้หรอก"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ภายในโรงแรมระดับห้าดาวแห่งนี้ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความซิวิไลซ์และเสียงกระทบกันของแก้วคริสตัล แต่กลับไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังขึ้นมาสักคน สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ใจกลางห้อง ร่างกายในสูทราคาแพงที่ตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นออร่าความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจออกมาอย่างปิดไม่มิด
ตรงหน้าของรินคือ "กวิน" อดีตเพื่อนร่วมงานผู้เคยเหยียบย่ำเขาอย่างไร้ความปราณี และ "แพรว" หญิงสาวผู้เป็นอดีตแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปในวันที่เขาล้มละลาย ทั้งสองคนยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยาะเย้ยเช่นเมื่อครู่
ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที กวินเพิ่งจะประกาศกร้าวต่อหน้าเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนว่า รินเป็นเพียงแค่ไอ้ขยะไร้ค่าที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ด้วยซ้ำ แพรวเองก็เสริมทัพด้วยคำพูดดูถูกเหียดหยามว่าเธอคิดถูกแล้วที่เลือกทางเดินใหม่ ทว่าความมั่นใจเหล่านั้นพังทลายลงในพริบตา เมื่อเครื่องรูดบัตรสีดำสนิท—บัตรเครดิตระดับแบล็กการ์ดที่เชื่อมต่อกับระบบเทพเจ้า—ปรากฏข้อความยืนยันยอดเงินอันน่าตกตะลึง ยอดเงินที่สามารถซื้อโรงแรมแห่งนี้ได้ทั้งหลังโดยที่เจ้าของไม่ต้องคิดทวนซ้ำสอง
"แก... แกเอาเงินมาจากไหนวะไอ้ริน!" กวินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว ใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียด ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าเพื่อนร่วมรุ่นนับร้อยชีวิต "เงินปลอมใช่ไหม! แกใช้บัตรปลอมมาหลอกลวงที่นี่!"
รินเพียงแค่ปรายตามองอดีตเพื่อนร่วมงานด้วยหางตา ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนรองเท้าหนังราคาแพง เขายกมือขึ้นปัดปกเสื้อสูทเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปโอบไหล่บางของมินตรา—หญิงสาวผู้ยืนหยัดเคียงข้างเขาในวันที่มืดมนที่สุดในชีวิต รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของรินเมื่อยามที่เขามองเธอ แต่มันช่างเหน็บหนาวและไร้ความปราณีเหลือเกินเมื่อเขากลับมามองกวิน
"บัตรปลอมงั้นเหรอครับ?" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "ถ้าสมองของคุณมีรอยหยักมากพอ ก็น่าจะรู้ว่าโรงแรมในเครือข่ายระดับโลกแห่งนี้ ไม่มีทางรับบัตรปลอมเด็ดขาด... หรือว่าสมองของคุณมันเสื่อมสภาพไปพร้อมกับความอิจฉาริษยาที่สุมอยู่ในอกกันแน่ครับ กวิน"
คำพูดนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง กวินถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แพรวที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม เธอพยายามจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อกู้หน้า แต่มือของเอที่สั่นเทากลับทำให้ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าคำแก้ตัวใดๆ
"รินคะ..." มินตรากระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความห่วงใย เธอซบใบหน้าลงกับไหล่ของเขาเพื่อซ่อนรอยยิ้มแห่งความสะใจ "เรา... กลับกันเถอะค่ะ บรรยากาศตรงนี้มันเริ่มส่งกลิ่นเหม็นอับแปลกๆ แล้วล่ะ"
"ครับที่รัก เราจะกลับกันเธอนี่แหละครับ" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ช่างแตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งการผู้จัดการโรงแรมที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว "จัดการเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดซะ แล้วก็ช่วยกรุณาขับไล่พวกสุนัขจรจัดที่ไม่มีมารยาทเหล่านี้ออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของผมด้วย... ผมไม่อยากให้สายตาของพวกมันมาทำลายทัศนียภาพอันสวยงามของที่นี่"
"รับ... รับทราบครับท่าน! ทางเราจะจัดการให้ทันทีครับ!" ผู้จัดการโรงแรมละล่ำละลักตอบรับ แทบจะกราบกรานลงกับพื้นรองเท้าของรินด้วยความยำเกรง
รินจูงมือมินตราก้าวเดินผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้ด้วยความหวาดกลัวและตื่นตะลึง ทุกสายตาที่เคยใช้มองรินด้วยความดูถูกเหยียบหยามเมื่อครู่ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความอิจฉาริษยา ความหวาดผวา และความสำนึกเสียดายในโง่เขลาของตนเอง แพรวได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายคนที่เธอเคยทอดทิ้งด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า เธอย่อมรู้ดีที่สุดว่าในตอนนี้ รินได้กลายเป็นยอดมนุษย์ผู้กุมอำนาจที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไปแล้วชั่วชีวิต
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะก้าวพ้นประตูทางออกกระจกใสของห้องจัดเลี้ยง เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตึกสูงก็ดังขึ้นจากด้านนอก—*ครืนนนนน! คลืนนนนน!*—แรงลมมหาศาลพัดกระหน่ำจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน ผู้คนภายในงานต่างพากันแตกตื่นและยกมือขึ้นปิดหูกับเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับพายุเฮอร์ริเคนกำลังโหมกระหน่ำ
รินหยุดเดินเล็กน้อย เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนความหมายบางอย่างไว้ มินตราเงยหน้าขึ้นมองคนรักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยถามอะไร แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลทรงพลังก็สาดส่องทะลุกระจกเข้ามาภายในห้อง
บนดาดฟ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้... เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์สีดำด้าน ลายเส้นทองคำอร่ามตา ซึ่งปรากฏตราสัญลักษณ์ตระกูลผู้มั่งคั่งระดับโลก ค่อยๆ ลดระดับลงจอดอย่างสง่างามบนลานจอดฉุกเฉินเฉพาะกิจอย่างนิ่มนวล แรงลมจากใบพัดหยุดลงพร้อมกับการเปิดออกของประตูห้องโดยสารอย่างช้าๆ
ร่างของชายในชุดสูททหารรับจ้างระดับสูงก้าวลงมาโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม พร้อมกับผายมือเชิญไปยังเบื้องบน ท่ามกลางความตกตะลึงจนกรามค้างของแขกเหรื่อทุกคนในงานที่ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความช็อกตาค้าง
รินกระชับมือของมินตราให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและทรงพลัง
"ไปกันเถอะครับมินตรา... เครื่องบินส่วนตัวที่จะพาเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ รอเราอยู่บนนั้นแล้วครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 3
ตบหน้ากลางงานรุ่น
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!