"เซ็นชื่อตรงนี้... แล้วไสหัวออกไปจากชีวิตของฉันซะ ริน"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ ‘พงศธร’ อดีตผู้บริหารหนุ่มผู้เรืองอำนาจ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของริน ราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำด้วยใบมีดสนิม แม้ก้าวแรกที่เขาเหยียบลงบนแผ่นดินบ้านเกิด จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเกลียดชังที่คุกรุ่นในอก แต่ทว่า ในวินาทีนี้... รอยยิ้มเยือกเย็นกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ขยะสังคม’
ภายในห้องรับรองพิเศษระดับวีไอพีของสนามบินนานาชาติ รินนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว สูทผ้าขนสัตว์อิตาลีตัดเย็บพิเศษรับกับเรือนร่างสมส่วน นาฬิกาข้อมือเรือนหรูสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทุกอากัปกิริยาแผ่รังสีของความมั่งคั่งและอำนาจที่ไม่อาจประเมินค่าได้
ข้างกายของเขาคือมินตรา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ หญิงผู้ยอมกอดคอร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาในวันที่ในกระเป๋าไม่มีแม้แต่เศษเหรียญจะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มือเรียวบางของเธอกำลังรินชาเขียวอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบด้วยความนุ่มนวล แม้ในแววตาของเธอจะยังหลงเหลือร่องรอยความกังวลจากอดีตอันโหดร้าย แต่เมื่อเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก ความหวาดกลัวเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปสิ้น
"มือสั่นนิดหน่อยนะครับ คนดี..." รินเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของเธอไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านไปถึงหัวใจของหญิงสาว
"มินแค่... ยังไม่อยากเชื่อเลยค่ะ... เอ๊ย... มินหมายถึง... ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยค่ะริน ว่าพวกเรามายืนอยู่จุดนี้ได้จริงๆ" มินตราเกือบเผลอหลุดปากใช้น้ำเสียงคุ้นเคย แต่รินก็ไม่ได้ถือสา เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะบีบมือเธอกระชับขึ้น
"นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ มินตรา... สิ่งที่พวกมันเคยพรากไปจากเรา ทั้งหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และศักดิ์ศรี ผมจะทวงคืนมันกลับมาให้หมด... พร้อมกับดอกเบี้ยที่พวกมันไม่มีปัญญาจ่าย"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตาของรินเพียงผู้เดียว
[ยินดีต้อนรับท่านผู้ถือบัตรดำระดับพระเจ้า!]
[เงื่อนไขการเช็กอินประจำวันสำเร็จ: พื้นที่เป้าหมาย "เขตเศรษฐกิจใจกลางมหานคร"]
[ระบบดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์สินทรัพย์เสร็จสิ้น... ปัจจุบันท่านคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ย่านการค้า อาคารพาณิชย์ และคฤหาสน์หรู "The Grand Zenith" มูลค่ารวมสุทธิ 12,500 ล้านบาทอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย!]
[เอกสารสิทธิ์ โฉนดที่ดินดิจิทัล และกุญแจรีโมท ได้ถูกบรรจุลงในช่องเก็บของมิติเรียบร้อยแล้ว]
รินกะพริบตาช้าๆ ตัวเลขมูลค่าหมื่นล้านไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเหมือนคนไร้รากอีกต่อไปแล้ว เงินจำนวนนี้สำหรับเขาในตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่ "กระสุนดินปืน" ชุดแรกที่จะใช้ถล่มอาณาจักรจอมปลอมของพวกตระกูลใหญ่ให้พินาศย่อยยับคามือ
"มีอะไรหรือเปล่าคะริน สีหน้าคุณดู..." มินตราเอ่ยถามด้วยความสังเกตเห็นประกายแสงวับวับในดวงตาของชายหนุ่ม
"ไม่มีอะไรครับ... แค่คิดว่า วันนี้อากาศที่นี่เหมาะกับการไปเยี่ยมเยียน 'เพื่อนเก่า' เสียหน่อย" รินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสะบัดชายเสื้อสูทเล็กน้อย ก่อนจะผายมือให้หญิงสาว "ไปกันเถอะครับ คุณผู้หญิง... ไปดูซิว่า เจ้าของย่านการค้าคนใหม่ ควรจะเริ่มต้นทวงหนี้จากตรงไหนก่อนดี"
รถลิมูซีนสีดำสนิทไร้รอยขีดข่วนจอดเทียบรออยู่ที่ทางออกพิเศษ ทันทีที่ทั้งสองก้าวขึ้นไปนั่ง ประตูรถก็ปิดสนิทลงพร้อมกับระบบปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากสนามบินมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง มุ่งตรงไปยังย่านธุรกิจที่แพงที่สุดและพลุกพล่านที่สุดของมหานครแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบัน... ผืนแผ่นดินใต้ล้อรถยนต์คันนี้ทั้งหมด ตกเป็นของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างมองวิวทิวทัศน์ข้างทางอย่างใจเย็นแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
ณ ใจกลางย่านการค้า "เดอะ แกรนด์ เซนิท" (The Grand Zenith) อาคารระฟ้าสูงเสียดฟ้าสถาปัตยกรรมโมเดิร์นล้ำสมัย ตึกรูปทรงไขว้ที่ประดับด้วยกระจกนิรภัยสะท้อนแสงอาทิตย์จนระยิบระยับ ที่นี่คือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทอสังหาริมทรัพย์และห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ตระกูล ‘เศรษฐวรกุล’ ของพงศธรครอบครองอยู่
รินก้าวลงจากรถลิมูซีน โดยมีบอดี้ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสี่คนที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้กรูเข้ามาโค้งคำนับต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ภาพลักษณ์ของชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียบย่ำ บัดนี้กลายเป็นมหาเศรษฐีลึกลับผู้ทรงอิทธิพลที่ดึงดูดสายตาของคนเดินถนนให้ต้องเหลียวหลังมองด้วยความทึ่ง
"เชิญครับนายท่าน..." หัวหน้าบอดี้ชายฉกรรจ์เอ่ยด้วยความเคารพสูงสุด
รินพยักหน้ารับน้อยๆ เขาเดินเคียงคู่มากับมินตราที่สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมพรางใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง แม้เธอจะตื่นเต้นกับบรรยากาศรอบตัว แต่การได้เดินเคียงข้างรินในสถานที่ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยแม้แต่จะเงยหน้ามองยังไม่กล้า มันทำให้หัวใจของเธอพองโตอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อทั้งสองเดินก้าวผ่านประตูอัตโนมัติเข้าสู่โถงต้อนรับหลักของห้างสรรพสินค้าหรู แรงกดดันจากบรรยากาศรอบตัวก็พุ่งสูงขึ้นทันที ร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลกเรียงราย พนักงานขายในชุดสูทเนี้ยบยืนยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าระดับไฮโซ ทว่า... ความสงบสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก
"เฮ้ย! หลบไปหน่อยสิฟะ! ตาบอดหรือไงถึงได้มาเดินเกะกะขวางทางคุณชายพงศธรแบบนี้!"
เสียงตะคอกด้วยความกร่างดังลั่นมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับแรงกระแทกที่ตั้งใจพุ่งชนเข้าที่หัวไหล่ของรินอย่างจัง ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดการ์ดรักษาความปลอดภัยพยายามจะผลักรินให้พ้นทาง เพื่อเปิดทางเดินให้แก่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินล้อมหน้าล้อมหลังชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคย
รินไม่แม้แต่จะเซไปสักนิด เขายืนหยัดมั่นคงรากฐานดั่งขุนเขา กลับเป็นฝ่ายการ์ดคนนั้นเสียเองที่สะดุดล้มคะมำหน้าคว่ำลงไปกองกับพื้น ราวกับชนเข้ากับผนังเหล็กกล้า
"โอ๊ย! อะไรวะเนี่ย!" การ์ดหนุ่มร้องโودโอยด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะด่าทอ "ไอ้สวะที่ไหนวะ กล้ามาขวางทาง..."
"เกิดอะไรขึ้นวะ เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกันแถวนี้!"
น้ำเสียงหยิ่งยโสและคุ้นหูอย่างยิ่งดังแทรกขึ้นมา รินหันกลับไปช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดจับจ้องไปยังชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมสูทแบรนด์เนมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งและแววตาที่มองคนอื่นราวกับฝุ่นละออง... 'พงศธร' อดีตเจ้านายผู้เคยขับไล่ไสส่งเขาออกจากบริษัทอย่างไร้ความปรานี
พงศธรชะงักเท้าลงเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าของรินชัดเจน แววตาของเขาฉายแววแปลกใจระคนความดูถูกเหยียดหยามในทันทีที่จำได้ว่าไอ้หนุ่มตรงหน้าคือใคร
"อ้าว... นึกว่าใครที่ไหน... ไอ้ริน ขยะตกอับนี่เอง!" พงศธรหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขากวาดสายตามองการแต่งกายของรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสงสัยระคนสมเพช "ฮ่าๆๆๆ ชุดสูทปลอมๆ นี่ไปเช่ามาจากไหนวะเนี่ย? หรือว่าแอบย่องเบาขโมยใครมาใส่? นึกว่าใส่สูทแล้วจะแปลงร่างเป็นคนรวยขึ้นมาได้รึไงวะ ไอ้กระจอกเอ๊ย!"
รอบข้างเริ่มมีเสียงหัวเราะคิกคักจากกลุ่มพนักงานและบอดี้การ์ดที่รายล้อมพงศธรอยู่ พวกเขามองรินด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองตัวตลกที่หลงเข้ามาในงานเต้นรำของชนชั้นสูง
มินตราที่ยืนอยู่ข้างกายรินกำมือแน่น ใบหน้าภายใต้แว่นกันแดดฉายแววโกรธเกรี้ยว เธออ้าปากจะเอ่ยตอกกลับไอ้คนสารเลวพวกนั้น แต่รินกลับยกมือขึ้นปรามไว้เบาๆ
รินไม่ได้โกรธ... เขากลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัว จนทำให้พงศธรที่ยืนอยู่ตรงข้ามถึงกับรู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ไม่เจอกันนานนะ... ท่านรองประธานพงศธร" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดดันบรรยากาศรอบข้างให้เงียบกริบลงถนัดตา
"อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น!" พงศธรหน้าตึงขึ้นมาทันทีด้วยความไม่พอใจ เขาเชิดหน้าขึ้นสูง พลางเหยียดยิ้มเยาะ "แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ถึงกล้ามาทำเป็นพูดจาภาษากับฉันแบบนี้? รู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน? ที่นี่คืออาณาจักรของตระกูลเศรษฐวรกุล! ที่ดินทุกตารางนิ้ว ตึกทุกหลัง และห้างแห่งนี้... เป็นของครอบครัวฉันทั้งหมด! แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบแผ่นดินนี้ด้วยซ้ำ ถ้าฉันไม่กรุณาไล่ตะเพิดแกออกไป!"
พงศธรคิดว่าคำพูดนี้จะทำให้รินรู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตเหมือนในอดีต
แต่วินาทีต่อมา รินกลับหัวเราะออกมาเบาๆ... เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาอย่างแท้จริง
"ของตระกูลแกงั้นเหรอ... พงศธร นายแน่ใจเหรอว่าที่ดินและตึกที่แกยืนอยู่ตอนนี้... ยังเป็นของครอบครัวแกอยู่จริงๆ?"
พงศธรขมวดคิ้วแน่น รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่แล่นริ้วเข้ามาในอก "แกหมายความว่ายังไงวะ?"
รินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้ง หน้าจอระบบโฉนดที่ดินดิจิทัลและหนังสือสัญญาครอบครองกรรมสิทธิ์มูลค่าหมื่นล้านก็เด้งขึ้นมาเด่นชัด พร้อมกับระบบเสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติจากธนาคารกลางที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันของตึกแห่งนี้โดยตรง
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกันในสมาร์ตโฟนของพงศธรและผู้จัดการฝ่ายบริหารที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างกายเขา ร่างของพงศธรสะท้านเฮือกเมื่อก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตนเองที่สั่นกระรัวไม่หยุด
[แจ้งเตือนด่วนที่สุด: กรรมสิทธิ์อาคาร "The Grand Zenith" และสิทธิ์การบริหารทั้งหมด ได้ถูกโอนย้ายไปยังเจ้าของใหม่... 'นายรินทร์ วงศ์สุวรรณ' เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!]
พงศธรเบิกตากว้างจนแทบถล่น ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโសบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขาเงยหน้าขึ้นมองรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อ
"มะ... ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! นาย... นายเอาเงินที่ไหนมาซื้อตึกมูลค่าหมื่นล้านวะ! นายมันก็แค่ไอ้ขยะตกอับไม่ใช่เรอะ!" พงศธรแผדเสียงตะโกนออกมาอย่างเสียสติ สภาพของเขาในตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก
รินก้าวเข้าไปใกล้พงศธรทีละก้าว แววตาคมกริบดั่งใบมีดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของอดีตเจ้านาย พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นจนคนฟังต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ขยะตกอับงั้นเหรอพงศธร... น่าเสียดายจังนะ ที่ตอนนี้... 'เจ้าของที่ดิน' ที่ตระกูลของแกเช่าหัวซุกหัวซุนอยู่... คือ 'ขยะ' คนนี้คนเดียวนี่แหละ"
รินหยิบกุญแจรีโมทสีดำสนิทประดับเพชรเม็ดงามออกมาจากกระเป๋า โยนขึ้นรับบนฝ่ามือเบาๆ สลับกับมองหน้าพงศธรที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"เอาล่ะ... ในฐานะเจ้าของตึกคนใหม่คนนี้ ฉันคิดว่า... ฉันควรจะเริ่มต้น 'ไล่ตะเพิด' สุนัขตัวแรกออกจากอาณาจักรของฉันยังไงดีนะ?"
—--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซัดหน้าพวกปากดีไปด้วยกันนะครับ!
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า•ตอนที่ 5
รางวัลเช็กอิน: คฤหาสน์พันล้าน
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบพวกปากดีให้คุกเข่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!