แฟ้มเอกสารสีชาสี่สิบเจ็ดเล่มถูกกองเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยหนาเตอะ เสียงกระดาษพลิกดังสลับกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผมของประธานใหญ่แห่งตระกูลอัครเดชาโภคิน แม้ภายในห้องทำงานจะเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ที่ยี่สิบองศาเซลเซียส แต่ความหนาแน่นของแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทตรงข้ามโต๊ะ กลับทำให้บรรยากาศรอบกายร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง
“แก… แกคิดจะทำอะไรกันแน่ ริน”
เสียงของประธานชัย and อัครเดชาโภคิน สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางตามวัยจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลมูลค่าหุ้นของบริษัทที่กำลังดิ่งเหวอย่างต่อเนื่องจนเส้นกราฟกลายเป็นสีแดงฉานดึงดิ่งลงสู่ก้นเหวในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
รินไม่ได้ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวดั่งศิลปินเคาะลงบนพื้นโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ทว่ามั่นคง แววตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความสะใจ—มันคือสายตาของ “ผู้พิพากษา” ที่มองดูมดปลวกกำลังดิ้นรนก่อนถูกเหยียบให้จมดิน
“ผมไม่ได้จะทำอะไรมากหรอกครับท่านประธาน… แค่กำลังทวงคืนสิ่งที่พวกคุณเคยพรากไปจากคนของผมก็เท่านั้น”
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว รินเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินสติปัญญาของผู้อาวุโสตรงหน้าทีละน้อย
ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ในวันที่รินยังเป็นเพียงพนักงานระดับล่างสุดที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ไอ้ขยะเกาะผู้หญิงกิน” ตระกูลอัครเดชาโภคินเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาและมินตราไว้อย่างไร้ความปราณี วันนั้น… มินตราถูกตบหน้ากลางงานเลี้ยงบริษัทเพียงเพราะเธอปกป้องเขาจากการกลั่นแกล้งของทายาทสายตรงตระกูลนี้ รอยแดงบนแก้มเนียนนุ่มและหยาดน้ำตาที่รินไหลด้วยความคับแค้นใจในวันนั้น ยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของรินราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
แต่วันนี้… สถานะกลับตาลปัตร
ตั้งแต่ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในสมองของเขา พร้อมกับวงเงินในบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด อำนาจเงินตราได้กลายเป็นศาสตราวุธที่คมกริบที่สุดในโลกใบนี้ ตระกูลอัครเดชาโภคินที่เคยผูกขาดสัมปทานพลังงานและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ถูกรินกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดผ่านบริษัทนิติกรรมอำพรางในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนเดียว หนี้สินก้อนโตที่พวกเขาแอบกู้ยืมมาเพื่อค้ำจุนธุรกิจถูกรินกว้านซื้อต่อจากธนาคารจนหมดสิ้น และตอนนี้… เขาคือกรรมสิทธิ์ผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้มีสิทธิ์ขาดในการชี้นำความเป็นความตายของตระกูลนี้แต่เพียงผู้เดียว
“แก… แกมันปีศาจ! หุ้นทั้งหมดในมือพวกเราถูกอายัด… บัญชีธนาคารโดนฟรีซหมด นี่ฝีมือแกใช่ไหม!” ชายวัยกลางคนตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン
รินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเกรี้ยวกราด
“ปีศาจงั้นหรือครับ? น่าขันเสียจริง… ตอนที่พวกคุณรุมทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่มีทางสู้ ทำไมไม่คิดล่ะครับว่านั่นคือพฤติกรรมของอะไร?” รินวางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบกับโต๊ะดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของคนฟัง “ผมให้เวลาพวกคุณเก็บกระเป๋าออกจากคฤหาสน์หลังนั้นภายในเที่ยงวันนี้… ทรัพย์สินทั้งหมด รถหรู บ้านพักตากอากาศ และแหวนเพชรประจำตระกูล ถูกยึดเข้ากองทุนชดเชยความเสียหายเรียบร้อยแล้วครับ”
“แกไม่มีสิทธิ์! ฉันจะฟ้องศาล! ฉันจะฟ้องให้พวกแกติดคุกหัวโต!”
“เชิญตามสบายครับ” รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ “แต่อย่าลืมนะครับว่า ทนายความแถวหน้าของประเทศทั้งหิบสำนัก ตอนนี้เซ็นสัญญาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้ผมตลอดชีพไปเรียบร้อยแล้ว… โชคดีนะครับท่านประธาน”
รินหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย
บรรยากาศภายในรถยนต์ลีมูซีนหรูหราที่จอดรออยู่ด้านล่างเงียบสงบและอบอุ่นต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มินตรานั่งรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือ รอยยิ้มบางๆ ที่มอบให้รินคือสิ่งเดียวในโลกที่สามารถละลายความเยือกเย็นในหัวใจของชายหนุ่มคนนี้ให้มลายหายไปได้ทันที
“เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือคะ” มินตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยื่นทิชชูเปียกมาซับเหงื่อบริเวณขมับให้รินอย่างเบามือ
รินจับมือเรียวนนั้นไว้ แนบแก้มลงกับฝ่ามืออุ่นๆ ของเธอ ดวงตาที่เคยคมปลาบดุดันอ่อนแสงลงทันตาเห็น “เรียบร้อยแล้วครับที่รัก… ไม่มีใครหน้าไหนกล้าทำร้ายคุณได้อีกแล้ว นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป”
มินตราซบหน้าลงกับไหล่กว้างของริน ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดในอดีตมลายหายไปสิ้น เธอกระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา “ขอบคุณนะคะริน… ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด”
รินกอดกระชับร่างบางเข้ามาแนบกาย สายตาคมกอดมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกห่างจากตึกสำนักงานใหญ่ของศัตรู
ทว่า… ในขณะที่รถลีมูซีนกำลังจะเลี้ยวออกสู่ถนนใหญ่ หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของรินก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างรุนแรง
เบอร์โทรศัพท์ปริมาณไม่ปรากฏหมายเลข ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาผ่านระบบเข้ารหัสลับระดับทหาร:
*[เป้าหมายรายต่อไป: ตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล้มละลายของบริษัทพ่อแม่คุณเมื่อสิบปีก่อน พร้อมเคลื่อนไหวแล้ว — ต้องการให้หักบัญชีวงเงินเท่าไหร่ดีครับ นายท่าน?]*
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขากดเปิดระบบปลดล็อกหน้าจอด้วยลายนิ้วมือ พร้อมกับกดปุ่มยืนยันคำสั่งซื้อทันที…
**[ติ๊ง! ยืนยันการทำธุรกรรมมูลค่า 10,000,000,000 บาท ผ่านบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดสำเร็จ — เริ่มต้นกระบวนการซื้อกิจการข้ามชาติในอีก 3 วินาที]**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับความเด็ดขาดของรินในตอนนี้นะครับ
---
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 24
การตัดสินใจครั้งใหญ่
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!